วันที่ 8 เมษายน 2567 ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์กรณีการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ผลตอบรับดี และมีสส.มาต้อนรับเยอะ จึงมีการมองกันว่าคะแนนในตัวนายกฯเริ่มจะดีชึ้น ว่า อย่าไปมองตรงนั้น ตนว่าส.สไม่ว่าจะพรรคไหน เมื่อมีนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่มา ปัญหาของประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ เราเป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน อย่างเมื่อวานลงพื้นที่เกาะสมุยก็ไปดูเรื่องขยะให้มีการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น กลาง ยาว เรื่องของน้ำประปาให้มีการนำน้ำทะเลมาเป็นน้ำจืด หรือเรื่องการขยายสนามบิน และเมื่อเช้ามาที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว.อุตสาหกรรม ที่เป็นสส.นครศรีธรรมราช มาต้อนรับ มาอธิบายให้ฟังว่าตอนนี้ความต้องการเรื่องการท่องเที่ยวเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามว่า แต่ว่าการที่ ‘ชัยชนะ เดชเดโช’ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาให้กันต้อนรับกำลังอยู่ในช่วงกระแสปรับครม.พอดี นายกฯกล่าวว่า ชัยชนะก็พาคุณแม่มาต้อนรับด้วย ก็มีการคุยกันเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งเรื่องพื้นที่ เรื่องที่จะดูแลประชาชน ชัยชนะเป็นสส.ที่มาจากการเลือกตั้ง เชื่อว่าจิตวิญญาณต้องอยู่ที่ประชาชน ฉะนั้นปัญหาของประชาชนถ้ามีอะไรก็ต้องมาบอกนายกฯ จะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลตนไม่ได้แบ่งแยกตรงนี้ วันนี้เราไม่ทำกิจกรรมสภา ตนลงพื้นทื่มาเพื่อดูแลประชาชน
เมื่อถามว่า เชื่อว่าจะลบข้อข้อหาว่านายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยไม่ให้ความวำคัญกับภาคใต้ได้หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า คือวาทกรรมเก่าๆมากกว่า จริงๆ แล้วไม่ชอบพูดถึงดีกว่า เดี๋ยวจะไปกับกระทบกระเทือนจิตใจท่านนักการเมืองอาวุโส ตนมาที่นี่ตนมีความตั้งใจจริง และได้มาแล้วหลายหนซึ่งก็ยืนยันกับพี่น้องแล้วว่าปลายปีนี้หรือต้นปีหน้าก็จะกลับมาอีก เพื่อมาดูความคืบหน้าในหลายๆโครงการอย่างที่ทราบดีว่าการทำงานหากไม่ติดตามหรือการจี้ ก็จะล่าช้า จุดที่ว่าจะมาเพื่อลบข้อครหามันไม่ใช่เพราะว่าในระยะเวลาอีก 3 ปีครึ่ง ประชาชนจะทราบดีว่าเราไม่ได้ดูแลแค่เฉพาะพรรคเรา
"เมื่อกี้ก็นั่งทานข้าวกับท่านสส. ภูมิใจไทยที่เข้ามาเสนอปัญหาพื้นที่ ท่านสส. วิทยา แก้วภราดัย ซึ่งเป็นส.ส ก็มาที่นี่นำโครงการมาเสนอเรื่องของปั๊มน้ำไฟฟ้าซึ่งผมก็รับมาแล้วเดี๋ยวก็จะไปดู แล้วท่านก็เชิญผมไปจังหวัดตรัง ซึ่งผมก็รายงานท่านแล้วว่าจะไปอาจจะไปในช่วงปลายปี เพราะฉะนั้นผมจะไปทุกๆจังหวัดแล้วจะดูแลประชาชนให้อย่างเท่าเทียมเสมอภาค ส่วนใครจะพูดอะไร ไม่เป็นไรหรอกผมว่าพรุ่งนี้เช้า 7 โมง ก็ตื่นทำงาน”
พร้อมกันนี้ยังให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเวลานี้พรรคร่วมรัฐบาลเงี่ยหูฟังความขัดเจนหรือจะปิดประตูถึงกระแสข่าวนี้เลยว่า เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรีสื่อสามารถถามตนได้ ซึ่งตนก็ปิดตัวอยู่ตลอดในเรื่องนี้ ไม่มีใครต้องมาเงี่ยหูฟัง และเมื่อสักครู่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ไม่ได้มีการพูดจาอะไรในเรื่องนี้ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องเงี่ยอะไรหรอก ถามตนโดยตรงได้เลย
เมื่อถามว่า มีการมองกันว่าโควตาในส่วนของพรรคเพื่อไทย ยังเหลืออีกหนึ่งตำแหน่ง ฉะนั้นอาจจะมีการปรับ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรายังมีอีกตำแหน่งที่เหลืออยู่ตรงนั้น เดี๋ยวค่อยไปว่ากันเมื่อถึงเวลา
เมื่อถามว่า พรรคประชารัฐ (พปชร.) เสนอชื่ออีกหนึ่งโควตาที่เหลืออยู่มาหรือยัง นายเศรษฐา กล่าวว่า ยังเลย และยังไม่ได้เจอ ยังไม่ได้พูดคุย ซึ่งพรุ่งนี้วันที่ 9 เมษายน จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ หากเจอ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ก็จะไม่ถาม แต่ถ้าท่านบอกมาก็จะรับทราบ และอย่างที่ได้บอกว่าเป็นโควตาของท่าน หากจะเสนอใครก็เสนอเข้ามา และผ่านไปที่คณะกรรมการตรวจสอบ




