อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ลงมติผ่านร่างกฎหมายสำคัญ ซึ่งเป็นร่างของ ครม.รวม 4 ฉบับ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ เมื่อวานนี้ (28 ธันวาคม 2565) ที่รัฐสภา โดยร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ได้แก่
1. ร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ....
2. ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
3. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
4. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
โดยกฎหมายฉบับที่ 1, ฉบับที่ 2 และฉบับที่ 3 ผลการพิจารณา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ส่วนกฎหมายฉบับที่ 4 ที่เกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นั้น ได้มีการแก้ไขให้เก็บดอกเบี้ยได้ 1% ต่อปี และให้มีเบี้ยปรับไม่เกิน 0.5% ต่อปี และไม่ต้องมีผู้ค้ำทุกกรณี
นายกรัฐมนตรีขอขอบคุณประธานสภาฯ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ทุกคน ที่ลงมติผ่านร่างกฎหมายสำคัญ เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้ผู้กู้ยืมได้รับผลกระทบ ด้วยการโดนฟ้องร้อง และการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงตามกฎหมายเดิม
“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการศึกษาของประชาชน ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เชื่อมั่นถึงประโยชน์ของการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม จึงขอขอบคุณสมาชิกสภาฯ ทุกคนที่ผ่านร่างกฎหมายสำคัญทั้ง 4 ฉบับที่เสนอโดยรัฐบาล โดยเฉพาะร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กยศ. ครั้งนี้ เพื่อคำนึงถึงประโยชน์ และผลกระทบที่อาจเกิดแก่ประชาชน” อนุชา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกเหนือจากร่างกฎหมาย 4 ฉบับดังกล่าวแล้ว ที่ประชุมสภาฯ ยังลงมติเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการฯ (กบข.) ส.ส.ส่วนใหญ่อภิปรายคัดค้านการแก้ไขของวุฒิสภา ที่ตัดบทบัญญัติให้สิทธิสมาชิก กบข. ขอรับเงินกองทุนไม่เกิน 30% ของจำนวนเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยของตน เพราะเห็นว่าเป็นการตัดสิทธิข้าราชการชั้นผู้น้อยในการได้รับสิทธิด้านที่อยู่อาศัย แต่ในการลงมติปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข คือห้ามสมาชิก กบข. นำเงินกองทุนไปซื้อที่อยู่อาศัย
ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นั้นมี ส.ส.อภิปรายไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไข โดยไม่ต้องการให้เก็บดอกเบี้ยและค่าปรับการผิดนัดชำระหนี้ แต่ที่สุด ที่ประชุมมีมติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบกับวุฒิสภา คือให้เก็บดอกเบี้ยเงินกู้ กยศ. ไม่เกิน 1% และคิดค่าปรับการผิดนัดชำระหนี้ ไม่เกินร้อยละ 0.5%
สำหรับขั้นตอนต่อไป ทางสภาฯ จะนำร่าง พ.ร.บ. 5 ฉบับดังกล่าว ส่งไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป
1. ร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ....
2. ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
3. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
4. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
โดยกฎหมายฉบับที่ 1, ฉบับที่ 2 และฉบับที่ 3 ผลการพิจารณา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ส่วนกฎหมายฉบับที่ 4 ที่เกี่ยวกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นั้น ได้มีการแก้ไขให้เก็บดอกเบี้ยได้ 1% ต่อปี และให้มีเบี้ยปรับไม่เกิน 0.5% ต่อปี และไม่ต้องมีผู้ค้ำทุกกรณี
นายกรัฐมนตรีขอขอบคุณประธานสภาฯ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ทุกคน ที่ลงมติผ่านร่างกฎหมายสำคัญ เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้ผู้กู้ยืมได้รับผลกระทบ ด้วยการโดนฟ้องร้อง และการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงตามกฎหมายเดิม
“นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการศึกษาของประชาชน ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ เชื่อมั่นถึงประโยชน์ของการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม จึงขอขอบคุณสมาชิกสภาฯ ทุกคนที่ผ่านร่างกฎหมายสำคัญทั้ง 4 ฉบับที่เสนอโดยรัฐบาล โดยเฉพาะร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กยศ. ครั้งนี้ เพื่อคำนึงถึงประโยชน์ และผลกระทบที่อาจเกิดแก่ประชาชน” อนุชา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกเหนือจากร่างกฎหมาย 4 ฉบับดังกล่าวแล้ว ที่ประชุมสภาฯ ยังลงมติเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ...
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการฯ (กบข.) ส.ส.ส่วนใหญ่อภิปรายคัดค้านการแก้ไขของวุฒิสภา ที่ตัดบทบัญญัติให้สิทธิสมาชิก กบข. ขอรับเงินกองทุนไม่เกิน 30% ของจำนวนเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทน เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัยของตน เพราะเห็นว่าเป็นการตัดสิทธิข้าราชการชั้นผู้น้อยในการได้รับสิทธิด้านที่อยู่อาศัย แต่ในการลงมติปรากฏว่าเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบตามที่วุฒิสภาแก้ไข คือห้ามสมาชิก กบข. นำเงินกองทุนไปซื้อที่อยู่อาศัย
ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) นั้นมี ส.ส.อภิปรายไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่วุฒิสภาแก้ไข โดยไม่ต้องการให้เก็บดอกเบี้ยและค่าปรับการผิดนัดชำระหนี้ แต่ที่สุด ที่ประชุมมีมติเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบกับวุฒิสภา คือให้เก็บดอกเบี้ยเงินกู้ กยศ. ไม่เกิน 1% และคิดค่าปรับการผิดนัดชำระหนี้ ไม่เกินร้อยละ 0.5%
สำหรับขั้นตอนต่อไป ทางสภาฯ จะนำร่าง พ.ร.บ. 5 ฉบับดังกล่าว ส่งไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป




