พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (วาตภัย) ที่ จ.พิจิตร ซึ่งมีรายงานผู้เสียชีวิต 7 ราย ได้รับบาดเจ็บ 18 คน สำหรับพื้นที่ อ.สามง่าม มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบใน ต.เนินปอ, ต.รังนก และ ต.กำแพงดิน รวมกว่า 408 หลังคาเรือน
โดยจุดแรก นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือสาธารณภัยวาตภัย โรงเรียนวัดเนินปอ อ.สามง่าม เพื่อตรวจจุดเกิดเหตุบริเวณลานสนามฟุตบอล และดูสภาพความเสียหายของโรงเรียน พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้ถอดบทเรียนและกำชับเรื่องการดูแลเยียวยา หากส่วนไหนทางจังหวัดพิจิตร ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ร้องขอมาทางส่วนกลาง ทั้งนี้ เบื้องต้น ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟื้นฟูดูแลโดยเร็ว รวมทั้งให้กองอำนวยการร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยติดตามขั้นตอนการช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย ตลอดจนเตรียมแผนสำรองไว้ ทั้งระดับ 1, ระดับ 2 และระดับ 3
“สถาบันพระมหากษัตริย์ดูแลทุกอย่างในการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง นี่คือสถาบัน ที่สร้างขวัญกำลังใจของพวกเราทุกคน ซึ่งต้องอยู่ด้วยความรักความสามัคคี ตนเสียใจกับผู้สูญเสีย ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในประเทศไทยก็ต้องมาดูแล ซึ่งไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ขอให้กระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้น พวกท่านอยู่ยาวนาน บ้านเมืองต้องอยู่ รัฐบาลมาเดี๋ยวก็ไป” นายกฯ กล่าวบางช่วงบางตอน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะให้กำลังใจนักเรียน โดยรับเสียงเชียร์ "เรารักลุงตู่" ก่อนเข้าให้กำลังใจประชาชนภายในศาลาวัด พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิตต้องทำพิธีอุทิศส่วนกุศลให้อย่างสมเกียรติ ขณะที่กลุ่มคนบาดเจ็บ หนักบ้าง เบาบ้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในส่วนของรัฐบาลมีงบประมาณจากสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และขอให้ใช้อย่างเป็นประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะการดูแลซ่อมสร้างบ้านเรือนต่างๆ ให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ทั้งนี้ ได้สั่งให้ทหารเข้ามาดูแลแล้ว
“ในฐานะนายกฯ ก็ต้องคิดว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นอีกไหม มันน่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เพราะโลกเปลี่ยนแปลง เคยพูดไปแล้ว นี่คือสภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง อะไรไม่เคยรุนแรงก็จะรุนแรง อะไรไม่เคยเกิดก็จะเกิด เพราะวันนี้โลกมีปัญหาเรื่องโลกร้อน ตนพูดมาพอสมควร ซึ่งเราจะต้องดูแลรักษา ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าดูแลรักษาโลกไปด้วย นั่นคือสิ่งที่ขอฝากพวกเราทุกคน รัฐบาลไม่เคยละทิ้งความห่วงใย ที่มีให้กับประชาชน ไม่ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงให้ได้ แล้วจะมีการพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น ลูกหลานครอบครัวจะต้องมีความมั่นคงแข็งแรง เข้มแข็ง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของประเทศไทย ขอฝากพวกเราช่วยกันดูแลอย่างดีที่สุด” นายกฯ กล่าวบางช่วงบางตอน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะหน่วยงานส่วนท้องถิ่น อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปจนถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมสุขภาพจิต พร้อมเน้นย้ำถึงความรักความสามัคคี และความห่วงใย โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้ง
ต่อมา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเคารพศพผู้สูญเสีย ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลภายในบ้าน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย ก่อนเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลพิจิตร โดยนายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ยังพักรักษาตัวอยู่ ณ หอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง จำนวน 2 ราย และหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก จำนวน 2 ราย ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และหายป่วยในเร็ววัน ตลอดจนขอให้ครอบครัวมีกำลังใจที่ดี ในส่วนของการดูแลช่วยเหลือเยียวยา ขอให้หน่วยงานประสานดูแลให้ครบถ้วนและดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบต่อไป
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ยังมีกำลังใจดีอยู่ และยังสู้ ยังทำงานอยู่ รวมทั้งรู้สึกดีใจที่ประชาชนมาให้กำลังใจ โดยบอกว่าให้ ‘ลุงตู่อยู่ต่อ’
“อยากให้เขามีความรักความสามัคคีแบบนี้ ใครจะเป็นก็เหมือนกันแหละ ต้องรักสามัคคี” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนนั้น กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้มาร่วมคณะกับ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย โดยเจ้าตัวระบุว่ามาในฐานะคนในพื้นที่ นอกจากนี้ นายกฯ มอบหมายให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้มอบถุงยังชีพแทน เนื่องจากช่วงนี้ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
