เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) และกองทัพธรรม เดินขบวนชุมนุมเรียกร้องคืนทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้กระบวนการยุติธรรม และคืนความเป็นธรรมให้กับประเทศไทย ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก ของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีนลินี มหาขันธ์ ผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน เป็นผู้รับ และรับปากว่า จะนำหนังสือนี้ส่งผ่านเลขาธิการนายกรัฐมนตรีไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียนให้ทราบและรับไว้พิจารณา สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นๆ ก็จะส่งข้อมูลต่างๆ นี้ ไปเพื่อประกอบการพิจารณาของหน่วยงานนั้นๆ ด้วยเช่นเดียวกัน ย้ำว่า จะรีบดำเนินการตามขั้นตอน
โดย พิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือว่า การมายื่นหนังสือในวันนี้ คล้ายๆ กับตอนที่เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี มีการประชุม ครม. ครั้งแรก ในปีที่แล้ว พวกเราก็มายื่นหนังสือแบบนี้ มายื่นไว้ก่อน พร้อมทวงถามถามว่ารัฐบาลเศรษฐา จะทำตามข้อเรียกร้องที่ยื่นหนังสือไปหรือไม่ ทั้งนี้ ผ่านมา 1 ปี แพทองธาร ก็มีการประชุม ครม.นัดแรก เราจึงมายื่นหนังสือ พร้อมท้วงติงนโยบายเช่นเดียวกัน หวังว่าอายุของรัฐบาลแพทองธาร อย่าให้เหมือนอายุของรัฐบาลเศรษฐา
พิชิต กล่าวต่อว่า วันนี้พวกเรามาติดตามว่า กรณีของทักษิณ ที่ถูกตั้งคำถามจากสังคมจำนวนมาก จากคดีที่ คปท.เคยไปยื่นกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ในกรณีที่ทักษิณไม่อยู่ในเรือนจำ ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ทำแบบฟอร์มขอเอกสารการรักษาตัว หรือเลขทะเบียนมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) แต่ไม่มีการส่งหนังสือตอบกลับไป เพื่อประกอบสำนวนการไต่สวน ดังนั้น คปท. อยากถามนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดที่สามารถสั่งการไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ว่า จะปล่อยให้กระบวนการเดินหน้าหรือถอยหลัง ถ้าอยากให้กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกิดขึ้น
"แพทองธารในฐานะนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ลูกสาวของทักษิณ จะมีการสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งเวชระเบียนการรักษาตัวของทักษิณ ไปที่ ป.ป.ช. รวมทั้งสั่งการไปยังกรมราชทัณฑ์ กรณีการบันทึกภาพถ่าย และการรักษาตัวนอกเรือนจำ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ที่ ป.ป.ช. ได้ขอไป หรือไม่ ผมคิดว่า คุณอิ๊งค์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะสามารถใช้อำนาจตรงนี้ ที่ผู้นำทุกคนมีในการบริหารสามารถสั่งการไปยังกระทรวงต่างๆ เพื่อให้กรณีนี้เกิดข้อเท็จจริง เนื่องจากก่อนหน้านี้พวกเราได้นำหนังสือนี้ไปยื่นที่ ป.ป.ช.แล้ว ดังนั้น ก็ขอให้นายกรัฐมนตรีที่เพิ่งเข้ามาบริหารดำเนินการให้ได้มาซึ่งกระบวนการยุติธรรม” พิชิต กล่าว
นอกจากนี้ พิชิต ยังกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลที่ได้คัดค้านมาโดยตลอด 3 อย่าง คือ
1.การแจกเงินในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ที่วันนี้ยังพูดไม่ตรงกัน หากมีการแจกเงินแบบดิจิทัล เราห่วงว่าจะมีการทุจริตครั้งใหญ่ คล้ายกับโครงการรับจำนำข้าว จึงอยากให้ทบทวนนโยบายตรงนี้
2.มีความห่วงใยต่อการฟื้นฟูการเจรจาเรื่องพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งอาจเป็นความสัมพันธ์ส่วนตัว ระหว่างทักษิณกับสมเด็จฮุน เซน มากกว่าประโยชน์ของประเทศ และการประกาศเป็นนโยบายเร่งด่วน ก็อาจนำมาสู่การที่ไทยเสียประโยชน์มากกว่าได้ประโยชน์ และอาจนำไปสู่การสูญเสียดินแดน
3.การผลักดันกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร หลายฝ่ายยืนยันว่า รายได้ส่วนนี้อาจไม่ได้มากตามที่รัฐบาลได้กล่าวอ้าง และอาจจะน้อยกว่าแหล่งเงินที่จากการท่องเที่ยวด้วยซ้ำ และสิ่งสำคัญคือ กาสิโนอาจจะส่งผลกระทบต่อ เยาวชน รวมทั้งอาจเป็นนโยบายสุ่มเสี่ยง ทำให้ประเทศล่มจม ตลอดจนการเช่าที่ดิน 99 ปี ซึ่งจะทำให้เกิดการครอบครองประเทศไทยไปโดยปริยายแบบที่ถูกกฎหมาย ดังนั้น วันนี้เราจึงออกมาแสดงเจตจำนง ความห่วงใย และเรียกร้องในฐานะประชาชน เพื่อส่งตรงหนังสือนี้ถึงนายกรัฐมนตรีต่อไป
พิชิต ยังฝากถึง นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วยว่า จะมาติดตามข้อเรียกร้องอยู่เรื่อยๆ เพราะนโยบายเร่งด่วนหลายข้อสามารถสั่งการได้เลย หากปล่อยไปจะเกิดความเสียหาย รวมถึงข้อเท็จจริงที่เรียกร้องให้มีการสั่งงานหน่วยงานราชการ 2 หน่วยงานนั้น ก็ต้องมาติดตามความคืบหน้าด้วย




