ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในช่วงหนึ่งของการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จุติ ไกรฤกษ์ รมต.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุม ถึงกรณีฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 โดยระบุว่า การอภิปรายครั้งนี้ เป็นโอกาสให้คณะรัฐมนตรีได้ชี้แจงเรื่องการทำงานที่ผ่านมาอย่างเต็มที่
ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม กล่าวเสริมว่า การอภิปรายของฝ่ายค้าน เห็นโจทย์กันอยู่ว่ามี 5 ข้อ แต่อาจสร้างความสับสนเข้าใจผิดแก่ประชาชน หรือเป็นการด้อยค่ากัน จึงขอให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเตรียมรับมือ หรือไปทำการบ้าน เตรียมตอบคำถามเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายและเรื่องที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาพูด ที่อาจมีการกล่าวหาเรื่องการทุจริตให้ได้ และอยากให้กำชับไปลูกพรรคให้เข้าร่วมประชุมสภาฯ อย่าให้บรรยากาศโหรงเหรง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงหนึ่งของการประชุม เป็นการประชุมลับเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญ โดยแจ้งให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุมคณะรัฐมนตรี เหลือเพียงคณะรัฐมนตรีอยู่ในที่ประชุมเท่านั้น โดยเป็นวาระเกี่ยวกับพื้นที่พัฒนาร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเหตุที่ต้องเร่งพิจารณาเรื่องนี้ เนื่องจากขณะนี้สภาฯ ใกล้หมดวาระ และประเด็นดังกล่าวต้องนำไปขอความเห็นชอบต่อสภาฯ ตามมาตรา 178
ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม กล่าวเสริมว่า การอภิปรายของฝ่ายค้าน เห็นโจทย์กันอยู่ว่ามี 5 ข้อ แต่อาจสร้างความสับสนเข้าใจผิดแก่ประชาชน หรือเป็นการด้อยค่ากัน จึงขอให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงเตรียมรับมือ หรือไปทำการบ้าน เตรียมตอบคำถามเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายและเรื่องที่ฝ่ายค้านจะหยิบยกมาพูด ที่อาจมีการกล่าวหาเรื่องการทุจริตให้ได้ และอยากให้กำชับไปลูกพรรคให้เข้าร่วมประชุมสภาฯ อย่าให้บรรยากาศโหรงเหรง
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงหนึ่งของการประชุม เป็นการประชุมลับเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญ โดยแจ้งให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุมคณะรัฐมนตรี เหลือเพียงคณะรัฐมนตรีอยู่ในที่ประชุมเท่านั้น โดยเป็นวาระเกี่ยวกับพื้นที่พัฒนาร่วมกันระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเหตุที่ต้องเร่งพิจารณาเรื่องนี้ เนื่องจากขณะนี้สภาฯ ใกล้หมดวาระ และประเด็นดังกล่าวต้องนำไปขอความเห็นชอบต่อสภาฯ ตามมาตรา 178



