นายกฯ ลั่น! ทําทุกทาง สั่งเตรียมเรือพาคนไทยกลับบ้าน

12 ต.ค. 2566 - 15:18

  • ‘นายกฯ’ สั่งเตรียมเรือรับคนไทยจากอิสราเอลเพิ่มอีกทาง หากเส้นทางบินมีข้อจำกัดเยอะ

  • ลั่น! ทําทุกวิถีทางย้ำคำนึงความปลอดภัยคนไทยเป็นหลัก

Prime_Minister_orders_the_boat_to_be_prepared_Accepting_Thai_people_from_Israel_SPACEBAR_Hero_fc0646025f.jpg

นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (โฆษกรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงจํานวนเครื่องบินที่จะไปรับแรงงานชาวไทยจากประเทศอิสราเอลกลับมาประเทศไทย ว่า ล่าสุดขณะนี้สายการบินแอร์เอเชีย รับปากมาแล้ว 2 ลำ สายการบินนกแอร์ 2 ลำ ส่วนสายการบินไทย วันนี้ (12 ตุลาคม) จะทราบว่ามีทั้งหมดกี่ลำ แต่คิดว่าในส่วนของสายการบินไทยน่าจะมีมากกว่า ส่วนเครื่องบินของกองทัพอากาศนั้นจะมีมากกว่า 1 ลําแน่นอน

โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศทำงานกันอย่างหัวหกก้นขวิด ทำงานหนักมากๆ น่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ และต้องขอชื่นชมด้วย เพราะที่เมืองเทลอาวีฟถือว่าเป็นภาวะสงครามแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามที่จะประสานให้พอดีกันทั้งคนไทยที่จะกลับและเครื่องบิน คือ เมื่อเครื่องบินไปถึงแล้วสามารถรับแรงงานไทยกลับได้เลย แต่เมื่อสถานการณ์รุนแรงขึ้น การเดินทางจากแคมป์นายจ้าง ซึ่งทางรัฐบาลอิสราเอลไม่ให้รถทั่วไปเข้าไปรับเลย ต้องเป็นรถทางการอิสราเอลเท่านั้น ดังนั้นการเคลื่อนย้ายเพื่อมาขึ้นเครื่องบินจึงไม่สะดวก

“ล่าสุด นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่าไม่ต้องคอยแล้ว ให้ไปหาเครื่องบินมาแล้วไปรับคนไทยให้เร็วที่สุด เป้าหมายตอนนี้คืออพยพคนไทยกลับมาให้เร็วที่สุด”

ผู้สื่อข่าวถามว่า เส้นทางการบินที่จะใช้ไปรับคนไทยจะมีความสะดวกหรือไม่ โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า เครื่องบินเดินทางไปได้ แต่คงไม่สะดวกเท่าที่ควร เพราะน่านฟ้าของประเทศอิสราเอลไม่ได้เปิดตลอด เปิดบ้างปิดบ้างซึ่งเข้มงวดมาก นอกจากนี้ เส้นทางการบินบางจุดผ่านได้ บางจุดผ่านไม่ได้ ต้องบินอ้อม ซึ่งตนพูดมากกว่านี้ไม่ได้เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว ซึ่งในภาวะสงครามแบบนี้เราก็เข้าใจ

เมื่อถามว่า ต้องหาทางให้เครื่องบินไปจอดให้ใกล้ประเทศอิสราเอลมากที่สุดใช่หรือไม่ โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ถ้าคนไทยเคลื่อนย้ายมาที่สนามบินได้ เราต้องมีเครื่องบินพร้อมให้เขาเดินทางกลับ ไม่ใช่มาแล้วเครื่องบินไม่มี 

เมื่อถามว่า จะมีการนำเครื่องบินไปจอดที่บริเวณชายแดนที่เกิดการสู้รบได้หรือไม่ โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า เป็นกลยุทธ์ เพราะแทนที่เราจะบินไปรับคนไทยแล้วกลับมากรุงเทพฯ เลย ซึ่งมีระยะทางไปกลับถึง 6,983 กิโลเมตรใช้เวลาบินถึง 9 ชั่วโมง

“ดังนั้นเพื่อให้รับคนไทยได้มาก นายกฯ จึงให้สัมภาษณ์ที่ประเทศมาเลเซียว่าเราอาจจะต้องมีการวางกลยุทธ์ใหม่โดยไม่ต้องบินยาว แต่ให้รับคนไทยมาที่มิตรประเทศใกล้ๆ ที่มีความปลอดภัยก่อน แล้วไปรับกลุ่มใหม่มาอีก

นอกจากนี้ นายกฯ เพิ่งให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเช้าที่มาเลเซียว่า ถ้าการเดินทางทางเครื่องบินลำบาก ก็ให้ลองพิจารณาที่จะเอาเรือไปรับด้วย ถือเป็นอีกทางหนึ่ง เรียกว่าเราต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะรักษาความปลอดภัยให้กับคนไทย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์