‘นายกฯ’ มองปมตอบโต้ ‘เรื่องใครเจ๊ง’ เป็นเพียงวาทกรรมการเมือง

20 มิ.ย. 2567 - 10:41

  • ‘เศรษฐา’ มอง ‘เพื่อไทย-ก้าวไกล’ โต้เถียงเรื่อง ‘เจ๊ง’ เป็นวาทกรรมการ เมินครหาไม่ขอใช้คำนี้

  • รับ ‘ดิจิทัลวอลเล็ต’ ยังเป็นข้อกังขาจะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร

  • ชี้ต้องบาลานซ์การลงทุนอีกหลายระดับ

Prime_Minister_expresses_his_views_on_the_2025_budget_debate_SPACEBAR_Hero_2bc81df106.jpg

20 มิถุนายน 2567 ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงประเด็นการอภิปรายงบฯ 2568 วานนี้ (19 มิถุนายน) ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล กรณีตอบโต้กันเกี่ยวกับคำว่า ‘เจ๊ง’ และลามไปถึงการยุบพรรค ว่า เป็นวาทกรรมที่ตอบโตกัน คำพูดอะไรที่มันรุนแรง ตนเองก็ไม่อยากใช้คำพวกนี้ หากแรงมาอีกฝ่ายแรงกลับ มันก็เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการอภิปรายของฝ่ายค้านที่ดูเหมือนยังไม่มั่นในเรื่องโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของรัฐบาล คิดว่าได้ชี้แจงครบแล้วในเรื่องของดิจิทัลวอลเล็ต แต่คิดว่าเป็นข้อกังขามากกว่าว่าดิจิทัลวอลเล็ตจะมาช่วยเศรษฐกิจอย่างไร ซึ่งเคยอธิบายไปแล้วหลายหน จะเป็นเงินใหม่เข้าไปในระบบประมาณ 5 แสนล้านบาท เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค เพราะเราจำกัดให้ใช้ในพื้นที่ตามบัตรประชาชน ในระยะเวลาจำกัด 6 เดือน อย่างที่เรียนหากเราทราบวันที่แน่นอนที่เราจะมีการออกมา เชื่อว่าภาคอุตสาหกรรม เอสเอ็มอีทั้งหลายจะเร่งการผลิตเพื่อรองรับกำลังซื้อตรงนี้ที่จะเข้ามา ก็จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ  

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองกันว่าเงินก้อนโตนี้จะไปเป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต โดยเฉพาะหลังปี 2570 นายกฯ กล่าวว่า ตรงนี้เชื่อว่าเราต้องบาลานซ์ระหว่างระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวด้วย การที่เรากระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไปก่อนที่นโยบายอื่นๆจะเริ่มออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนจากบริษัทข้ามชาติที่จะเข้ามา และมีการจ้างงาน สร้างการผลิตด้วยการยกระดับอุตสาหกรรมไทยขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ระหว่างนั้นเมื่อเงินดิจิทัลวอลเล็ตมาช่วยแล้ว บวกกับการลงทุนจากต่างประเทศที่เข้ามา ก็จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โตขึ้น ซึ่งจะทำให้การใช้หนี้เกิดขึ้นได้  

เมื่อถามว่า ‘เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ’ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้สัมภาษณ์กับสํานักข่าวต่างประเทศไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ โดยมองว่าการเติบโตเศรษฐกิจยังขับเคลื่อนได้ ยังไม่จำเป็นต้องแจกเงินดิจิทัล  นายกฯ กล่าวว่า ถือเป็นความเห็นต่างที่ต้องพูดคุยกันต่อไป เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ ที่ ‘จุรินทร์ ลักลักษณวิศิษฐ์' สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์  บอกว่าร่างงบประมาณอาจจะผ่านวาระ 1 แต่วาระ3 ที่มีเวลาพิจารณา 105 วัน อาจมีการเปลี่ยนแปลงและอาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ นายกฯกล่าวว่า เรื่องเหล่านี้ตามที่ตนบอก ความกังวล เราต้องให้เกียรติทุกๆคน โดยเฉพาะภาคนิติบัญญัติที่มีความไม่สบายใจ ขอใช้คำนี้ดีกว่า ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องตอบคำถามต่อไป ส่วนเรื่องจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ก็ต้องว่าไปตามกลไกตรงนั้น รัฐบาลก็มีหน้าที่ต้องตอบ 

เมื่อถามว่า มีความเป็นห่วงถึงเงินดิจิทัลที่จะใช้เงิน ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และยังไม่ได้ถามกฤษฎีกา เกรงว่าจะไม่ทันวันที่ 1 ต.ค. นายกฯ กล่าวว่า เชื่อว่ากระทรวงการคลังมีไทม์ไลน์ที่ชัดเจน และคงจะดำเนินการต่อไป เมื่อถามว่า ในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ มีการปะทะกันระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล ในคำว่าเจ๊งกับเจ๊ง มองตรงนี้อย่างไร โดยมีการลามไปถึงคำว่ายุบพรรคด้วย นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นวาทะกรรมที่เขาตอบโต้กันไป คำพูดอะไรที่มันรุนแรง อย่างที่บอกเจ๊งกับเจ๊งหรืออะไร ตนไม่อยากใช้คำพวกนี้ ถ้าฝ่ายหนึ่งแรงมาและอีกฝ่ายแรงกลับไปมันก็เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์