ครั้งแรก! ประชุม ครม.วันอาทิตย์ ก่อน ‘นายกฯ’ บิน ตปท. 10 วัน

3 มี.ค. 2567 - 11:10

  • ‘นายกฯ’ เรียกประชุม ครม.วันอาทิตย์ ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ 10 วัน

  • ร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย และเยือนเยอรมัน ฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 4-13 มี.ค.นี้

Prime_Minister_Srettha_calls_a_Cabinet_meeting_on_Sunday_before_flying_abroad_SPACEBAR_Hero_a677f81529.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 13.00 น.วันนี้ (3 มีนาคม 2567) ที่ทำเนียบรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน  นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดยถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่การประชุม (ครม.) เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดราชการ ในวันอาทิตย์ จากปกติที่จะมีการประชุม ครม.ในวันอังคารของทุกสัปดาห์

ทั้งนี้สาเหตุที่มีการจัดประชุม ครม.ในวันอาทิตย์ที่ 3 มี.ค.นี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีกำหนดเดินทางเยือนต่างประเทศเป็นระยะเวลา 10 วัน โดยร่วมการประชุมสุดยอดสมัยพิเศษ เพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์อาเซียน-ออสเตรเลีย อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 4 - 13 มี.ค.2567 

ซึ่งทำให้นายกรัฐมนตรีจะไม่ได้อยู่ประชุม ครม.ในวันอังคารที่ 5 มี.ค. และวันที่ 12 มี.ค. นอกจากนี้ยังมีเอกสารร่างบันทึกความร่วมมือกับต่างประเทศที่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อนที่จะไปลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับต่างประเทศได้

ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (โฆษกรัฐบาล) เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มีกำหนดการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-ออสเตรเลีย สมัยพิเศษ (2024 ASEAN-Australia Special Summit) เพื่อฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ ระหว่างวันที่ 4 – 6 มีนาคม 2567 โดยวัตถุประสงค์ในการร่วมการประชุมฯ ครั้งนี้ ได้แก่ 

1.ในทางเศรษฐกิจ คือ ส่งเสริมความร่วมมือด้านการลงทุน มุ่งมั่นดึงดูดให้ออสเตรเลียเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนในไทยมากขึ้น ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคและไทย รวมทั้ง จะเป็นโอกาสให้นักลงทุนไทยลงทุนในออสเตรเลียเช่นกัน ทั้งนี้ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของออสเตรเลีย ซึ่งกำลังผลักดันให้เอกชนออสเตรเลียลงทุนในอาเซียน ตามยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจตะวันออกเฉียงใต้สู่ปี ค.ศ. 2040 (Invested: Southeast Asia Economic Strategy to 2040) กอรปกับ การเดินทางครั้งนี้ จะเพิ่มโอกาสประชาสัมพันธ์นโยบายและโครงการสำคัญของรัฐบาลเพื่อเชิญชวนการลงทุน โดยเฉพาะโครงการ Landbridge และการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า

2.เป็นโอกาสผลักดันให้ออสเตรเลียร่วมมือกับอาเซียนในการลดความขัดแย้งในภูมิภาคโดยสันติวิธี โดยให้ออสเตรเลีย ในฐานะประเทศสมาชิกหุ้นส่วนไตรภาคีด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา (Australia - the United Kingdom - the United States : AUKUS) และกลุ่มภาคี Quadrilateral Security Dialogue (Quad) มีบทบาทสร้างสรรค์ในการส่งเสริมการพัฒนาในภูมิภาค ซึ่งจะเอื้อต่อการส่งเสริมเสถียรภาพและ พัฒนาเศรษฐกิจและ 

3.ผลักดันความร่วมมือในกรอบอาเซียน-ออสเตรเลีย ให้ส่งผลประโยชน์ต่อไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ การเข้าถึงเงินทุนรวม 225 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (5,288 ล้านบาท) ภายใต้โครงการ Australia for ASEAN (Aus4ASEAN) Initiatives โดยที่ผ่านมา ออสเตรเลียเน้นโครงการด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจดิจิทัล ทุนการศึกษา การเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรด้านวิชาการและอาชีวศึกษา นอกจากนี้ ออสเตรเลียได้ให้การสนับสนุนเงิน อุดหนุนแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนในประเด็นต่างๆ ในกรอบทวิภาคีด้วย อาทิ การค้ามนุษย์ การพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน และสาธารณสุข

ในการประชุมครั้งนี้ นอกจากนายกรัฐมนตรีของไทยมีประมุข/หัวหน้ารัฐบาลของประเทศสมาชิกอาเซียน (เมียนมาไม่เข้าร่วม) นายกรัฐมนตรี ออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต ในฐานะผู้สังเกตการณ์ และเลขาธิการอาเซียน ร่วมการประชุมด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีกำหนดการพบหารือกับบุคคลสำคัญ ทั้งระดับผู้นำประเทศต่างๆ และผู้บริหารบริษัทที่มีความสำคัญระดับโลก

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์