พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือพร้อมหลักฐานถึง วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านตัวแทนฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบจริยธรรม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กรณีไม่มาประชุมสภาผู้แทนราษฎร
พร้อมพงศ์ กล่าวว่า การมายื่นขอให้ตรวจสอบวันลา มา ขาด ของ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้มีอคติ หรือมีเจตนาจะใส่ร้ายป้ายสี แต่พฤติกรรมเช่นนี้ ถือว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติหน้าที่ สส. ซึ่งกินเงินเดือนจากภาษีประชาชน จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญมาตรา 40(2) ออกมาปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ ยื่นตรวจสอบการทำหน้าที่สส.ของ พล.อ.ประวิตร ว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของสภาฯ รวมถึงการปฏิญาณตนก่อนปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
ทั้งนี้ จากข้อมูลวันลา มา ขาด ในการเข้าประชุมสภาฯ ที่ได้มาจากสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค.66 จนถึงปัจจุบัน พบว่า พล.อ.ประวิตร ลงชื่อมาประชุม โดยใช้บัตรลงทะเบียน 11 ครั้ง, ลาป่วย 1, ครั้งลากิจ 83 ครั้ง รวมวันขาดประชุมโดยน่าจะใช้การลาเป็นฉากบังหน้าทั้งหมด 84 ครั้ง จากวันประชุมรวม 95 ครั้ง
ที่สำคัญ มีอยู่หนึ่งสมัยประชุม พล.อ.ประวิตร ลาทั้งสมัยประชุมฯ ครบ 100 เปอร์เซนต์ โดยอ้างเหตุผลติดภารกิจ ซึ่งการลาแบบนี้ น่าจะถือเป็นการลาที่น่าจะมีเจตนาพิเศษ น่าจะเป็นการจงใจขาดประชุมโดยใช้การลาเป็นฉากบังหน้า และน่าจะมีการใช้อำนาจแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อดำเนินการอย่างเป็นระบบ
— พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

เป็นการกระทำที่ขัดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ว่า สส.จะขาดประชุมได้ไม่เกิน 1 ใน 4 ของจำนวนวันประชุมในสมัยประชุมและข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของ สส.ที่ระบุว่า สส.ต้องอุทิศเวลาให้กับการประชุม ต้องไม่ขาดการประชุมโดยไม่จำเป็น เว้นแต่เจ็บป่วยหรือมีเหตุสุดวิสัย
ผมพบข้อมูลว่า ในวันที่ พล.อ.ประวิตร แจ้งลาติดภารกิจ ไม่เข้าประชุมสภาฯ บางวันก็ไปนั่งเชียร์วอลเลย์บอล ผ่านออนไลน์ เปิดบ้านป่ารอยต่อ ให้คนไปอวยพรวันเกิด ผมขอถามหน่อยว่า อวยพรตอนกลางคืนไม่ได้หรอ และอีกหลายๆ วัน ก็พบว่าลาเพื่อไปประชุมพรรค แบบนี้เขาเรียกว่าเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ที่สำคัญ การขาดประชุมโดยใช้การลา น่าจะเป็นฉากบังหน้า ลาติดต่อกันทั้งสมัยประชุมฯ ถือได้ว่า พล.อ.ประวิตร ขาดสมาชิกภาพการเป็น สส.แล้ว ผมหวังว่ากรรมการจริยธรรมฯ จะตรวจสอบเรื่องนี้แบบตรงไปตรงมา ไม่ช่วยเหลือให้พ้นผิดจนเสียเกียรติภูมิของสภาฯ

พร้อมพงศ์ กล่าวด้วยว่า ยิ่งในวันที่ลงชื่อมาประชุม ยิ่งน่าสงสัย เพราะจากการตรวจสอบกับเพื่อน สส.หลายคน รวมถึงคนระดับประธานวิปรัฐบาล พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็น พล.อ.ประวิตร มาอยู่ในห้องประชุมเลย แต่กลับมีคนเห็นลับๆ ล่อๆ ที่ห้องหลังบัลลังก์ประธานสภาฯ ในบางครั้ง
ผมทราบจากแหล่งข่าวว่า การมาประชุมสภาฯ ของ พล.อ.ประวิตร เป็นเหมือนเหยี่ยว คือโฉบรถมาเซ็นชื่อ ชนิดที่ไม่ต้องลงจากรถจริงหรือไม่ แถมมีคนเอาบัตรประจำตัวสส.ไปสแกนให้จริงหรือไม่ ซึ่งผมขอตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือไม่ก็อาจจะเป็น สส.คนใดคนหนึ่ง เพราะในจุดที่สแกนบัตร คนนอกไม่สามารถเข้าไปได้เข้าข่ายความผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 ซึ่งผมจะไปยื่นเรื่องขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ช่วยตรวจสอบ ค้นหาความจริงเรื่องนี้ในวันศุกร์นี้
— พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

ส่วนกรณีที่ ไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ระบุในทำนองว่า เป็นยามเฝ้าสภาฯ หรืออย่างไร? ถึงมาตรวจสอบการทำหน้าที่ของ พล.อ.ประวิตร, ทางด้าน พร้อมพงศ์ โต้กลับว่า ไม่ได้เป็นยาม เพราะสภาฯ มีระบบในการตรวจสอบอยู่แล้ว
ผมขอเรียกร้องและวิงวอน ถ้าลาแบบนี้ ลาโดยใช้วิธีพิเศษที่น่าจะไม่เป็นวิธีการปกติทางกฎหมาย ลาออกเถอะ ลาออกจากความเป็น สส. แล้วเลื่อนคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในลำดับถัดไปให้มาทำหน้าที่ เพื่อให้ฝ่ายนิติบัญญัติสง่างาม
— พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์

พร้อมพงศ์ กล่าวว่า อยากให้ท่านออกมาแถลง อย่ามาตอบโต้หรืออย่ามาฟ้อง เพราะเสียเวลา หากฟ้องมา จะฟ้องกลับ ไม่กลัวอยู่แล้ว และพร้อมที่จะปกป้องหากประชาชนเสียผลประโยชน์
ที่นายไพบูลย์ บอกจะฟ้องผม รีบด้วยนะครับ เพราะฟ้องมาผมจะฟ้องกลับ แจ้งความเมื่อไหร่ ผมจะแจ้งความกลับวันนั้น และจะแจ้ง พล.อ.ประวิตร ด้วย เพราะมอบหมายมาในข้อหาแจ้งเท็จ รวมถึงเรื่องหมิ่นประมาทด้วย
— พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์




