คนไทยดับ 29 ราย! ‘นายกฯ’ จ่อคุย ‘ซาอุฯ’ ช่วยกลับ ปท.

16 ต.ค. 2566 - 16:41

  • ‘นายกฯ’ เผยแรงงานไทยเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รวมเป็น 29 ราย ถูกจับตัวประกันเพิ่มอีก 1 คน ยอมรับสถานการณ์อยู่ในขั้นวิกฤต

  • หวังใช้โอกาสเยือนซาอุฯ ถกผู้นำช่วยคนไทยออกจากอิสราเอล

Prime_Minister_Srettha_reveals_that_29_Thai_people_have_died_Ready_to_talk_with_Saudi_Arabia_to_help_leave_Israel_SPACEBAR_Hero_5fe703bac9.jpg

ที่ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (16 ตุลาคม 2566) เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) ให้สัมภาษณ์ก่อนการเดินทางไปประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation: BRF) ครั้งที่ 3 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 16-22 ตุลาคม นี้ ถึงสถานการณ์แรงงานไทยในประเทศอิสราเอล ว่า 

“ขณะนี้มีแรงงานไทยถูกจับเป็นตัวประกันเพิ่มอีก 1 คน และเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งสถานการณ์ไม่ได้เบาบางลงไปยังอยู่ในขั้นวิกฤตเหมือนเดิม และเที่ยวบินที่รับแรงงานไทยกลับล่าสุดได้รับว่าแจ้งว่าจะเดินทางกลับ แต่ไม่สามารถเดินทางมาได้ 6 คน ซึ่งไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่าจะอยู่ในพื้นที่สุ่มเสี่ยง จึงยังไม่สามารถเดินทางออกมาได้” 

นายกฯ กล่าวว่า โดยกระทรวงการต่างประเทศจะมีการประชุมในวันเดียวกันนี้ และได้สั่งการไปว่าให้หาเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้น เพื่ออพยพคนทั้ง 7,000 คนให้ได้ภายในสิ้นเดือนพฤศจิกายน นี้ 

เมื่อถามว่าเรื่องตัวประกันขณะนี้มีสัญญาณบวกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ยังไม่มี ก็จะพยายามทำทุกวิถีทาง แต่มีความคืบหน้าที่ดีขึ้นในแง่ของการเจรจา”

เมื่อถามต่อว่าสถานการณ์การสู้รบยังยืดเยื้อ ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตของคนไทยก็เพิ่มขึ้น นายกฯ กล่าวว่า “เป็นเรื่องที่น่ากังวลอยู่ จึงได้สั่งการให้นำคนของเราออกมาโดยเร็วที่สุด ส่วนเรื่องอื่นเป็นเรื่องรอง ขณะที่เรื่องการช่วยตัวประกันก็เป็นเรื่องที่สำคัญเท่าเทียมกัน”

เมื่อถามถึงกรณีที่พบว่านายจ้างบังคับให้แรงงานทำงานแม้จะอยู่ในภาวะสงคราม นายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีแล้ว และเรื่องนี้ได้เงียบหายไปแล้ว เราได้มีการสั่งการไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมประสาน เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทยว่าเรื่องนี้เรารับไม่ได้ ขออย่าให้มีเรื่องนี้เกิดขึ้นเลย เพราะเป็นเรื่องของความเป็นความตาย จะมาบังคับทำงานไม่ถูกต้อง ซึ่งเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯก็รับปากจะดูแลเรื่องนี้ให้

ก่อนหน้านี้ นายกฯ ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า จะใช้โอกาสในการเดินทางไปประชุมเวทีข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Forum for International Cooperation: BRF) ครั้งที่ 3 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน และการประชุมสุดยอดอาเซียนคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (ASEAN-GCC Summit) ครั้งที่ 1 ที่ซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 16-22 ตุลาคม พูดคุยกับผู้นำหลายประเทศ ขอความช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลที่ต้องการจะเดินทางกลับไทยด้วย

“จะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวพูดคุยขอความช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอลที่ต้องการจะเดินทางไทยด้วย เชื่อว่ามีผู้นำหลายคนไป และอย่างที่ทราบกันดีต้องอาศัยการทูต ทั้งช่องทางที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งในโอกาสที่จะพบผู้นำหลายประเทศครั้งนี้จะมีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ และเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำประเทศทุกคนให้ความสำคัญ และเป็นห่วงเป็นใยจริงๆ อยากให้ทุกอย่างจบได้ด้วยดี”

เมื่อถามว่าเครื่องบินของกองทัพอากาศที่จะบินไปช่วยคนไทยที่อิสราเอลเวลานี้มีข้อคิดเห็นในเรื่องของการต้องบินอ้อมไม่สามารถบินตรงได้ ขณะที่เกาหลีใต้สามารถบินตรงได้ สะท้อนว่าทางการทูตเราด้อยกว่าหรือไม่ นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า “ไม่น่าใช่ และตรงนี้ยังไม่ได้รับข้อมูลมา”

เมื่อถามถึงกรณีที่ไม่สามารถบินผ่านเส้นทางของซาอุดีอาระเบียได้ นายกฯ จะใช้โอกาสการเดินทางไปเยือนครั้งนี้พูดคุยขอความช่วยเหลือในเรื่องนี้หรือไม่ 

นายกฯ เศรษฐา กล่าวว่า เป็นข้อเสนอแนะที่ดี และคิดว่าคงต้องคุย โดยตนจะได้เจอ เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย คงจะได้เจรจากันหลายเรื่อง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์