‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าอาคารชินวัตร 3 โดยมี ‘นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช’ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ามาด้วยเพื่อเตรียมความพร้อมข้อมูลต่างๆในการแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ในวันที่ 12-13 ก.ย.
โดย แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ได้กำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงชี้แจงทันทีในข้อสงสัยของสมาชิกรัฐสภาที่อภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯเพื่อความเข้าใจ ว่า ใช่ เพราะจริงๆแล้วรัฐมนตรีทุกท่านตั้งแต่ตั้งรัฐบาลมา ก็ทำงานกันอยู่แล้ว จึงอยากให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบในเรื่องต่างๆ ได้ตอบเอง ในส่วนของนายกฯ ตอบภาพรวมได้ แต่ดีเทลการทำงานของแต่ละกระทรวง เขามีดีเทลที่เขาทำจริงๆ ซึ่งจะชัดเจนกว่าและจะสามารถให้ข้อมูลประชาชนได้ชัดเจน และจะได้ไม่เกิดข้อสงสัยหรือเข้าใจผิดกัน จึงคิดว่าอยากให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบได้ตอบงานของตัวเอง
เมื่อถามว่า โครงการดิจิทัลวอลเลตจะเกิดความชัดเจนจากเวทีนี้ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ใช่ แน่นอนวันที่ 12 ก.ย.แถลงแล้ว ตนเองจะแถลงภาพรวมของนโยบาย แต่นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต รมว.คลังจะเป็นคนแถลงรายละเอียดทั้งหมด เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ 10,000 บาทได้ทั้งหมดก้อนเดียวดิจิทัลวอลเล็ต แต่วิธีการทำกับการหาเสียงแตกต่างกัน จะสามารถอธิบายประชาชนอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า มันมีความแตกต่างแน่นอน พอได้ลงมือทำจริงๆ
เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลมันมีเรื่องของระบบที่จะต้องติดตั้งอีกนาน ฉะนั้นเราคิดว่าเมื่อระบบและสิ่งอื่นๆยังมีข้อพิพาทต่างๆ ซึ่งมันต้องรอ แต่เศรษฐกิจรอไม่ได้ประชาชนรอไม่ไหว ฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยนในจุดนี้ให้ประชาชนก่อน เพราะเรื่องเศรษฐกิจเป้าหมายของเราในการทำดิจิทัลวอลเล็ตนั่นคือการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ หากกระตุ้นไม่พอ เรายังพร้อมที่จะปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในแบบดิจิทัลด้วย แต่ว่ามันมาช้ากว่า แต่เศรษฐกิจต้องถูกกระตุ้นก่อน เราทำอันนี้เสร็จไม่ใช่มีแค่นโยบายเดียว เรามีอีกหลายอันที่สามารถเศรษฐกิจได้ แต่อันนี้เป็นอันหลัก เร่งด่วนและเห็นผลทันทีจึงอยากรีบทำ
เมื่อถามว่า รัฐบาลวันนี้สานต่องานของรัฐบาล ‘เศรษฐา ทวีสิน’ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยมีนโยบายจ่ายเงินดิจิทัล รอบเดียวไม่แบ่งจ่ายกระตุ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาพใหญ่ แต่วันนี้เปลี่ยนไปการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นตามเป้าหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า
“การวางแผนเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจมีหลายเฟสที่ต้องกระตุ้น อย่าง 10,000 บาท ที่ได้แถลงไปแล้วว่าจะจ่ายก่อน ก็เป็นการกระตุ้นอันหนึ่ง ภาพใหญ่หนึ่งภาพก่อน แต่ส่วนหลังจากนั้นก็ไม่ลืมทิ้งโครงสร้างดิจิทัลที่เราจะต้องทำต่อด้วย อันนี้สำคัญ ตอนแรกเราจะไม่ให้เป็นเงินสดเลยทั้งหมด จะเป็นเงินดิจิทัลทั้งหมด แต่อย่างที่บอกเศรษฐกิจรอไม่ได้ เราก็เลยต้องแบ่งเฟส ดิจิทัลยังอยู่แต่เราอาจจะเปลี่ยนเป็นว่า 5,000 บาทไหม หรืออย่างไร เดี๋ยวให้รมว.คลังแถลงรายละเอียด”
