‘บิ๊กตู่’ เยี่ยมชมความก้าวหน้านวัตกรรมฮาลาล พร้อมร่ายยาวหยอดสโลแกน ‘ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ’

23 ก.พ. 2566 - 16:03

  • นายกฯ เยี่ยมชมความก้าวหน้านวัตกรรมฮาลาล

  • รองอธิการบดีจุฬาฯ ผิดคิว! กล่าวต้อนรับ ‘นายกฯ ประวิตร’

  • ด้าน ‘บิ๊กตู่’ ย้ำหลายอย่างยังมีปัญหา ใครเป็นรัฐบาลต้องทำเพื่อประเทศชาติ

  • ไม่ลืมหยอดสโลแกน ‘ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ’ ยันไม่ทะเลาะกับใคร บางครั้งเจตนาดี แต่พูดอะไรก็ผิด

Prime_Minister_visited_Halal_innovation_progress_SPACEBAR_Hero_c134921c61.jpeg
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม รับฟังบรรยายและเยี่ยมชมศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมี พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ 

ผู้สื่อข่าสวรายงานด้วยว่า เกิดเหตุผิดคิวก่อนที่นายกรัฐมนตรี จะกล่าวมอบนโยบาย โดย ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวต้อนรับว่า “กราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร” ก่อนจะรีบขออภัยและระบุว่า ตื่นเต้น ทำให้ผู้ที่มาร่วมงานภายในห้องต่างพากันหัวเราะ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงกับยิ้ม 

ด้าน รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า มอตโตของนายกฯ ‘ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ’ ตรงกับคำในศาสนาอิสลามว่า “กอลูสะเมียะนา ว่าอาเฏาะนา” ที่แปลว่า “เราได้รับทราบแล้วและเราได้ปฏิบัติแล้ว” พอได้ยินคำนี้จากนายกรัฐมนตรีว่านี่คือความโปรดปราน เพราะเราฟังอย่างเดียวไม่ได้จะต้องปฏิบัติด้วย ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวคิดเดียวกัน รศ.ดร.วินัย ยังกล่าวอีกว่า ลูกเขยของตนเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตสวนหลวง พรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความไว้วางใจ  

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวมอบนโยบาย โดยได้เน้นย้ำถึงการวิจัยและพัฒนา เพื่อผลักดันอาหารฮาลาลของไทย สู่ตลาดโลก ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Soft Power ที่ต้องขับเคลื่อนให้ได้ 

“วันนี้ยังเจอปัญหาอยู่เยอะ ตนอยากพูดให้ประชาชนเข้าใจว่าเราทำอะไรไปแล้ว อะไรที่ทำได้ ตนก็ต้องทำ และทำให้เสร็จ อะไรไม่เสร็จก็ต้องรับฟังความเห็น และอะไรทำใหม่ และทำต่อ ตนคิดแบบนี้มาตลอดหลายปี หลายอย่างคืบหน้าหลายอย่างมีอุปสรรคต้องแก้ไขปัญหา ขณะที่นโยบายรัฐบาลเน้นการวิจัยและพัฒนา เพราะการเพิ่มมูลค่าอาหาร สินค้าต่างๆของเรา วันนี้ผลิตแบบเดิมๆ ขายไม่ออกแล้ว จึงมาเน้นในเรื่องวิจัยพัฒนา โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบ packaging ที่เป็นแรงจูงใจให้คนนิยมซื้อ” นายกฯ ระบุ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ชื่นใจและดีใจที่ได้มาเห็นความคืบหน้าด้วยตนเอง รวมทั้งเห็นรอยยิ้มทุกคน จึงขอชื่นชมและคิดว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำต่อไป ใครเป็นรัฐบาลต้องทำเพื่อประเทศชาติที่รักยิ่งของเรา  

“ตนไม่เคยเข้ามาศูนย์ที่นี่ มีคนบอกว่ายังเล็กไปหน่อย ตนก็ได้ยิน แต่ค่อยว่ากันวันหลัง ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีกระทรวง อว. ดูแลอยู่แล้ว วันนี้ตนให้สัญญาไม่ได้เข้าใจนะ เดี๋ยวหาว่ามีความผิดอีก วันนี้พูดอะไรก็ผิดไปหมด บางครั้งเราก็เจตนาดีที่จะพูดจะสื่อสาร แต่บางครั้งก็ไม่ได้ ต้องระมัดระวังให้ตนด้วย ย้ำว่าอะไรที่ควรจะทำก็จะต้องทำ ซึ่งเราพยายามทำหลายๆ เรื่องให้เศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งมีทั้ง 2 ส่วนคือระดับบนและระดับฐานราก จึงอยากฝากให้ทุกคนช่วยกันทำฐานรากให้เข้มแข็งด้วย” นายกฯ ระบุ

