‘นายกฯ อิ๊งค์’ ลุยเชียงใหม่ ดูน้ำแม่ปิง ชาวบ้านอวยพรให้รัฐบาลอยู่นานๆ

28 ก.ย. 2567 - 16:11

  • ‘นายกฯ อิ๊งค์’ นำทีมลุยชียงใหม่ ดูแม่น้ำปิง ‘ผู้ว่าฯ’ มั่นใจขณะนี้น้ำอยู่ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว

  • เยี่ยมผู้สูงอายุ สอบถามรับ ‘เงินหมื่น’ เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ ด้านชาวบ้านอวยพรให้รัฐบาลอยู่นานๆ

  • ‘รมว.ยุติธรรม’ เผยนำผู้ต้องขังราชทัณฑ์ ช่วยฟื้นฟูชาวเชียงใหม่

Prime_Minister_went_to_see_the_flood_situation_in_Chiang_Mai_SPACEBAR_Hero_9fd5d424af.jpg

ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจในช่วงบ่ายของ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะ โดยได้เดินทางต่อมายังท่าอากาศยานทหาร กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนนั่งรถยนต์ Volkswagen ทะเบียน นก 9999 เชียงใหม่ ไปปฏิบัติภารกิจ

โดยจุดแรก เวลา 13.50 น. แพทองธาร ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในเขตชุมชน บริเวณสถานีวัดระดับน้ำ P1 ณ เชิงสะพานนวรัฐ ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง มาสมทบในการลงพื้นที่ด้วย

ขณะที่ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ รายงานสถานการณ์น้ำ ยืนยันว่าปีนี้จังหวัดเชียงใหม่ จัดการระบบบริหารจัดการน้ำได้ค่อนข้างดี จึงไม่มีปัญหา สามารถเคลียร์ได้ในระดับหนึ่ง และสถานการณ์ในปัจจุบันที่แม่น้ำปิง บริเวณสะพานนวรัฐ ก็ลดระดับลงไปได้เยอะ ส่วนการดำเนินการฟื้นฟูเยียวยาก็กำลังเร่งดำเนินการอยู่ ซึ่งระดับน้ำอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าตลิ่งแล้ว

แพทองธาร ได้เดินดูบริเวณสถานีวัดระดับน้ำ P1 ก่อนทักทายกลุ่มผู้มาให้กำลังใจ ซึ่งใส่เสื้อยืดสีแดง สกรีนภาพนายกฯ พร้อมระบุข้อความ ‘Ing FC’ พร้อมเซ็นลายเซ็นบนเสื้อและถ่ายภาพร่วมกัน ทั้งนี้ แพทองธาร ระบุว่า ไม่เคยเห็นเสื้อรุ่นนี้เลย ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนได้ตะโกน “เรารักอุ๊งอิ๊ง”

จากนั้นเวลา 14.15 น. แพทองธาร และคณะ เดินทางมาที่วัดเมืองสาตรหลวง ตำบลวัดเกต อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบถุงยังชีพ และพบปะประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

Prime_Minister_went_to_see_the_flood_situation_in_Chiang_Mai_SPACEBAR_Photo01_27fae691f1.jpg

แพทองธาร ได้เดินทักทายเจ้าหน้าที่ทีมเยียวยาจิตใจ โรงพยาบาลสวนปรุง สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่คอยช่วยเหลือประชาชนในช่วงอุทกภัย ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่

จากนั้น ได้ทำความเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กราบพระประธาน ก่อนกราบนมัสการ พระครูรัตนชัยธรรม ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลหนองหอยและเจ้าอาวาสวัดเมืองศาตรหลวง 

โดยเจ้าอาวาสได้มอบพระแก้วขาวจำลอง หน้าตัก 3 นิ้ว และได้มอบภาพถ่าย ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถ่ายเมื่อปี 2542 ให้กับนายกฯ ด้วย

