ตำหนิ ‘รัฐบาล’ ปมห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องให้ข่าวครม.

22 ก.ย. 2566 - 11:19

  • ‘รองโฆษกก้าวไกล’ ตำหนิ ‘รัฐบาล’ ปมออกกฎห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องให้ข่าวครม. ชี้ ‘รัฐบาล’ มาจากเสียงประชาชนควรตรวจสอบได้

  • เข้าใจเรื่องบางอย่างเปิดเผยไม่ได้ แต่ควรให้ข้อมูลกับประชาชนมาพอที่จะตรวจสอบได้ ไม่เช่นนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุมครม. คงไม่ต่างกับการเอาเงินภาษีมาแบ่งเค้ก

pukkamon_nunarnan_blame_the_government_for_keeping_secrets_SPACEBAR_Hero_3506c496ff.jpg

ภคมน หนุนอนันต์’ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความตำหนิ ‘มติคณะรัฐมนตรี’ กรณีออกแนวทางการปฏิบัติการรักษาความลับของราชการที่เกี่ยวข้องกับการประชุมครม. และการให้ข่าวสารแก่สื่อมวลชน โดยระบุหัวข้อว่า รักษาความลับ ต้องมาพร้อมความโปร่งใส ภายหลังรัฐบาลออกแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ในการให้ข่าวสารสื่อควบชน ในประเด็นลับ ลับมาก และลับที่สุดมากขึ้น 

ประเด็นที่เกิดขึ้น ‘ภคมน’ มีความเห็นในเรื่องนี้ โดยสรุป 8 ข้อ ดังนี้ 

1\. โดยหลักการแล้วเป็นเรื่องยอมรับได้ และเป็นเรื่องปกติของความเป็นมืออาชีพในองค์กร ที่ไม่ให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นระดับบริหารหรือระดับปฏิบัติการ ให้ข้อมูลที่นอกเหนือนโยบายการสื่อสาร

2\. แต่ในอีกด้าน การทำงานของรัฐบาล ซึ่งมีที่มาของอำนาจมาจากประชาชน ควรเปิดเผยข้อมูลของรัฐทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบด้วยเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ส่วนบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งรัฐ ควรมีการขอการพิจารณาลับเป็นกรณีๆ ไป เป็นข้อยกเว้น

3\. ดังนั้น การประชุม ครม. จึงมีความพิเศษ ซึ่งเป็นการประชุมกิจการที่สำคัญของประเทศ ซึ่งต้องมีลักษณะเป็นความลับพอสมควร แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีข้อมูลออกมามากเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนตรวจสอบได้เช่นกัน

4\. ปัญหาของประเทศไทยคืออะไร? ปัญหาของประเทศไทยคือการเข้าถึงข้อมูลมติ ครม. ทำได้ยากเหลือเกิน และหลายครั้งมติ ครม. ที่มีการให้ข่าวออกมาไม่ใช่มติ ครม. ที่สำคัญ แต่มติ ครม. ที่สำคัญกับผลประโยชน์ของประชาชน เช่น โครงการที่ใช้งบประมาณมากๆ มักเป็นการพิจารณา "ลับ"

5\. ในการแถลง Agenda หรือวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่มีการเปิดเผยวาระการประชุมมาก่อนเหมือนกับรัฐสภา และสรุปมติ ครม. ที่ออกมาคือการออกมาแค่ที่ ครม. อยากให้ออก มีอีกหลายมติที่สำคัญ ไม่แม้แต่ปรากฏให้ประชาชนรู้ว่ามีการประชุมวาระนี้ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะมติ ครม. ที่เกี่ยวกับกิจการของกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์ (ต่างจากสภาที่เรารู้ว่ามีวาระประชุมนี้ แต่วาระนี้พิจารณาลับ)

6\. ช่องว่างในการปฏิบัติงานที่หลายครั้งเอกสารหลุดออกมา (ส่วนมากมักเป็นข้าราชการที่ทนเห็นความไม่ถูกต้องไม่ได้) จึงมีบทบาทสำคัญในหลายกรณีในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

7\. เพื่อแก้ปัญหานี้ สิ่งที่รัฐบาลเศรษฐาเพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงในรอบ20ปีตามที่ทำกันมา

7.1 มีการเผยแพร่วาระการประชุมล่วงหน้าให้ประชาชนได้รับรู้ว่าในแต่ละสัปดาห์ รัฐบาลพิจารณาเรื่องอะไร เสนอเรื่องโดยใคร และใช้ขอประมาณเท่าไหร่ โดยในกรณีที่เป็นเรื่องพิจารณาลับ รัฐบาลอาจปิดวาระพิจารณาได้ แต่ควรเปิดเผยชื่อของหน่วยงานที่เสนอเรื่องให้พิจารณาและงบประมาณ (ถ้ามีการขอ)

7.2 ในบางประเทศ มีการเก็บ record (อาจเป็นบันทึกชวเลขหรือเทปบันทึก) เพื่อเอาไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โดยมีการกำหนดระยะเวลาเผยแพร่ในอนาคต 

8\. สรุป การออกมติ ครม. เรื่องการรักษาความลับเป็นสิ่งที่ทำได้ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็มีหน้าที่ทำให้การประชุม ครม. ที่กำหนดชะตาอนาคตของประเทศและเป็นพื้นที่จริงในการจัดสรรงบประมาณมีความโปร่งใสด้วย

พร้อมทิ้งท้ายว่า อย่าลืมว่าพวกเราปกครองในระบอบประชาธิปไตย  ทุกการใช้อำนาจของรัฐบาลต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของประชาชน ถ้าการใช้อำนาจของรัฐบาลไม่ถูกมองเห็น สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องประชุม ครม. คงไม่ต่างอะไรกับการเอาเงินภาษีประชาชนมาแบ่งเค้กกันตามอำนาจที่รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงของแต่ละพรรคมี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์