เมื่อถามว่า พอแบ่งจ่ายอาจจะไม่ใช่พายุหมุนเหมือนที่เราตั้งใจไว้ หลายคนมองว่าเหลือเพียงแค่หย่อมความกดอากาศต่ำ นายกฯ กล่าวว่า มันเป็นการกระตุ้นแน่นอนแต่รูปแบบเปลี่ยนไป ฉะนั้นขอให้รมว.คลัง แจงในรายละเอียดอีกที เมื่อถามว่าเป้าในการกระตุ้นเศรษฐกิจจะลดลงหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ค่ะ เพราะเราแบ่งเฟสแล้วและอย่างที่บอกไม่ได้มีนโยบายเดียว ที่จะให้การกระตุ้นเศรษฐกิจเกิดขึ้น ฉะนั้นการแบ่งทีละเฟสควบคู่กับนโยบายอื่นๆ ก็จะทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจดูดี
เมื่อถามว่าพรรคเพื่อไทยหาเสียงจ่ายเงินดิจิทัลขณะที่ยังไม่ศึกษารายละเอียดจึงทำให้การจ่ายเงินล่าช้า นายกฯ กล่าวว่า มันล่าช้าเพราะเราเข้ามาเราคิดว่าจริงๆแล้วระบบมันจะสามารถดำเนินไปได้เลย แต่มันต้องมีการรับฟัง แน่นอนถ้าไม่เกิดการรับฟังมีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งต้องรับฟังหลายๆ ฝ่ายว่ามีข้อกังวลหรือข้อสงสัยอะไร อันนี้คือสิ่งที่เราพยายามทำให้รัดกุม และดีที่สุดสำหรับประเทศด้วย
เมื่อถามว่า ในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภามีความมั่นใจเต็มที่หรือไม่ เนื่องจากทั้งฝ่ายค้านและสว.จองคิวไว้เต็มที่ นายกฯกล่าวว่า “เหรอคะ เราก็ทำเต็มที่ แต่จริงๆ แล้วขอโฟกัสเรื่องน้ำท่วม หลังการแถลงก่อน” เมื่อถามย้ำว่า จำเป็นถึงกับจะต้องมีองครักษ์พิทักษ์นายกฯหรือไม่ นายกฯไม่ตอบได้แต่ร้องอ๋อ
เมื่อถามว่า ยังมีเสียงข้อครหารัฐบาลแพทองธาร ไม่ต้องนับปีเอาแค่นับเดือนจะรอดหรือไม่ นายกฯ ยิ้มพร้อมกล่าวว่า ก็ช่วยกันนับ
พร้อมกันนี้ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ว่า แม้ขณะนี้ยังไม่สามารถสั่งการอะไรได้เนื่องจากยังไม่ได้มีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่ได้มีการอัพเดทข้อมูลกับ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมแล้ว ซึ่งทราบว่าได้มีการจัดกำลังทหารลงไปในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่พักพิงไว้ 2 ที่
โดยเฉพาะที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย และได้มีการตั้งโรงครัวซึ่งสามารถประกอบอาหารจากโรงครัวดังกล่าวประมาณ 500 -600 ชุดต่อมื้อ ซึ่งก็ยังไม่พอ แต่ทุกหน่วยงานก็พยายามเร่งมือเต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในวันที่ 12 ก.ย. ก็จะสามารถสั่งการได้อย่างเต็มที่ ตอนนี้พยายามหาข้อมูลไว้และให้ทุกคนเตรียมพร้อมในเรื่องของการจัดการต้องให้รีบมากๆ
เมื่อถามว่าจุดไหนที่สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงที่สุด นายกรัฐมนตรี กล่าวยอมรับว่า ที่แม่สายสถานการณ์อย่างหนัก รวมถึงเวียงพางคำเป็น 2 พื้นที่ที่หนักมาก
เมื่อถามถึงการเข้าไปช่วยเหลือคนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ขณะนี้ มีอีกหลายคนที่ยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ เพราะน้ำที่ไหลลงมายังเชี่ยวอยู่ เรือท้องแบนยังไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้เต็มที่ เพราะฉะนั้นต้องรออีกนิดนึง ทุกฝ่ายสแตนด์บายพร้อมแล้วเมื่อกระแสน้ำดีขึ้นเมื่อไหร่ ก็จะเข้าไปช่วยเหลือทันที และตอนนี้เท่าที่ได้รับรายงานมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 9,000 ครัวเรือน
เมื่อถามว่าขณะนี้มีการร้องขออุปกรณ์จากรัฐบาลโดยเฉพาะเจ็ทสกี เพราะจะสามารถฝ่าคลื่นกระแสน้ำ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ใช่ และขณะนี้ทุกฝ่ายก็มีการเตรียมความพร้อมทุกอย่างที่สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ และเมื่อสถานการณ์น้ำดีขึ้นพอที่จะสามารถเข้าพื้นที่ได้ ก็จะเข้าพื้นที่ทันที แต่ขณะนี้ในส่วนของทหารก็มีการเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมดแล้ว เรื่องนี้ต้องให้นายภูมิธรรม เป็นผู้ให้ข้อมูลอีกครั้ง แต่ทราบว่าได้มีการสั่งการเรียบร้อยแล้ว และก็พร้อมที่จะเข้าไปในพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเรื่องสถานการณ์น้ำท่วม ค่อนข้างมีสีหน้ากังวลและเคร่งเครียด




