ยกระดับความเข้มข้น! ตั้งเป้า ‘แก้ปัญหายาเสพติด’ อย่างเด็ดขาด-ครบวงจร

30 พ.ย. 2567 - 15:26

  • ‘นายกฯ อิ๊งค์’ นำประชุมมอบนโยบายสางปัญหายาเสพติด

  • ลั่นยกระดับความเข้มข้น ตั้งเป้าเด็ดขาด-ครบวงจร

  • สั่งคุมเข้มชายแดน-ยึดทรัพย์-ให้โอกาสคนเสพเข้าบำบัด

  • ขอทุกฝ่ายร่วมมือ สนองพระราชปณิธานแก้ไขปัญหายาเสพติด

Prime_Minister_gives_policy_to_solve_drug_problems_SPACEBAR_Hero_bba6375a96.jpg

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม, สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข รวมประชุมติดตามการแก้ปัญหายาเสพติด ณ ห้องประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่

โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ตัวแทนตำรวจภูภาค 5 ฝ่ายปกครอง ป.ป.ส.ภาค 5 ตัวแทนสำนักงานปราบปรามยาเสพติด สหรัฐอเมริกา (ดีอีเอ) ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ทั้งนี้ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวบรรยายสรุปการป้องกันยาเสพติดของภาคเหนือและจังหวัดเชียงใหม่ ที่ดำเนินการตามนโยบายแก้ปัญหา ตามโมเดลนำร่องจังหวัดสีขาว ซึ่งมีแนวโน้มลดลง

นายกฯ ระบุยินดีเป้นอย่างยิ่งที่มารับฟังการทำงานที่จังหวัดเชียงใหม่ ว่ามีปัญหาติดขัดอย่างไร และส่วนกลางจะสนับสนุนอย่างไรต่อไปในอนาคต และขอชื่นชมทุกหน่วยงานในการประสานงานกันอย่างเข้มแข็ง

เพราะปัญหายาเสพติด เป็นปัญหาที่เรื้อรังมาอย่างยาวนาน และเป็นปัญหาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทรงห่วงใยพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้อย่างมาก และทรงติดตามพวกเราที่ทำงานว่าเป็นอย่างไรบ้าง และได้แก้ไขส่วนไหนไปแล้ว ส่วนที่ ผวจ.เชียงใหม่ รายงานว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่จะลดลง เพราะเพียง 1 เดือน สามารถจับกุมได้มาก ดังนั้นมาตรการต่อไปจะต้องทำให้เด็ดขาดและชัดเจนมากยิ่งขึ้น

แพทองธาร ชินวัตร

อีกทั้งต้องขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องทั้ง ป.ป.ส.จังหวัด, พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ที่ลงพื้นที่จัดประชุมปรึกษาหารือเพื่อวางแนวทางการสกัดกั้นแนวเขตแดน ที่ยาเสพติดจะข้ามมา ต้องสกัดกั้นอย่างชัดเจน และที่ผ่านมาเห็นผลงานชัดเจน

ทั้งนี้ ต้องยอมรับยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่เป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากแพร่ระบาดมาก แต่ทุกหน่วยพยายามร่วมมือกันอย่างดี เพื่อให้ปัญหานี้ลดลงน้อยที่สุด แม้รัฐบาลจะมีนโยบายดีมากเพียงไหน แต่ประชาชนยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ก็ทำให้ไม่สามารถดึงศักยภาพประชาชนออกมาได้เต็มที่ และไม่มีความพร้อมในการที่จะพัฒนาไปพร้อมกับนโยบายของประเทศ

จึงเป็นปัญหาแรกที่รัฐบาลต้องร่วมกันทุกฝ่ายเพื่อแก้ไขให้เป็นรูปธรรมและเป็นระบบเร็วที่สุด ถือว่าประเทศมีเครื่องมือในการพัฒนาประเทศ

