ถูกจับตาถึงความคืบหน้าแบบไม่กระพริบ สำหรับ ‘โครงการดิจิทัลวอลเล็ต’ และวันนี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ครั้งที่ 1/2567 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีคณะรัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
หลังใช้เวลาประชุมราว 1 ชั่วโมง เศรษฐา เปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ที่ประชุมรับทราบถึงหนังสือจากคณะกรรมการกฤษฎีกาและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยคณะกรรมการฯ มีมติให้ดำเนินการตามข้อหารือของคณะกรรมการกฤษฎีกา และข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.โดยการตั้งคณะทำงาน และมอบหมายให้ตามข้อสังเกตต่างๆ ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขยายขอบเขตการพัฒนาให้เกิดการโปร่งใสและป้องกันการทุจริตในโครงการ ให้เป็นไปตามข้อสังเกตต่างๆ
ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติตั้งคณะอนุกรรมการด้านการตรวจสอบการกระทำอาจเข้าข่ายผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ ซึ่งจะมีบุคคลที่มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ซึ่งคณะกรรมการทุกท่าน เห็นด้วยกับรายชื่อของอนุคณะกรรมการชุดนี้
คณะกรรมการด้านต่างๆ จะเริ่มดำเนินการโดยทันที โดยคณะทำงานด้านการรวบรวมข้อเท็จจริง กำหนดระยะเวลาไว้ 30 วัน ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้น จะมีการนัดประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet อีกครั้ง เพื่อเอาข้อเสนอแนะของ ป.ป.ช.เข้าอย่างเป็นทางการและพิจารณาเดินหน้าโครงการ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

‘ผู้ว่าการ ธปท.’ เพิ่งห็นรายละเอียดกฤษฎีกา-ป.ป.ช. ขอไปศึกษาก่อน เหตุหลายข้อมูลเป็นข้อมูลลับ
ส่วนในที่ประชุม คณะกรรมการหลายท่าน เช่น ผู้ว่าฯธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เพิ่งเห็นรายละเอียดจากคณะกรรมการกฤษฎีกาและ ป.ป.ช.ในวันนี้ ก็ขอเข้าไปพิจารณาศึกษาก่อน ซึ่งยืนยันว่าได้ให้ผู้ว่าการ ธปท. ไปศึกษาให้เต็มที่และพิจารณาตามข้อเท็จจริง ถ้าหากมีข้อสังเกตการณ์ หรือมีข้อเสนอแนะอะไรให้บอกมา
นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังมีการถกเถียงกันในวงกว้าง ไม่ใช่แค่สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม (สศช.) แต่ยังมีกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดีอี ที่มาให้ข้อมูลถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน
วันนี้ เป็นการประชุมในวงกว้างและไม่มีการตัดความเห็นหรือข้อเสนอแนะของใคร ซึ่งได้มีการพูดคุยกันอย่างครบถ้วน แต่เนื่องจากข้อมูลของ ป.ป.ช.เพิ่งมาถึงมือ และหลายข้อมูลเป็นข้อมูลลับ ซึ่งนำมาเปิดเผยในที่ประชุมวันนี้ ซึ่งหลายท่านก็ขอนำไปศึกษาก่อน เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่คณะกรรมการทุกท่านต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ครบถ้วน เพราะเป็นนโยบายสำคัญ

ไม่ชัดออกเป็น ‘พ.ร.บ.เงินกู้’ อ้างรอสรุปความเห็น
ส่วนประเด็นที่ว่า หลังกรอบเวลา 30 วัน จะเกิดความชัดเจนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็น่าจะต้องมี เพราะเป็นข้อกำหนดแล้ว เมื่อสักครู่ในที่ประชุมก็ตกลงกันอย่างนั้น เมื่อถามว่า ยังยืนยันจะออกเป็น ‘พ.ร.บ.เงินกู้’ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเลย ซึ่งต้องมีความคิดเห็นว่าจะใช้วิธีไหน
เมื่อถามว่า เป็นห่วงความรู้สึกประชาชนหรือไม่ว่าจะช้าออกไปอีก นายกฯ กล่าวว่า มันคือข้อเท็จจริง หากเร่งทำไป ก็จะมีหลายภาคส่วนถามว่าทำไมต้องเร่ง และอาจจะมีข้อสังเกต เรื่องการกระทำไม่ถูกต้องหรือเปล่า
เราเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พานิช ได้แถลงถึงสถานการณ์จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งกำลังซื้อหด และได้มีการช่วยพยุงราคาค่าครองชีพต่างๆ หากเรามัวแต่ทำเรื่องเก่าๆ มันก็จะเข้าไปสู่วังวนเดิมๆ ฉะนั้น เรื่องเหล่านี้ หากจะต้องช้าไปเพื่อความถูกต้อง เพื่อรับฟังความคิดเห็นในวงกว้าง ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องและจำเป็น
สำหรับกรอบเวลา 30 วัน หากศึกษาแล้วสามารถทำได้ ไทม์ไลน์จะขยับไปจากเดิมหรือไม่ และถ้าศึกษาแล้วบอกไม่ควรกู้เงิน อาจจะขยับไปปีงบประมาณ 68 เลยหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า คิดว่าคงไม่ถึงขนาดนั้น แต่ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับข้อสรุปว่าจะสรุปอย่างไร