นอกจากนี้ แพทองธาร ได้มอบถุงยังชีพและพบปะกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ก่อนจะเดินมาเยี่ยมบ้าน เชิด สุวรรณทะมาลี อายุ 82 ปี

แพทองธาร สอบถามว่า “ได้ยินว่าได้เงิน 10,000 บาทแล้ว ดีใจหรือไม่ ขอให้กำลังใจสู้ๆ นะคะ จะช่วยดูแลกันจ้ะ”

ส่วนทางด้าน จุลพันธ์ ได้ถามแซวชาวบ้านว่า “ใช้หมดหรือยัง” ขณะที่คุณตาเชิด ตอบว่า “ยังไม่หมด แต่ไม่บอก” ก่อนที่คุณตาเชิด จะอวยพรนายกฯ ขอให้อยู่สุขสบาย และอยู่นานๆ

แพทองธาร ได้ถามว่า ตนเองหน้าเหมือนคนเมืองไหม คุณตาจึงตอบว่า “เหมือนคนเมืองขนาด” ขณะที่ลูกสาวคุณตาบอกว่า “งามเหมือนชาวเหนือเลยเจ้า” นายกฯ จึงกล่าวขอบคุณ

Prime_Minister_went_to_see_the_flood_situation_in_Chiang_Mai_SPACEBAR_Photo02_963cff61ca.jpg

จากนั้น แพทองธาร ได้เดินมาบ้านของ ศรีนวล ท้าวแดนคำ อายุ 91 ปี พร้อมบอกว่า เดินทางไปจังหวัดเชียงรายและเดินทางมาที่นี่เพื่อให้กำลังใจ ก่อนขอให้ผู้สูงอายุได้อวยพรรัฐบาล โดยตัวแทนผู้สูงอายุระบุว่า “ขอให้รัฐบาลอยู่นานๆ มีความสุขความเจริญ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ขอทำอะไรก็อย่าได้มีใครขวาง” แพทองธาร จึงกล่าวกลับว่า “ขอให้พรกลับไปหาทุกคน ร้อยเท่าทวีคูณ”

ทั้งนี้ แพทองธาร ยังได้หันไปถามผู้สูงอายุอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ศรีนวล ว่าอายุเท่าไหร่ เมื่อได้คำตอบว่าอายุ 83 ปี แพทองธาร จึงแซวว่า “อายุเท่ากันเลย 38 และ 83” ทำให้บรรดาผู้สูงอายุต่างหัวเราะชอบใจ จากนั้น แพทองธาร ได้มอบสิ่งของเครื่องใช้และถ่ายรูปร่วมกัน ก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ด้าน พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยถึงการนำผู้ต้องขังราชทัณฑ์เชียงใหม่ เข้าช่วยเหลือฟื้นฟูและ ‘บิ๊กคลีนนิ่ง’ ในสถานที่ต่างๆ ว่า จากดินโคลนที่มากับน้ำเข้าไปบ้านเรือนและสถานที่ราชการ ในส่วนของกรมราชทัณฑ์ได้เข้าไปช่วยเหลือและซ่อมแซมทำความสะอาด รวมภึงการช่วยเหลือผู้สูงอายุตามบ้านเรือน

และช่วยเหลือยังศาสนสถานทั้งของศาสนาพุทธ มุสลิม และคริสต์ เนื่องจากมีประชาชนอพยพเข้าไปพักพิงในศาสนสถานต่างๆ ทางผู้บัญชาการเรือนจำทั้งหญิงและชายได้เข้าไปช่วยเหลือทำความสะอาด ซึ่งจะทำต่อเนื่อง วางเป้าหมายไว้ประมาณ 1 เดือน โดยจะนำเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังออกมาช่วยเหลือทุกวัน

ทั้งนี้ ได้ให้กำลังใจกับทุกๆ คน เนื่องจากการทำความสะอาด โดยเฉพาะดินโคลน ยากลำบาก ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนที่จะมีการเข้ามาเยียวยาในเรื่องของวัตถุต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีจิตอาสาของราชทัณฑ์เข้ามาช่วยด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์