“ส่วนอาหารฮาลาลตนกินอาหารได้หมด ตนเป็นคนไทยและเป็นคนง่ายๆ ทานได้หมดไม่ได้เลือกอยู่แล้ว ซึ่งประเทศไทยอยู่ร่วมกันมานานเรื่องศาสนา ขณะเดียวกันวันนี้ตนต้องเตือนเรื่องการลงทุน การค้า และพาณิชย์ในโลกใหม่น่าเป็นห่วงในเรื่องการกีดกันทางการค้าและสงครามต่างๆ ซึ่งตนได้ข้อมูลเรื่องการกีดกันการค้าด้วยสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการทำอะไรก็ตามต้องคำนึงสิ่งแวดล้อม เพราะอาจมีการตรวจสอบทั้งหมดและไปสู่เรื่องสั่งซื้อหรือไม่ซื้อ รวมทั้งกติกาและเรื่องภาษีอะไรต่างๆ ตนพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้ วันนี้ต้องระมัดระวัง รักกันไม่แยกแยะ แบ่งพวกแบ่งฝ่ายอะไรทั้งสิ้น” นายกฯ กล่าวบางช่วงบางตอน 

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังเน้นย้ำถึงหลัก Active Learning เพื่อสร้างกระบวนการคิดที่ถูกต้อง  

“ไม่ใช่คิดที่ผิดเป็นถูก ไม่ได้ อะไรผิดก็คือผิด ขณะเดียวกันหลายอย่างที่ตนพูด ไม่ได้ว่าใคร วันนี้แตะอะไรไม่ได้ ไม่ได้ว่าใครสักที ไม่มีเจตนาทะเลาะกับใครทั้งสิ้น ทะเลาะกับตัวเองก็เหนื่อยพอแล้ว ทะเลาะกับตัวเองทั้งวัน ไอ้โน่นใช่ ไอ้นี่ไม่ใช่ ร้อยอย่างก็ทำได้ 2-3 อย่าง เท่าที่ทำได้ ตนต้องไตร่ตรองและต้องคิดให้รอบคอบในฐานะผู้นำประเทศ” นายกฯ ระบุ 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวย้ำว่า อาหารเป็นหนึ่งใน Soft Power หรืออำนาจละมุนของไทย ซึ่งมีหลายอย่างที่ต่างชาติกำลังมาลงทุน ถ้าเราไม่ให้ไม่สนับสนุนก็ไม่เกิด แต่เราต้องให้ในกรอบที่ทำได้  

“วันนี้ยังเจอปัญหาเก่าๆ หลายอย่างต้องแก้ไขให้ได้ เพราะตนห่วงประเทศชาติและประชาชนทุกเรื่อง ไม่ใช่แค่รายใหญ่ รายเล็ก แต่ทั้งหมดคือประเทศไทย และมีอย่างเดียวโลกใบนี้เท่าเทียมเรื่องโอกาส ถ้าทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันโอกาสก็เพิ่ม ไม่ขัดแย้งกัน ทำประเทศเปลี่ยนไปยุคใหม่ในการพัฒนา โดยทำให้ถูกต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร ขณะที่เงินที่มีอยู่ในปัจจุบันต้องแบ่งเป็น 2 ขา ซึ่งรายรับเพิ่มขึ้นไม่มาก จึงต้องผลิตเหล่านี้มาเพื่อเพิ่มรายได้มากขึ้น และมาดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น วันนี้ ใช้เงินตรงนี้เยอะพอสมควรอยู่แล้ว ถ้าจะทำอะไรใหม่ดีคนอยากได้ ถามว่าของเดิมไปไหน ยืนยันตนไม่ค้านกับใคร แต่บางครั้งเสนอมาใช้เงินเก้าแสนล้าน จะเอาเงินจากไหน ซึ่งจะให้ได้มากขึ้นถ้าทำรายได้ให้มากขึ้น” นายกฯ ระบุ 

ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ยังฝากความห่วงใยถึงจุฬาราชมนตรี โดยระบุว่า มีความใกล้ชิดและคุ้นเคยกัน ซึ่งมีความเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพ
Prime_Minister_visited_Halal_innovation_progress_SPACEBAR_Photo01_739420d19b.jpeg
Prime_Minister_visited_Halal_innovation_progress_SPACEBAR_Photo02_8b8e4d1ad3.jpeg
Prime_Minister_visited_Halal_innovation_progress_SPACEBAR_Photo03_1f1043e4df.jpeg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์