พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ยื่นหนังสือถึง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าได้ทำหน้าที่ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสส.หรือไม่
พร้อมพงศ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้มาลงมติประมาณ 13 ครั้ง จากทั้งหมด 16 ครั้ง คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่ากับร้อยละ 81.25 ถ้าเป็นจริงถือว่า การทำหน้าที่ของ สส.น่าเป็นห่วง เพราะตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร กำหนดไว้ว่า สส.จะต้องอุทิศเวลามาประชุม และต้องไม่ขาดประชุมโดยไม่จำเป็น เว้นแต่เจ็บป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัย ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 101(12) สมาชิกภาพ สส. สิ้นสุดลงเมื่อขาดประชุมเกิน 1 ใน 4 ของจำนวนวันประชุม โดยไม่ได้รับอนุญาตจากประธานสภาฯ ถามว่าวันนี้ พล.อ.ประวิตรในฐานะสส.บัญชีรายชื่อ มาทำหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ตามที่ประชาชนได้ร้องเรียนมา
“ผมไม่ได้ร้องเรียนแค่พล.อ.ประวิตรเพียงคนเดียว หากมีประชาชนมาร้องเรียน ผมก็จะตรวจสอบเหมือนกัน ไม่ว่าจะฝ่ายค้าน พรรครัฐบาล พรรคเพื่อไทยก็ตรวจเหมือนกัน ฉะนั้น ขอให้สบายใจ อย่างเช่นรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เรื่องบริษัทเอ็นที ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลของประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีคนร้องว่ามีการฮั้วประมูลโครงการคลาวด์ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งตอนนี้ได้ชะลอโครงการอยู่ ผมไม่ร้องเหมือนนักร้องบ้านป่า ผมร้องจริง” พร้อมพงศ์ กล่าว
ทั้งนี้ หากประชาชนไม่ร้องเรียน สส.คนอื่น หรือที่เรียกว่า เหตุไม่ปรากฎ ไม่มีผู้ร้อง ก็จะไม่ยื่นเรื่องตรวจสอบ และยืนยันว่า ที่ในช่วงหลังมีการร้องเรียนหลายครั้ง ไม่ได้เป็นการหวังผลทางการเมือง แต่หวังเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่นเรื่องคลิปเสียง ถามว่าใครจะอัดได้ถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิด
อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังกล่าวถึงกรณีที่ไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. ยื่นฟ้องจากเหตุการณ์นำคลิปเสียงมาเผยแพร่ว่า ทุกคนมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญตามคำพิพากษาศาลฎีกาการฟ้องหมิ่นประมาทสามารถใช้คลิปต่างๆ เป็นหลักฐานได้ ไพบูลย์พูดความจริงเพียงครึ่งเดียวที่เข้าข้างตัวเอง แต่อีกครึ่งหนึ่งไม่ได้อ่าน ซึ่งไม่กังวลอะไร
“ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า คลิปเสียงเป็นของจริง ยอมรับอย่างลูกผู้ชาย และความจริงอีกครึ่งหนึ่งคือ การที่รองนายกฯ น่าจะไปแทรกแซง น่าจะไปของบฯ ไม่ได้ เพราะอำนาจเป็นของเจ้ากระทรวง” พร้อมพงศ์ กล่าว
พร้อมพงศ์ ยังฝากถึง พล.อ.ประวิตรว่า ควรจะหาข่าวบุคคลที่อัดคลิปเสียงและต้องพิสูจน์ความสามารถของไพบูลย์ในฐานะเลขาธิการพรรคว่า สมกับเป็นเลขาธิการพรรค ที่มีสส.ฝ่ายค้านมากเป็นอันดับสอง อย่าเพิ่งไปฟ้องคนอื่น ขอให้ทำความจริงตรงนี้ให้ปรากฎว่าคลิปจริงหรือปลอม และขอเรียกร้องไปยัง พล.อ.ประวิตร ไพบูลย์ คณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค พปชร. แถลงอย่างเป็นทางการว่าคลิปที่หลุดออกมาเป็นความจริงหรือไม่ อย่าเพิ่งไปฟ้องคนอื่นหรือสื่อมวลชน เพราะไม่เช่นนั้น สังคมจะหาว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยวหรือปิดปาก และอยากให้พล.อ.ประวิตรเข้าสภาฯ เพื่ออภิปรายในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือยื่นกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี วันนี้ถือว่าเป็นพรรคฝ่ายค้านอันดับสองในสภาฯ แล้ว ขอให้มาทำหน้าที่ด้วย หากไม่เข้าสภาฯ ส่วนตัวจะตามตลอด