โดยจุดแรก นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์และให้ความช่วยเหลือสาธารณภัยวาตภัย โรงเรียนวัดเนินปอ อ.สามง่าม เพื่อตรวจจุดเกิดเหตุบริเวณลานสนามฟุตบอล และดูสภาพความเสียหายของโรงเรียน พร้อมสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยให้ถอดบทเรียนและกำชับเรื่องการดูแลเยียวยา หากส่วนไหนทางจังหวัดพิจิตร ไม่สามารถดำเนินการได้ ให้ร้องขอมาทางส่วนกลาง ทั้งนี้ เบื้องต้น ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟื้นฟูดูแลโดยเร็ว รวมทั้งให้กองอำนวยการร่วมช่วยเหลือผู้ประสบวาตภัยติดตามขั้นตอนการช่วยเหลือจนกว่าสถานการณ์จะเรียบร้อย ตลอดจนเตรียมแผนสำรองไว้ ทั้งระดับ 1, ระดับ 2 และระดับ 3
“สถาบันพระมหากษัตริย์ดูแลทุกอย่างในการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง นี่คือสถาบัน ที่สร้างขวัญกำลังใจของพวกเราทุกคน ซึ่งต้องอยู่ด้วยความรักความสามัคคี ตนเสียใจกับผู้สูญเสีย ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในประเทศไทยก็ต้องมาดูแล ซึ่งไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ขอให้กระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้น พวกท่านอยู่ยาวนาน บ้านเมืองต้องอยู่ รัฐบาลมาเดี๋ยวก็ไป” นายกฯ กล่าวบางช่วงบางตอน
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พบปะให้กำลังใจนักเรียน โดยรับเสียงเชียร์ "เรารักลุงตู่" ก่อนเข้าให้กำลังใจประชาชนภายในศาลาวัด พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่วนผู้เสียชีวิตต้องทำพิธีอุทิศส่วนกุศลให้อย่างสมเกียรติ ขณะที่กลุ่มคนบาดเจ็บ หนักบ้าง เบาบ้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในส่วนของรัฐบาลมีงบประมาณจากสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และขอให้ใช้อย่างเป็นประโยชน์มากที่สุด โดยเฉพาะการดูแลซ่อมสร้างบ้านเรือนต่างๆ ให้กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ทั้งนี้ ได้สั่งให้ทหารเข้ามาดูแลแล้ว
“ในฐานะนายกฯ ก็ต้องคิดว่าสถานการณ์จะเกิดขึ้นอีกไหม มันน่าจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เพราะโลกเปลี่ยนแปลง เคยพูดไปแล้ว นี่คือสภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง อะไรไม่เคยรุนแรงก็จะรุนแรง อะไรไม่เคยเกิดก็จะเกิด เพราะวันนี้โลกมีปัญหาเรื่องโลกร้อน ตนพูดมาพอสมควร ซึ่งเราจะต้องดูแลรักษา ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าดูแลรักษาโลกไปด้วย นั่นคือสิ่งที่ขอฝากพวกเราทุกคน รัฐบาลไม่เคยละทิ้งความห่วงใย ที่มีให้กับประชาชน ไม่ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่ก็ตาม ซึ่งต้องดำรงชีวิตอยู่อย่างพอเพียงให้ได้ แล้วจะมีการพัฒนาต่อยอดให้ดีขึ้น ลูกหลานครอบครัวจะต้องมีความมั่นคงแข็งแรง เข้มแข็ง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของประเทศไทย ขอฝากพวกเราช่วยกันดูแลอย่างดีที่สุด” นายกฯ กล่าวบางช่วงบางตอน
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะหน่วยงานส่วนท้องถิ่น อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไปจนถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมสุขภาพจิต พร้อมเน้นย้ำถึงความรักความสามัคคี และความห่วงใย โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทอดทิ้ง
ต่อมา นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเคารพศพผู้สูญเสีย ที่ตั้งบำเพ็ญกุศลภายในบ้าน พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย ก่อนเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลพิจิตร โดยนายกรัฐมนตรีได้เข้าเยี่ยมผู้ป่วยที่ยังพักรักษาตัวอยู่ ณ หอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิง จำนวน 2 ราย และหอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก จำนวน 2 ราย ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมขอให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงขึ้น และหายป่วยในเร็ววัน ตลอดจนขอให้ครอบครัวมีกำลังใจที่ดี ในส่วนของการดูแลช่วยเหลือเยียวยา ขอให้หน่วยงานประสานดูแลให้ครบถ้วนและดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบต่อไป
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ยังมีกำลังใจดีอยู่ และยังสู้ ยังทำงานอยู่ รวมทั้งรู้สึกดีใจที่ประชาชนมาให้กำลังใจ โดยบอกว่าให้ ‘ลุงตู่อยู่ต่อ’
“อยากให้เขามีความรักความสามัคคีแบบนี้ ใครจะเป็นก็เหมือนกันแหละ ต้องรักสามัคคี” นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ระหว่างการลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชนนั้น กิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้มาร่วมคณะกับ พล.อ.ประยุทธ์ ด้วย โดยเจ้าตัวระบุว่ามาในฐานะคนในพื้นที่ นอกจากนี้ นายกฯ มอบหมายให้สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้มอบถุงยังชีพแทน เนื่องจากช่วงนี้ยังไม่รับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)










