'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมี 'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 'พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ' รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 'ชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่' ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมประชุมผ่านระบบออนไลน์กับหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง
โดย นายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจต่อครอบครัวและญาติผู้เสียชีวิต และกำชับทุกหน่วยงานเร่งช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมขอบคุณรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทุกท่านตลอดจนผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ส่วนราชการ เจ้าหน้าที่ และหน่วยทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง แม้สถานการณ์โดยรวมเริ่มคลี่คลาย แต่ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ 6 ข้อปฏิบัติดังนี้
- การช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่
- การติดตามและคาดการณ์สภาพอากาศ
- การติดตามและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ
- การเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม
- การฟื้นฟูเส้นทางคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐาน
- การแก้ไขปัญหาในระยะต่อไป
นายกรัฐมนตรียังได้กำชับจังหวัดสุโขทัยและจังหวัดตอนล่างที่อยู่ในเส้นทางมวลน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำยม พื้นที่ลุ่มต่ำ และจุดที่เคยน้ำท่วมซ้ำ ให้เตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ ทั้งระบบป้องกันและระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เรือ เจ้าหน้าที่ ศูนย์พักพิง และเส้นทางอพยพ ไม่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงเข้าไปแก้ไข
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า “พื้นที่ที่น้ำลดแล้วให้เร่งฟื้นฟู พื้นที่ที่ยังมีความเสี่ยงให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือน ส่วนพื้นที่ท้ายน้ำที่มวลน้ำกำลังจะไปถึง ให้เตรียมรับตั้งแต่ตอนนี้” พร้อมกำชับทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเป็นเอกภาพ ยึดความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ อะไรที่ดำเนินการได้ให้ทำทันที หากเรื่องใดติดขัดหรือเกินกำลังพื้นที่ให้รายงาน เพื่อรัฐบาลจะได้สนับสนุนอย่างเต็มที่
ก่อนจะมีภารกิจเดินทางต่อไปยัง จ.อุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบทุ่นระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 17 ส.ค.ที่ผ่านมา




