‘นายกฯ อิ๊งค์’ ยันมีแผนจัดการฝุ่น PM 2.5! อัดกลับ ‘ธนาธร’ แซะรัฐบาลมีแต่สั่ง หัดหาข้อมูล

28 ม.ค. 2568 - 15:51

  • ‘นายกฯ แพทองธาร’ เผยวง ครม.เสนอแผนจัดการฝุ่น PM 2.5 รายกระทรวง เร่งลุยมาตรการแก้

  • แนะ ‘ธนาธร’ ประธานคณะก้าวหน้า หาข้อมูลเพิ่ม หลังว่ารัฐบาลมีแต่สั่งไม่ติดตามงาน

Prime_Minister_Pae_Thongthan_confirms_there_is_a_plan_to_manage_PM_2_5_dust_SPACEBAR_Hero_f8ce77d900.jpg

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.28 ม.ค.68) ว่า ครม.นำเสนอแผนการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยแต่ละกระทรวงจะทำแยกกันไป ดังนี้ 

กระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศให้รับมือภัยพิบัติในครั้งนี้ ออกประกาศห้ามเผาให้มีการบริหารจัดการซังข้าวโพด ต้นอ้อยแห้ง ให้ใช้วิธีการฝังกลบแทนการเผา ทำปุ๋ยอินทรีย์ และการใช้เครื่องแพคฟาง ตลอดจนร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการเตรียมรับมือดับไฟป่า

ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้ดูแลกลุ่มเปราะบางต่างๆ โดยการให้หน้ากากอนามัย N95 และห้องคลีนรูม หรือห้องปลอดเชื้อเพื่อให้ผู้ป่วยและเด็กเล็กใช้บริการ

“กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ให้ปฏิบัติการเชิงรุกที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้งบกลางที่จัดสรรในการจัดจ้างบุคคลากรเข้ามาดูแลพื้นที่ที่มีไฟป่า กระทรวงเกษตรฯ ต้องไม่ให้มีการเผาทุกพื้นที่การเกษตร ซึ่งถ้าหากพบเจอจะตัดการสนับสนุนเงินเยียวยาจากรัฐบาลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.68 ถึง 31 พ.ค.69”

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

“ นอกจากนี้ยังมีการใช้ปฏิบัติการฝนหลวงในการลดฝุ่นละอองในอากาศ ด้านกระทรวงคมนาคม อย่างที่ทราบว่ามีมาตรการให้ขึ้นรถเมลล์และรถไฟฟ้าฟรี 7 วันเพื่อเป็นการลดฝุ่น ซึ่งมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยสำรวจแล้วพบว่ารถบนท้องถนนลดลง 500,000 คันต่อวัน ช่วงนี้จึงรู้สึกได้ว่าใน กทม.รถติดน้อยลงคงเป็นมาตรการนี้ช่วยได้เยอะ”

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ด้านกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งขอความร่วมมือโรงงานและสมาคมชาวไร่อ้อยไม่ให้รับอ้อยที่มาจากการเผาเกิน 25% ต่อวัน โดยกระทรวงอุตสาหกรรมปฏิบัติอย่างจริงจังและได้ผลเป็นอย่างดี สถิติเหลือเพียง 10% ต่อวัน และทุกโรงงานน้ำตาลให้ความร่วมมืออย่างดี นอกจากนี้การไม่เผาทำให้ใบอ้อยมีมูลค่ามากขึ้น เพื่อนำไปขายกับโรงงานที่ใช้ผลิตพลังงาน 

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมมือกับอาเซียนทำความร่วมมือกับลาว กัมพูชา เมียนมา และกรอบความร่วมมือในประเทศภูมิภาคเอเชียและร่วมมือกับกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง ร่วมมือทางด้านเทคนิคว่าเทคโนโลยีของแต่ละประเทศมีอะไรสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้

เมื่อถามว่า ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ระบุว่ารัฐบาลมีแต่การสั่งงานแต่ยังไม่เห็นการติดตามงานหรืออะไรที่เป็นรูปธรรมจากสิ่งที่ได้สั่งไปแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างที่ได้รายงานไป ทุกกระทรวงมีการติดตามอย่างใกล้ชิด ก็เป็นงานของรัฐบาล และแต่ละกระทรวงที่ต้องตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยังไงก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในแต่ละกระทรวงที่แจ้งไว้

“การได้รับความร่วมมือจากประเทศเพื่อนบ้านจะเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้นแน่นอน อย่างฝุ่นของประเทศเราตอนนี้ถ้าดูจากจุดความร้อนของเราคือดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต้องขอความร่วมมือกันต่อไป และอย่างที่บอกว่าฝุ่นอยู่ในอากาศลมพัดมาลมพัดไป จากเรามาหาเขา จากเขามาหาเรา มันก็ทำให้ส่งผลกระทบทั้งหมดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องอาศัยความร่วมมือ และถ้าได้ความร่วมมือก็เกิดผลเร็วแน่นอน”

แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์