พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม เดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์ฝึกอบรมผาหมี ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้พืชมูลค่าสูง ถ่ายทอดองค์ความรู้ต่างๆ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่สร้างรายได้ ลดปัญหาความยากจน และสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน โดยนายกฯ ได้รับฟังบรรยายสรุป ‘โครงการนำร่องเกษตรดิจิทัลด้วยเทคโนโลยี 5G เพื่อสนับสนุนโครงการพืชมูลค่าสูง’ ก่อนพบปะพูดคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่มาต้อนรับ รวทั้งได้สอบถามประวัติชื่อบ้านผาหมี พร้อมกล่าวว่า “ให้ทุกคนช่วยกันดูแลครอบครัว รักกันไว้เถิดเราเกิดร่วมแดนไทย” ขณะที่ชาวบ้านร้องเพลงต่อว่า “จะเกิดภาคไหน ก็ไทยด้วยกัน”
จากนั้น นายกฯ ได้เยี่ยมชมแปลงทดลองการปลูกพืชมูลค่าสูง (แปลงวานิลา) และรดน้ำต้นวนิลา พร้อมอวยพรให้โตเร็วๆ ก่อนเยี่ยมชมศูนย์ฝึกคนพิการของกระทรวงแรงงาน พร้อมให้กำลังใจผู้พิการที่มาฝึกอาชีพว่า “ไม่ยอมแพ้ เก่งมาก อยู่ที่กำลังใจเรา ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต ต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด ถ้าจะรอคนอื่นมาช่วยมันก็ได้ไม่เทาไหร่ รัฐบาลต้องดูแลทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และขอให้ช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน เดี๋ยวนายกฯ จะอุดหนุนซื้อไปฝากภรรยา”
นายกฯ ย้ำด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญทั้งสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี โดยในการประชุมเอเปค ที่ผ่านมา ได้มีการเสนอโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งไปสู่สิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอน อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และเกษตรกร ต้องทำธุรกิจหรือเพาะปลูกอย่างมีความรับผิดชอบทั้งตนเอง สังคม และชุมชนด้วย ทั้งนี้ ดีใจที่ได้มาเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
“สิ่งที่นายกฯพูดและขับเคลื่อนเสมอมาคือการทำอะไรก็ตาม ถ้าเรามุ่งไปสู่อนาคต เราจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง เราต้องคิดตลอดในกระบวนการไปข้างหน้า ยิ่งเราอยู่ตรงนี้เราก็ทำให้เป้าหมายอยู่ตรงนู้น 10 หรือ20 ปี นายกฯ ได้อยู่แค่ไหนก็ทำได้แค่ตรงนี้ ฉะนั้นก็ต้องส่งต่อคนต่อไป ต้องทำแบบนี้ ถ้าไม่ทำก็เหมือนเราสร้างถนนแล้วมันไม่จบ เหมือนหลายปีที่ผ่านมาถนนเราเกิดขึ้นได้ เพราะเราทำต่อเนื่อง เรามียุทธศาสตร์ชาติ เพราะฉะนั้นเรื่องสิ่งแวดล้อมสำคัญที่สุด ประเทศไทยมีโอกาสมากเราได้รับคำชื่นชม เพราะเราเป็นประเทศที่ทำก๊าซ Co2 น้อยเมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ เพราะเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และยังมีปริมาณที่เราสามารถลดลงได้อีกทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และวันนี้รายได้ของเราต้องมาจากคาร์บอนเครดิตที่มีการแลกเปลี่ยนกันกับประเทศเพื่อนบ้าน เรายังเดินหน้าได้ทุกเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ ยังย้ำถึงเดินหน้าไปสู่อนาคต ตามแผนที่วางไว้ หากทำไม่ได้ก็ต้องหยุด แล้วหาวิธีการใหม่ แต่หยุดทำไม่ได้ พร้อมชี้ให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์-ปัจจุบัน-อนาคต ต้องไปด้วยกัน ส่วนก่อนเดินทางกลับ ได้กล่าวว่า “เลิฟยู ปลอดภัยนะ ทหารดูให้ดีด้วย ระวังตัวทุกคน เทคแคร์ กู๊ดเฮลธ์ แฮปปี้ นิวเยียร์”