อยากให้ยกระดับความเข้มข้นขึ้น และตั้งเป้าแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดและครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยตัดต้นตอการผลิต การจำหน่าย ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจากการที่เดินทางไปหลายที่ พบกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศมีความห่วงใยเรื่องนี้ และพร้อมให้ความร่วมมือในเรื่องอย่างแข็งขัน รวมถึงการสกัดกั้นควบคุมการลักลอบการนำเข้าตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด การปราบปรามและการยึดทรัพย์ของผู้ค้าอย่างเด็ดขาด ไม่ให้กลับมาขายอีก ถ้าเรายึดทรัพย์แล้วไม่คุมเข้มปัญหานี้ก็ยังคงมีต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และต้องค้นหาผู้เสพในชุมชน เพื่อเข้าสู่กระบวนการรักษา ตลอดจนบำบัดการรักษาผู้ติดยาเสพติด

แพทองธาร ชินวัตร

Prime_Minister_gives_policy_to_solve_drug_problems_SPACEBAR_Photo01_4dcb8cc4a7.jpg

ในรัฐบาลชุดนี้ เรามองเห็นว่าผู้ที่เสพยาคือผู้ป่วย ไม่ใช่เป็นคนร้ายหรืออะไร เราพร้อมที่จะให้โอกาสบำบัดและให้กลับเข้ามาทำงานให้กับสังคมประเทศชาติอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่รัฐบาลตั้งใจ และต้องมีการฝึกอาชีพ เพราะผู้เสพยาที่อายุยังน้อย ทำให้ขาดโอกาสทั้งการศึกษา และการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับตัวเอง

ฉะนั้นรัฐบาลจะสนับสนุนอย่างเต็มที่ให้คืนสู่สังคม คืนสู่ครอบครัวได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เราจะขยายความสำเร็จ จากท่าวังผาโมเดล จ.น่าน, ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ขยายไปอีก 10 จังหวัดนำร่อง รวมถึง จ.เชียงใหม่ ที่เป็นจังหวัดใหญ่และเป็นจุดสำคัญ

ถ้ายาเสพติดไม่มี จะเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศชาติได้อย่างมาก จึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากยาเสพติด ทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข สืบสานปณิธานภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

เราทำเรื่องนี้ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 และขอให้น้อมนำความสำเร็จของโครงการหลวง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความทุ่มเทและเสียสละของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการพลิกฟื้นพื้นที่ปลูกพืชเสพติด ให้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผักผลไม้เมืองหนาว สร้างช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านโครงการหลวงดอยคำ โกลเด้น เพลซ มาเป็นแบบอย่างในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างงานสร้างอาชีพและไม่กลับไปหายาเสพติดอีก ตรงนี้เป็นแนวทางที่เราทุกคนจะทำอย่างเต็มที่เต็มความสามารถแบบบูรณาการ

แพทองธาร ชินวัตร

ส่วนที่มีข้อเสนอให้ข้าราชการเป็นตัวอย่าง ตรวจฉี่หาเสพสารเสพติด ไม่ได้เป็นการจับผิดข้าราชการ แต่หากทำแล้วจะเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจ พูดได้อย่างเต็มปาก และเป็นผู้นำที่จะไปตรวจประชาชนได้อีกมากมาย จะทำให้การประสานงานระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนดีขึ้น

ด้าน ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เราจะร่วมมือกันทำงานอย่างแข็งขัน และจะนำนโยบายที่ได้รับมอบไปขยายผลแก้ปัญหาและนำไปปฏิบัติร่วมกับตำรวจและ ป.ป.ส.และกับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่

ขณะที่ พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ ชี้ถึงสถานการณ์ยาเสพติด โดยระบุว่า สาเหตุสำคัญในการแพร่ระบาดของยาเสพติด ยังพบอยู่ในชุมชน รวมถึงตามแนวชายแดน จึงเสนอว่า หาก ผวจ.แต่ละจังหวัด ทำงานสอดคล้องกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ทำให้ประชาชนเขารู้สึกว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาร่วมกันทั้งจังหวัด เชื่อว่จะสามารถแก้ปัญหาได้ เหมือนเป็นการ “เริ่มติดกระดุมให้ถูกตั้งแต่เม็ดแรก”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์