เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) ให้สัมภาษณ์ถึงการชมภาพยนตร์เรื่อง ‘สัปเหร่อ’ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ตุลาคม 2566 ว่า ก็ดีนะครับ เป็นภาพยนตร์ที่สนุก และเชื่อว่าเรื่องของอาชีพที่หลายคนไม่รู้จัก อย่าว่าแต่ฝรั่งเลย อาชีพที่คนไทยไม่รู้จักก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด รวมถึงเรื่องการใช้ภาษา เรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้เชื่อว่าจะทำให้คนรู้ซึ้งถึงวัฒนธรรมของไทยได้ดีขึ้น
“ก็ยินดีสนับสนุนผู้กำกับเก่ง ก็อยากสนับสนุนผู้กำกับที่มีฝีมือให้มาช่วยผลักดันในเรื่องของภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นหนังสั้น หนังยาว ให้มีเวทีในการที่จะแสดงความสามารถได้ ผมสนับสนุนเต็มที่ และมีการพูดคุยกันว่าในเรื่องของการสนับสนุนที่อยากให้รัฐเอาภาพยนตร์ หรือผู้กำกับไปเฉิดฉายในเวทีแสดงหนังโลก ซึ่งเราจะสนับสนุนตรงนี้”
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า “แต่เรื่องหนึ่งที่ติดอยู่คือ พ.ร.บ.เซ็นเซอร์ อันนี้ก็เป็นอะไรที่ต้องใช้คำว่าอาจจะล้าสมัย ต้องปรับปรุงให้เข้ากับสมัยใหม่หน่อย จะได้มีการแสดงในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น”
ผู้สื่อข่าวถามว่า หนังฟอร์มเล็กเรามีดีๆ เยอะ จะสนับสนุนอย่างไร เพราะหนังเหล่านี้ไม่มีทุนเหมือนรายใหญ่ๆ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวมานั่งพูดคุยกัน ตรงนี้คิดว่าคณะทำงานซอฟต์พาวเวอร์เล็งเห็นอยู่แล้วในเรื่องของการขาดทุนทรัพย์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการชมภาพยนตร์ ‘สัปเหร่อ’ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 25 ตุลาคม นายกฯ เศรษฐา ได้โพสต์ ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘เศรษฐา ทวีสิน- Srettha Thavisin’ ระบุว่า สัปเหร่อ คือภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความเชื่อของภาคอีสานผ่านสายตาของคนรุ่นใหม่ออกมาได้อย่างน่าชื่นชม
ส่วนตัวเชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ คือการที่ผู้กำกับและทีมงานภูมิใจในรากเหง้าของตัวเอง ควรค่าแก่การสนับสนุน
“รัฐบาลเราสนับสนุน Soft Power ทุกมิติ ด้านภาพยนตร์เองก็เช่นกัน เราพร้อมที่จะผลักดันให้ภาพยนตร์ไทย พาวัฒนธรรมของเราออกไปสู่สายตาชาวโลก เป็นจุดขายไปสร้างชื่อเสียง สร้างรายได้ และความชื่นชอบให้กับประเทศไทย สุดท้ายนี้ หนังบอกเราให้มองเห็นคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ ทำทุกอย่างให้เต็มที่ และดูแลคนที่เรารักให้ดีที่สุดครับ”




