พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ให้ความเห็นกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พระราชวัง จับกุมตัวผู้สื่อข่าวสำนักข่าวประชาไทและช่างภาพอิสระ ในข้อกล่าวหา “เป็นผู้สนับสนุนทำให้โบราณสถานเสียหายจากการขีดเขียนข้อความ” สืบเนื่องจาก ‘คดีพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว’ เมื่อ 28 มีนาคม 2566 โดยมองว่า ต้องพิจารณาดูข้อเท็จจริงว่าทั้งสองคนถูกจับกุม เพียงเพราะแค่ไปรายงานข่าวจริงหรือไม่ เพราะถือเป็นเรื่องที่รุนแรงมาก
เรื่องนี้ ขัดต่อหลักการสำคัญในการทำงานของสื่อมวลชนที่ว่า การรายงานข้อเท็จจริง ไม่ได้เท่ากับสนับสนุนการกระทำที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญของข่าว และเสรีภาพของสื่อมวลชนก็เป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้าดูจากการวัดระดับเสรีภาพของสื่อมวลชนประเทศไทย เมื่อเทียบกับทั่วโลกใน World Press Freedom Index 2023 ประเทศไทยอยู่อันดับที่ร้อยกว่าจากสองร้อยประเทศที่มีการวัดผล ซึ่งถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีมากนัก และหากเหตุการณ์จับกุมสื่อมวลชนมีเหตุผลตามที่คาดการณ์กันจริง ก็จะยิ่งทำให้เสรีภาพสื่อยิ่งถดถอย
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวอีกว่า ในส่วนของพรรคก้าวไกลเอง ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคก้าวไกล ที่รับผิดชอบในประเด็นสื่อมวลชน และเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนรวมของประชาชน สภาฯ ก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ กมธ. ในวันที่ 15 ก.พ.นี้ และอาจเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อหาทางออก
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ คือการใช้กฎหมายปิดปาก เพื่อสร้างความหวาดกลัวในการนำเสนอข่าวนั้น ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะสื่อมวลชนมีสิทธิขั้นพื้นฐานในการรายงานข้อเท็จจริงทุกเหตุการณ์ และเป็นการรับประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วยการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างครบถ้วนรอบด้าน
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่สื่อมวลชนต้องหวาดระแวง ระมัดระวัง ในการทำหน้าที่รายงานข้อเท็จจริงก็ถือเป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากต่อประชาธิปไตยของประเทศไทย และหวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น ขอให้รัฐบาลรีบสืบค้นข้อเท็จจริงและหาทางแก้ไขโดยด่วน
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
กาง ‘2 โจทย์’ ถาม ‘รวมไทยสร้างชาติ’ เตรียมชงญัตติเข้มขบวนเสด็จฯ ‘ออกแบบมาตรการ-บริหารความขัดแย้ง’ อย่างไร แนะใช้หลักสันติวิธีแก้ปัญหา
ส่วนกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เตรียมเสนอญัตติด่วน เกี่ยวกับการปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัยของขบวนเสด็จฯ ในวันพรุ่งนี้ (14 ก.พ.)
โฆษกพรรคก้าวไกล ให้ความเห็นว่า ต้องมาดูรายละเอียดของญัตติก่อน ว่าที่มาที่ไปของเหตุผลในการประกอบญัตติเป็นเช่นไร แต่โดยเบื้องต้น เห็นว่าเป็นประเด็นที่มีความแตกต่างกันทั้งในและนอกสภาฯ และเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อน ซึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ถูกนำมาพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา และมีเหตุมีผล จากตัวแทนที่มีความคิดเห็นแตกต่างหลากหลาย ในพื้นที่ของสภาผู้แทนราษฎร
คาดการณ์ว่าญัตติดังกล่าว ประกอบด้วย 2 โจทย์ 1. จะออกแบบมาตรการเรื่องขบวนเสด็จฯ อย่างไรเพื่อหาสมดุล ระหว่างการรักษาความปลอดภัย ควบคู่กับความพยายามลดผลกระทบที่อาจจะมีต่อประชาชนผู้สัญจรไปมา 2. เป็นโจทย์ที่กว้างกว่า คือการจะบริหารความขัดแย้งในสังคมอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือขยายช่องว่างทางความเข้าใจและความคิดที่แตกต่าง ด้วยกระบวนการประชาธิปไตย ส่วนตัวมองว่าสิ่งสำคัญเร่งด่วนที่สุดตอนนี้ คือไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นในสังคม
— พริษฐ์ วัชรสินธุ
เมื่อถามถึงมุมมองต่อการกระทำของกลุ่มนักกิจกรรม นั้นเกินกว่าเหตุหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า หัวหน้าพรรคก้าวไกลได้เคยตอบเรื่องนี้ไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ความเห็นที่แตกต่างในสังคมเป็นเรื่องปกติ และสังคมจะมองทั้งเนื้อหาสาระที่มีการเรียกร้องและวิธีการเรียกร้องควบคู่กันไป แต่ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่กับเนื้อหาสาระและวิธีการ เราจำเป็นต้องไม่ยึดหลักการใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา เพื่อหาทางคลี่คลายผ่านความเห็นที่แตกต่างผ่านกระบวนการสันติวิธีให้ได้




