เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีเมื่อวานนี้ (8 ก.ค.) มีการพบกับผู้นำเหล่าทัพในการบันทึกเทปอาเศียรวาทถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ที่สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย (NBT) ได้มีพูดคุยการจัดโผทำแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารชั้นนายพล หรือไม่ เนื่องจะมีการเกษียนอายุราชการในเดือนกันยายน นี้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้เลย คุยกันแต่เรื่องยาเสพติด โดยในเรื่องการโยกย้ายเป็นเรื่องของผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ท่านบริหารจัดการอยู่แล้ว ท่านทราบบุคลากรที่เหมาะสมว่าใครควรได้รับการเลื่อนตำแหน่ง หรือโยกย้ายตำแหน่ง ตนไม่เคยก้าวก่ายเรื่องพวกนี้
เมื่อถามว่า นายกฯ จะต้องเป็นผู้นำโผทหารเข้าทูลเกล้าฯ จะช่วยดูด้วยหรือไม่ หรือจะให้ สุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (รมว.กลาโหม) เป็นผู้ดูเพียงคนเดียว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่ามีคณะกรรมการสภากลาโหมอยู่แล้ว ซึ่งทุกท่านคงมีการพูดคุย และเชื่อว่าทุกคนต้องให้ความเป็นธรรมกับลูกน้องตนเองหมด
เมื่อถามต่อว่า นายกฯ มองถึงเรื่องรุ่นนักเรียนเตรียมทหารว่าจะเป็นการรุ่นเดียวกัน หรือคละรุ่น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ไม่มีไม่เคยมองเรื่องพวกนี้เลย เอาบุคคลที่เหมาะสมก็แล้วกัน จะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง หรือรุ่นเดียวกัน เชื่อว่าฝ่ายความมั่นคงเขาก็มีความตั้งใจจริงที่จะเอาคนที่ทำงานมาอยู่ในตำแหน่งที่เข้าวางไว้”
ต้องปรับการสื่อสาร หลังเสียงวิจารณ์หนัก ผลงาน 1 ปียังไม่จึ้ง
นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์ ถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลที่จะครบรอบ 1 ปีในเดือนสิงหาคมนี้ แม้จะเห็นถึงความตั้งใจแต่ยังไม่เห็นผลงานที่เป็นรูปธรรม โดยกล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าเรื่องการสื่อสารที่ชัดเจนเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเป็นไปอย่างที่ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลทำงานมากพอสมควร ในหลายๆ โครงการและทุกกระทรวงก็ทำงานหนัก
อีกทั้งการลงทุนจากต่างประเทศ การเพิ่มราคาสินค้าเกษตร การพักหนี้เกษตรกร การดูแลพืชหลักพืชรอง การเพิ่มศักยภาพการศึกษาให้เยาวชน การเพิ่มค่าแรง กฎหมายสมรสเท่าเทียม ยกระดับบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค รวมถึงนโยบายปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมีหลายมิติที่เราพยายามทำอยู่ และจะเร่งดูแลเรื่องการศึกษาให้มีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น
เมื่อถามว่าคิดว่าผลงานที่เป็นรูปธรรมจะมีความชัดเจน ทำให้ประชาชนรู้สึกจึ้งกับผลงานได้อย่างไร นายกรัฐมนตรีถึงกับหัวเราะคำว่าจึ้ง พร้อมกล่าวว่า “_จะทำให้จึ้งได้อย่างไร ผมคิดว่าต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป เพราะมีหลายโครงการที่จะค่อยๆ ทยอยออกมา อย่างเช่นการลงทุนจากต่างประเทศ การทำ FTA ที่เพิ่มมากขึ้นส่วนตัวคิดว่าจะค่อยๆ ทยอยออกมา”_
เมื่อถามว่านอกจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามแต่ก็ยังมีคนในจากพรรคเพื่อไทย ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลเช่นเดียวกัน จะมีการทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นคนของพรรคเดียวกัน พรรคร่วมรัฐบาล หรือพรรคฝ่ายค้าน อาจจะอึดอัดใจหรือไม่เข้าใจ หรือมีการสื่อสารที่ไม่ดีพอ รัฐบาลนี้ก็ต้องรับฟัง
หรือแม้จะเป็นคำติจากพรรคร่วมเดียวกัน เราก็ต้องรับฟังและพยายาม อะไรที่เป็นคำติที่เหมาะสม สมควรที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเราก็ต้องทำ หากเป็นเรื่องที่เราทำอยู่แล้ว หากยังมีการสื่อสารไม่ดีเราก็พร้อมที่จะชี้แจงในเวทีที่เหมาะสม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวคิดว่าบุคลิกของนายกรัฐมนตรีที่เป็นซีอีโอเก่าเป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินหรือไม่ เพราะเมื่อก่อนเป็น ซีอีโอ ก็จะปิดไซด์งานได้ตลอด แต่พอมาเป็นนายกฯไม่ค่อยปิดไซด์งานได้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ปัจจุบันก็มีการปิดงานได้เยอะมากพอสมควร สมัยก่อนที่เป็นซีอีโอก็มีการเปิด-ปิด-โอน และมีการเปิดและปิดงานใหม่ตลอด