พร้อมกล่าวอวยพรปีใหม่ว่า “เนื่องในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ 2566 ที่ใกล้จะถึง ขออำนวยพรให้กับพวกเราทุกคน และขออาราธนาพระรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เดชะพระบารอันแผ่ไพศาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้โปรดประทานพรให้กับพวกเราทุกคน ทุกเชื้อชาติ ศาสนาที่อยู่บนแผ่นดินไทย และคนต่างชาติที่มาเที่ยวในประเทศไทยให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ประเทศไทยสงบร่มเย็น มีเสถียรภาพ ความรักความสามัคคีเป็นบ่อเกิดความเจริญก้าวหน้า ทุกอย่างทุกประการ สิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น คิดดีทำดีสิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้น ถ้าคิดไม่ดีทำไม่ดีก็ไม่สำเร็จสักอย่าง”
จากนั้น นายกฯ ได้เยี่ยมชมแปลงทดลองการปลูกพืชมูลค่าสูง (แปลงวานิลา) และรดน้ำต้นวนิลา พร้อมอวยพรให้โตเร็วๆ ก่อนเยี่ยมชมศูนย์ฝึกคนพิการของกระทรวงแรงงาน พร้อมให้กำลังใจผู้พิการที่มาฝึกอาชีพว่า “ไม่ยอมแพ้ เก่งมาก อยู่ที่กำลังใจเรา ไม่ยอมแพ้ต่อชีวิต ต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด ถ้าจะรอคนอื่นมาช่วยมันก็ได้ไม่เทาไหร่ รัฐบาลต้องดูแลทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และขอให้ช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน เดี๋ยวนายกฯ จะอุดหนุนซื้อไปฝากภรรยา”
นายกฯ ย้ำด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญทั้งสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยี โดยในการประชุมเอเปค ที่ผ่านมา ได้มีการเสนอโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่มุ่งไปสู่สิ่งแวดล้อม ลดคาร์บอน อย่างไรก็ตาม ภาคประชาชน ผู้ประกอบการ ภาคอุตสาหกรรม และเกษตรกร ต้องทำธุรกิจหรือเพาะปลูกอย่างมีความรับผิดชอบทั้งตนเอง สังคม และชุมชนด้วย ทั้งนี้ ดีใจที่ได้มาเห็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
“สิ่งที่นายกฯพูดและขับเคลื่อนเสมอมาคือการทำอะไรก็ตาม ถ้าเรามุ่งไปสู่อนาคต เราจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง เราต้องคิดตลอดในกระบวนการไปข้างหน้า ยิ่งเราอยู่ตรงนี้เราก็ทำให้เป้าหมายอยู่ตรงนู้น 10 หรือ20 ปี นายกฯ ได้อยู่แค่ไหนก็ทำได้แค่ตรงนี้ ฉะนั้นก็ต้องส่งต่อคนต่อไป ต้องทำแบบนี้ ถ้าไม่ทำก็เหมือนเราสร้างถนนแล้วมันไม่จบ เหมือนหลายปีที่ผ่านมาถนนเราเกิดขึ้นได้ เพราะเราทำต่อเนื่อง เรามียุทธศาสตร์ชาติ เพราะฉะนั้นเรื่องสิ่งแวดล้อมสำคัญที่สุด ประเทศไทยมีโอกาสมากเราได้รับคำชื่นชม เพราะเราเป็นประเทศที่ทำก๊าซ Co2 น้อยเมื่อเทียบกับประเทศใหญ่ เพราะเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ปศุสัตว์ และยังมีปริมาณที่เราสามารถลดลงได้อีกทั้งภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และวันนี้รายได้ของเราต้องมาจากคาร์บอนเครดิตที่มีการแลกเปลี่ยนกันกับประเทศเพื่อนบ้าน เรายังเดินหน้าได้ทุกเรื่อง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ ยังย้ำถึงเดินหน้าไปสู่อนาคต ตามแผนที่วางไว้ หากทำไม่ได้ก็ต้องหยุด แล้วหาวิธีการใหม่ แต่หยุดทำไม่ได้ พร้อมชี้ให้เห็นว่า ประวัติศาสตร์-ปัจจุบัน-อนาคต ต้องไปด้วยกัน ส่วนก่อนเดินทางกลับ ได้กล่าวว่า “เลิฟยู ปลอดภัยนะ ทหารดูให้ดีด้วย ระวังตัวทุกคน เทคแคร์ กู๊ดเฮลธ์ แฮปปี้ นิวเยียร์”
พร้อมกล่าวอวยพรปีใหม่ว่า “เนื่องในวาระดิถีวันขึ้นปีใหม่ 2566 ที่ใกล้จะถึง ขออำนวยพรให้กับพวกเราทุกคน และขออาราธนาพระรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เดชะพระบารอันแผ่ไพศาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีได้โปรดประทานพรให้กับพวกเราทุกคน ทุกเชื้อชาติ ศาสนาที่อยู่บนแผ่นดินไทย และคนต่างชาติที่มาเที่ยวในประเทศไทยให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ประเทศไทยสงบร่มเย็น มีเสถียรภาพ ความรักความสามัคคีเป็นบ่อเกิดความเจริญก้าวหน้า ทุกอย่างทุกประการ สิ่งดีๆ กำลังจะเกิดขึ้น คิดดีทำดีสิ่งดีๆ ก็จะเกิดขึ้น ถ้าคิดไม่ดีทำไม่ดีก็ไม่สำเร็จสักอย่าง”