ตอบไม่ได้ไทม์ไลน์ ‘แจกเงินหมื่น’ จะขยับอีกหรือไม่ ยันทบทวนปมแจกเฉพาะกลุ่มไปแล้ว
เมื่อถามถึงประเด็น ‘ช้าแต่ชัวร์’ ที่จะได้เงินดิจิทัลใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ค่อนข้างเป็นไปได้ ใช่ครับ ไม่แน่ใจด้วยว่าจะช้าหรือเปล่า เพราะตอนนี้ยังไม่ทราบว่าข้อเสนอแนะคืออะไร หากทุกคนมองออกมาแล้วบอกว่า จำเป็นเร่งด่วน เป็นเรื่องที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะวิกฤติแล้ว มีคณะกรรมการที่ตั้งมาแล้ว ทุกภาคส่วนสบายใจว่าสามารถกำกับดูแลเรื่องนี้ให้มีความโปร่งใสได้ คณะกรรมการที่ต้องรับผิดชอบในหน่วยงานของเขา ต้องตอบปัญหาพี่น้องประชาชนให้ได้ ถ้าเขาสามารถอธิบายได้ ผมเชื่อว่าน่าจะเดินต่อได้เร็ว”
ส่วนเมื่อถามถึงความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา สามารถเปิดเผยได้หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ยังไม่ได้ครับ”
เมื่อถามถึงกรณี ป.ป.ช.เห็นว่า ควรแจกเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จะต้องมีการทบทวนกลุ่มผู้แจกหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า
ผมได้ทบทวนไปแล้ว หากย้อนเวลาไปได้ตอนต้น ซึ่งมีหลายท่านแนะนำว่า อย่าแจกคนรวย เหตุผลที่ล่าช้ามา ผมได้ถามกลับไปจากคนที่แนะนำว่า บอกหน่อยว่าคนรวยนั้นเงินเดือนเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครบอก เราเองก็ไปคิดมาว่าคนรวยคือเงินเดือน 70,000 บาทขึ้นไป ก็ถูกต่อว่า ว่า 70,000 แต่ยังมีหนี้ล้นพ้นตัวอยู่ ผมไม่ใช่คนรวยอยากได้ด้วย แล้วจะให้ตัดตรงไหน นโยบายทีแรกเราบอกว่าแจกทุกคน ที่อายุ 16 ปีขึ้นไป แต่พอได้รับฟังความคิดเห็นมาบอกว่า ให้แจกเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จึงอยากให้บอกมาเป็นเอกฉันท์เลย ว่ากลุ่มเปราะบางนั้นเท่าไหร่ แล้วมานั่งพูดคุยกันดีกว่า
เมื่อถามย้ำว่า การแจกเงินดิจิทัล จะเกิดขึ้นแน่นอนใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “เดี๋ยวต้องฟังจากที่คณะกรรมการประชุมกัน” เมื่อถามต่อถึงประเด็นไทม์ไลน์ที่ขยับออกไป นายกฯ รีบกล่าวว่า “ยังไม่แน่ใจว่าจะขยับหรือเปล่า ซึ่งต้องฟังความคิดเห็นก่อน จะมีวิธีไหนอย่างไร”
เมื่อถามอีกว่า กระทบแผนฟื้นศรษฐกิจที่นายกฯ บอกว่าวิกฤตหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ข้อสมมติฐานของท่านผิด ที่บอกว่าจะล่าช้าออกไป ผมยังไม่ได้บอกว่าจะล่าช้าออกไป ซึ่งยังไม่ทราบว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไร ต้องฟังจากคณะกรรมการฯ”
ต้องใช้งบฯ ราว 5 แสนล้านบาท ทำ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ให้สำเร็จ แต่ไม่ลืมรักษาวินัยการเงินการคลัง
นายกรัฐมนตรี ยังชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเนื้อหาบางส่วนระบุว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้วงเงินงบประมาณราว 5 แสนล้านบาท เพื่อทำโครงการนี้ให้สำเร็จ และที่สำคัญ ก็ไม่ลืมรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด




