กลายเป็นประเด็นที่ต้องเกาะติดอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณี ‘สภาล่ม’ ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของสมัยประชุมสภาฯ ครั้งที่ 2 ปี 2566 จนเกิดข้อวิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคม และไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล - ฝ่ายค้าน ก็ไม่มีใครออกตัวรับผิดชอบ แต่เลือกใช้ฟาดฟัดกันไปมาผ่านหน้าสื่อ
แต่ที่เห็นแล้วต้องพูดถึง คือการแสดงท่าทีของ ‘พรรคเพื่อไทย’ ในฐานะ ‘แกนนำวิปรัฐบาล’ ก็ถูก ‘ดิจิทัลฟุตพริ้นท์’ เข้าทิ่มแทง เพราะอดีตคราวเป็น ‘แกนนำฝ่ายค้าน’ ในสมัยประชุมยุครัฐบาลประยุทธ์ ก็พูดไว้ชัดเจนว่า ‘การรักษาองค์ประชุมเป็นหน้าที่พรรคร่วมรัฐบาล’ แต่เมื่อเข้าสู่บทบาทที่เปลี่ยนไป กลับไม่สามารถควบคุวิปรัฐบาลได้ และโยนปัญหาให้ไปตกที่พรรคฝ่ายค้าน อย่าง ‘พรรคก้าวไกล สุดท้ายกลายเป็นการขว้างงูไม่พ้นคอตัวเอง โดนเกมสภา เข้าไปแบบเต็มๆ
อย่างไรก็ดี พอย้อนเปิดข้อมูล ดูมูลค่าความเสียหายต่อภาษีของพี่น้องประชาชน ที่ต้องจ่ายเมื่อเกิดเหตุการณ์สภาล่ม 1 ครั้ง ก็พบว่า ‘มหาศาล’ วัดจากเงินเดือนประธานสภา รองประธานฯ และเงินเดือน สส. ทั้งหมด บวกกับ ค่าเดินทางที่เบิกได้ตามจริง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสถานที่ และค่าอื่นๆ สารพัด รวมๆ แล้วก็ล่อเข้าไป 8,291,945 บาท
ส่วนแนวทางที่จะป้องกันหรือแก้ปัญหา ‘ล่มซ้ำซาก’ ในทางวิชาการง่ายและตรงที่สุด คือการแก้ที่ ‘คน’ ซึ่งที่ผ่านมาเสถียรภาพของรัฐสภาเลื่อนลอย และทัศนคติดูไร้หวัง เพราะ ‘สส.ผู้ทรงเกียรติ’ ดูจะใช้ ‘การเมือง’ นำปัญหาปากท้องประชาชน
ส่วนมาตราการที่ออกโดยสมาชิกรัฐสภาเอง ก็มีหลายแบบหลากแขนง ‘ประจัก มะวงศ์สา’ สื่อมวลชนสายการเมืองอาวุโส เปิดเผยผ่านรายการมุมการเมือง ช่องไทยพีบีเอส ถึงข้อเสนอการแก้ปัญหาสภาล่ม จาก สส.ในวันวาน ไว้อย่างน่าสนใจว่า
ช่วงเกือบ 30 ปีก่อน เคยมีการเสนอให้ซื้อรถกระบะมอบให้กับ สส.ที่ไม่เคยขาดประชุมสภาเลย แต่ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ระบุไว้ชัดอยู่แล้ว ว่าการเข้าประชุมสภา เป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาที่ต้องปฏิบัติ นอกจากนี้ยังเคยมีแนวคิดที่จะให้หักเงินเดือนสมาชิกตามที่ขาดการประชุม แต่ท้ายที่สุดก็ต้องเป็นหมัน เพราะอย่างไรเสีย ต้องรับรับความเห็นชอบจาก ‘สมาชิก’ อยู่ดี
แต่ล่าสุด ‘อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์’ ส.ส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ที่เตรียมเสนอวิปรัฐบาล หารือเลื่อนวันประชุมมี คณะกรรมาธิการ (กมธ.) คณะต่างๆ ไม่ให้ตรงกับวันพุธ - พฤหัสบดี (วันประชุมสภา) เพื่อเป็น ‘เกมแก้เกมนับองค์’ ของก้าวไกล
กลายเป็นว่าสุดท้ายแล้ว การประชุมสภาซึ่งเป็นหน้าที่หลักของ สส.ผู้กินเงินเดือนจากภาษี กลับใช้เป็นสนามประลองยุทธ์ทางการเมือง จนแล้วจนรอด ประชาชนผู้เสียภาษีเองเนี่ยแหละที่สิ้นไร้ไม้ตอก นั่งกุมหัวไปตามๆ กัน
เบื่อไหมครับประชาชนผู้มีอำนาจแท้จริง...




