‘นายกฯ’ สั่งยกระดับแก้ปัญหา PM 2.5 ทุกพื้นที่ ‘ส.ส.’ จี้รัฐเร่งดูแล ชง ‘ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ เข้าสภาฯ

2 ก.พ. 2566 - 17:13

  • ‘นายกฯ’ สั่งเข้มหน่วยงานทุกพื้นที่ยกระดับแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 จริงจัง

  • ‘อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ’ เผยฝุ่น PM 2.5 ยังอยู่กับคนกรุงยาวถึง 7 ก.พ.

  • ขณะ ‘ส.ส.’ ชง ‘ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด’ เข้าสภาฯ จี้รัฐเร่งดูแลหลังฝุ่นพิษคลุ้งทั่วประเทศ

Prime_Minister_ordered_to_raise_measures_to_solve_the_problem_of_PM_2_be372e8c3e.5-dust-in-all-areas-SPACEBAR-Thumbnail
ทำเนียบรัฐบาล (2 กุมภาพันธ์ 2566) ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ว่า ปัจจุบันค่า PM 2.5 อยู่ในระดับเกินมาตรฐาน และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะ ประเทศไทยตอนกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงภาคใต้  

นอกจากนั้นในกรุงเทพมหานคร และเมืองขนาดใหญ่ ยังพบว่าค่าฝุ่น PM 2.5 อยู่ในระดับสีแดงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพด้วย โดยมี 15 จังหวัด ที่มีจุดความร้อนสูงสุดประกอบไปด้วย กาญจนบุรี ชัยภูมิ ตาก เพชรบูรณ์นครสวรรค์ ลพบุรี ลำปาง เชียงราย พะเยา ราชบุรีแพร่ เชียงใหม่ กาฬสินธุ์ อุตรดิตถ์ และนครราชสีมา   

อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ นี้ PM 2.5 จะลดลงอยู่ในระดับปานกลาง จากนั้นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ จะลดลงมาอยู่ในระดับค่ามาตรฐาน ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและ 17 จังหวัดภาคเหนือ  

“อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้มีการป้องกันอย่างเข้มงวด โดยให้มีการเวิร์คฟอร์มโฮมลดการก่อสร้าง การเผาในที่โล่งแจ้ง ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถตรวจสอบ และดูแลตนเองได้ผ่านแอปพลิเคชัน Air 4 Thai เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ส่วนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถตรวจสอบได้ผ่านแอปพลิเคชัน Air Bkk”  

ด้านอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจังและได้มีข้อสั่งการเพิ่มเติมในการยกระดับมาตรการในระดับพื้นที่ และขอความร่วมมือประชาชนด้วย โดยในอนาคตอาจจะต้องมีการลดเรื่องการขนส่ง 

ขณะเดียวกันที่รัฐสภา (2 กุมภาพันธ์ 2566) จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบันที่มีความรุนแรง ว่า พรรคเพื่อไทยมีความยินดีหากฝ่ายบริหารจะปรับเอารูปแบบของร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ของพรรคเพื่อไทยไปใช้ เรายินดีหากจะช่วยให้การแก้ปัญหา PM 2.5 สามารถขับเคลื่อนไปได้ เพราะเราเชื่อว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด จะเป็นความหวังเดียวที่ขับเคลื่อนได้ในฝ่ายนิติบัญญัติ  

“ทุกไตรมาสจะเกิดปัญหามลภาวะทางอากาศอย่าง PM 2.5 อย่างต่อเนื่อง วันนี้เราหมดสิ้นความอดทนแล้วในการที่รัฐบาลเฉยชานิ่งเฉยในเรื่องนี้ สิ่งที่เหยียบเบรคไว้ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนใจในการเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย คือ PM 2.5 การที่เราจะพลิกฟื้นประเทศด้วยการท่องเที่ยว การลงทุน เราต้องแก้ปัญหานี้ด้วย เพียงแค่ท่านเปิดใจให้กว้าง อย่างน้อยเพื่อเป็นของขวัญให้ลูกหลาน ผู้สูงอายุ ได้หายใจในอากาศที่บริสุทธิ์ และให้ภาคเศรษฐกิจได้เติบโต ตรงนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาลมหายใจ แต่ปัญหาจะอยู่อีกยาวนาน ถ้าวันนี้ไม่มีการเยียวยาแก้ไข เราจึงขอให้รัฐบาลรับเรื่องนี้ไปแก้ปัญหาอย่างจริงใจ” จักรพล กล่าว 

จักรพล กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่า การเรียกร้องที่ให้หยิบยกร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ ไม่ได้เป็นแค่คำพูดขึ้นมาลอยๆ เพราะได้ศึกษาและถอดบทเรียนมาหมดแล้ว และในการอภิปรายทั่วไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ตนจะพูดถึงเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว โดยจะพูดถึงปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ของประเทศด้วย ซึ่งเรามีความห่วงใยอย่างจริงใจ เพราะพรรคเพื่อไทยต่อสู้เรื่องนี้มา 3 ปีแล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์