พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยืนยันในการเข้าพบของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดคุยถึงกรณีที่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะเดินทางกลับประเทศไทย ก่อนวันเกิด พร้อมย้ำว่า อีกฝ่ายไม่ได้มีการประสานใดๆ และเรื่องดังกล่าวก็ไม่เกี่ยวกับตนเองหรือรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของกระบวนการตามกฎหมาย จึงไม่สามารถรับปากอะไรได้
“ไม่ต้องประกาศอะไรทั้งสิ้น ถ้ากลับมาก็ดำเนินคดีก็จบ อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย เขามีอยู่แล้ว ตนไม่ไปเกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น และตนก็ไม่ใช่ศัตรูของใครทั้งสิ้น มันมีประเด็นทางกฎหมายก็ไปแก้กันทางกฎหมายสิจ๊ะ คือไม่ใช่นายกฯ จะทำได้ทุกอย่างจะบอกให้นะ ก็ต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง อำนาจของใครก็ของใคร เป็นอำนาจของใครก็ว่ากันไป ไม่งั้นจะเกิดความขัดแย้งอยู่แบบนี้ล่ะ ใช่ไหม ถ้าเราเอาความขัดแย้งวันนี้มามากๆ เข้าประเทศชาติจะเดินไม่ได้ อย่าลืมว่าเราอยู่ในสายตาของโลกเขาด้วย ประเทศไทยนี้ปัญหาจะเกิดทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะต้องระมัดระวังอย่างที่สุด ทั้งเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลัง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีขณะนี้ ทำอะไรก็ต้องคิดไปให้ไกล อย่าคิดใกล้ๆ คิดใกล้ก็ไม่พ้นสักทีมันก็ติดหล่มอยู่ตรงนี้ ปัญหาก็เกิดอย่างนี้ ต้องมองว่าเราจะอยู่กันอย่างไรในระยะยาว ผมไม่ได้ขัดแย้งกับใคร ยินดีด้วยซ้ำถ้าจะมีรัฐบาลใหม่ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดมันก็ดีใช่ไหมล่ะ เพราะต่างประเทศรอดูตรงนี้อยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามถึงประเด็นที่ว่า ถึงเวลาที่ต้องสลายขั้ว 'ชินวัตร' กับขั้วอื่นๆ หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ไม่มีขั้วอะไรทั้งนั้น เราไปสร้างขั้วกันเอง”
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันด้วยว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ถึงคดีหุ้นบริษัท ไอทีวีฯ ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
“เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอยู่แล้ว อย่าลืมว่าที่ยืนอยู่นี้เป็นอำนาจบริหาร ส่วนอำนาจนิติบัญญัติ ตุลาการ เป็นคนละอำนาจ ใครถึงตรงไหนก็ทำตรงนั้นไปแล้วกัน ตนคิดว่าอย่างนั้นดีกว่า ถ้าไปก้าวล่วงซึ่งกันและกันก็จะยุ่งไปหมด เพราะวันนี้ก็ยุ่งพออยู่แล้ว ต้องให้เขาทำงานไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ได้เปิดเผยว่า ในวงประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ขอให้ ครม. อดทน เพราะในการทำงาน ย่อมมีปัญหาต่างๆเข้ามาตลอดเวลา อีกทั้งรัฐบาลยังมีหน้าที่ในการใช้อำนาจบริหารให้ถูกต้อง ในการแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
“วันนี้ที่ประชุมมีการหารือหลายเรื่อง ทั้งพลังงาน ประปา จึงจะต้องหามาตรการ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนมากเกินไป ซึ่งทุกคนทราบดีว่าเรายังมีปัญหาเรื่องพลังงานอยู่ ฉะนั้น ต้องมีการเตรียมมาตรการรองรับ สุดแท้แต่ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราเป็นรัฐบาลรักษาการ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
“ไม่ต้องประกาศอะไรทั้งสิ้น ถ้ากลับมาก็ดำเนินคดีก็จบ อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย เขามีอยู่แล้ว ตนไม่ไปเกี่ยวข้องอะไรทั้งสิ้น และตนก็ไม่ใช่ศัตรูของใครทั้งสิ้น มันมีประเด็นทางกฎหมายก็ไปแก้กันทางกฎหมายสิจ๊ะ คือไม่ใช่นายกฯ จะทำได้ทุกอย่างจะบอกให้นะ ก็ต้องทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง อำนาจของใครก็ของใคร เป็นอำนาจของใครก็ว่ากันไป ไม่งั้นจะเกิดความขัดแย้งอยู่แบบนี้ล่ะ ใช่ไหม ถ้าเราเอาความขัดแย้งวันนี้มามากๆ เข้าประเทศชาติจะเดินไม่ได้ อย่าลืมว่าเราอยู่ในสายตาของโลกเขาด้วย ประเทศไทยนี้ปัญหาจะเกิดทางด้านเศรษฐกิจ ด้านการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้รัฐบาลจะต้องระมัดระวังอย่างที่สุด ทั้งเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลัง ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดีขณะนี้ ทำอะไรก็ต้องคิดไปให้ไกล อย่าคิดใกล้ๆ คิดใกล้ก็ไม่พ้นสักทีมันก็ติดหล่มอยู่ตรงนี้ ปัญหาก็เกิดอย่างนี้ ต้องมองว่าเราจะอยู่กันอย่างไรในระยะยาว ผมไม่ได้ขัดแย้งกับใคร ยินดีด้วยซ้ำถ้าจะมีรัฐบาลใหม่ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดมันก็ดีใช่ไหมล่ะ เพราะต่างประเทศรอดูตรงนี้อยู่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามถึงประเด็นที่ว่า ถึงเวลาที่ต้องสลายขั้ว 'ชินวัตร' กับขั้วอื่นๆ หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “ไม่มีขั้วอะไรทั้งนั้น เราไปสร้างขั้วกันเอง”
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันด้วยว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกับสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ถึงคดีหุ้นบริษัท ไอทีวีฯ ของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล
“เป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอยู่แล้ว อย่าลืมว่าที่ยืนอยู่นี้เป็นอำนาจบริหาร ส่วนอำนาจนิติบัญญัติ ตุลาการ เป็นคนละอำนาจ ใครถึงตรงไหนก็ทำตรงนั้นไปแล้วกัน ตนคิดว่าอย่างนั้นดีกว่า ถ้าไปก้าวล่วงซึ่งกันและกันก็จะยุ่งไปหมด เพราะวันนี้ก็ยุ่งพออยู่แล้ว ต้องให้เขาทำงานไป” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ได้เปิดเผยว่า ในวงประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ขอให้ ครม. อดทน เพราะในการทำงาน ย่อมมีปัญหาต่างๆเข้ามาตลอดเวลา อีกทั้งรัฐบาลยังมีหน้าที่ในการใช้อำนาจบริหารให้ถูกต้อง ในการแก้ปัญหาให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน
“วันนี้ที่ประชุมมีการหารือหลายเรื่อง ทั้งพลังงาน ประปา จึงจะต้องหามาตรการ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนมากเกินไป ซึ่งทุกคนทราบดีว่าเรายังมีปัญหาเรื่องพลังงานอยู่ ฉะนั้น ต้องมีการเตรียมมาตรการรองรับ สุดแท้แต่ว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเราเป็นรัฐบาลรักษาการ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว



