ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ตั้งกระทู้กรณีปัญหาต่าง ๆ ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ถามไปยัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมาย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นผู้ชี้แจงแทน
ภคมน กล่าวว่า เรื่องนี้ดิฉันพยายามทุกทางแล้ว ยังไม่ได้รับความชัดเจน ดิฉันไม่อยากให้ทุกคนมองว่าเป็นเรื่องของข้าราชการหรือเรื่องส่วนบุคคล ที่ผ่านมาไม่เคยมีการโยกย้ายกันแบบนี้ การย้ายรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์และอิทธิพล สุดท้ายแล้ว อิทธิพลอะไร ผลประโยชน์อะไร ที่ถูกกล่าวหาว่าเรียกเก็บ เรียกเก็บอะไร ความไม่ชัดเจนที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของจังหวัดภูเก็ต แต่ส่งผลกับเศรษฐกิจภาพใหญ่
วลีที่สร้างความสั่นสะเทือน ที่อธิบดีกรมการปกครองพิมพ์หาปลัดจังหวัดภูเก็ตว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ปลัดก็ตอบกลับไปว่า “100% ครับนาย” วันนี้ปลัดภูเก็ตคนนั้นที่ถูกย้ายกลับไปแล้วนะคะ ฐานความผิดอะไรก็ไม่ได้เปิดเผย แล้วเรื่องนี้ควรมีการตั้งกรรมการสอบที่มาที่ไปของข้อความ ซึ่งถ้าพิจารณาแบบชาวบ้าน ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง เราจะไม่สอบอะไรกันเลยหรือ
— ภคมน หนุนอนันต์
ภคมน กล่าวต่อไปว่า ทุกเรื่องมุ่งไปที่กระทรวงมหาดไทย ตนไม่อยากให้บทสรุปเริ่มต้นเหมือนกัน และจบเหมือนกัน คือเริ่มต้นด้วยท่าทีที่ขึงขังและสุดท้ายก็แผ่วไป คำถามวันนี้คือสรุปว่า “แชตช่วยน้ำเงินด้วย” จะปล่อยผ่านใช่หรือไม่ ในเมื่อรัฐมนตรีขึงขังบอกว่าจะตั้งกรรมการสอบ ข้อกล่าวหารุนแรงมาก แต่ไม่มีความพยายามแสวงหาข้อเท็จจริงอะไรเลย ถ้ารัฐมนตรียืนยันได้หรือไม่ว่ากระทรวงมหาดไทยยังยึดหลักธรรมาภิบาล ค่าของคนอยู่ที่ผลของใคร
ด้าน วรศิษฎ์ ชี้แจงว่า เหตุที่เกิดเป็นการออกคำสั่งให้ไปช่วยราชการของข้าราชการ 5 คน เช่น ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด เนื่องจากมีการร้องเรียน หลายคนพยายามบอกว่าการออกคำสั่งให้มาช่วยราชการครั้งนี้เป็นเรื่องการเมือง แต่ในระเบียบไม่ได้ย้ายขาด และส่งไปช่วยราชการเพื่อตรวจสอบและให้ข้าราชการเหล่านั้นพิสูจน์ตัวเอง เมื่อสอบเสร็จแล้วก็คืนพื้นที่กลับ คือนายอำเภอเมืองกับนายอำเภอถลาง ปัจจุบัน 5 คนกลับพื้นที่ไปแล้ว กรมการปกครองได้สรุปผลการสอบทั้งหมดและเสนอปลัดกระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการต่อ แต่เมื่อครบเวลาช่วยราชการก็ต้องกลับพื้นที่ก่อน ใครที่มีประเด็นในห้าคนนี้ ก็ต้องดำเนินการในระดับกระทรวงต่อไป
ส่วนแชตไลน์หลุดที่อ้างว่าเป็นของอธิบดีกรมการปกครอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้นโยบายในการตรวจสอบไปแล้ว ทราบว่าสำนักปลัดก็ดำเนินการเรื่องนี้อยู่ ล่าสุดได้มีการสั่งให้ทำหนังสือชี้แจง หลังจากนี้ก็เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงฯ ที่ต้องพิจารณาว่าจะดำเนินการเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร
ส่วนการโยกย้ายผู้ว่าและรองผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งที่วันนี้ยังไม่ได้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าใครผิดหรือถูก หรือมีการเชื่อมโยงเกิดขึ้นอย่างไร และยังไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบนั้น เรื่องนี้สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในข้อเท็จจริง คือเราเห็นความแตกแยกเกิดขึ้น เห็นปัญหาในการทำงานร่วมกันของข้าราชการระดับสูง ต่างฝ่ายต่างพูดว่าเป็นการตอบโต้กัน ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะพูดหรือปกป้องตัวเอง ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ได้สั่งให้ไปตรวจสอบเรื่องนี้ แต่วันนี้ยังไม่มีการกล่าวหาว่าใครมีความผิดหรือไม่มีความผิด ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการตรวจสอบ
แต่สภาพการอยู่ด้วยกันในลักษณะแบบนี้ จังหวัดภูเก็ตมีปัญหารุมเร้ามากมาย ฉะนั้นรอไม่ได้ ซึ่งการตั้งคณะกรรมการสอบเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย หลังจากนี้ก็ต้องติดตามว่าปลัดฯ จะดำเนินการอย่างไร ใบอนุญาตก่อนหน้านี้ ใบอนุญาตโรงแรมที่เป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต เงื่อนไขหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดการรีดไถกันในพื้นที่ เพราะขอกันไม่ได้ ขอยาก 1 ปี ออกได้ 40 ใบ วันนี้ทีมชุดใหม่เข้าไปทำงาน 2 อาทิตย์ออกได้ 20 ใบแล้ว คาดว่าใบอนุญาตที่ค้างอยู่ที่จังหวัดตั้งแต่ปี 61-62 ประมาณ 500 ใบ จะจัดการเสร็จภายในระยะเวลา 4-5 เดือน ซึ่งเราเข้าไปจัดการสนับสนุนโรงแรมและสถานประกอบการให้ทำอย่างถูกกฎหมาย สิ่งที่เราทำในจังหวัดภูเก็ต คือต้องการเห็นผู้ประกอบการทำธุรกิจโดยไม่ต้องระแวง ไม่ต้องกังวล ซึ่งตอนนี้กำลังดำเนินไป
จากนั้น ภคมน กล่าวว่า “ขอโทษจริงๆ มันจับประเด็นยากนิดหนึ่ง” พร้อมถามย้ำว่า “สรุปแชตช่วยน้ำเงินด้วยยังมีการตั้งกรรมการสอบหรือไม่” ซึ่งดิฉันยืนยันว่าอย่างไรก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบ จะบอกว่าใช้ดุลยพินิจ เขาไม่ลงรอยกันไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ตนคิดว่าสังคมไม่สามารถรับฟังได้ขนาดนั้น ตนอยากให้ทุกอย่างโปร่งใส
พร้อมกล่าวว่า อีกเรื่องคือ “เรื่องการสอบทุจริตข้าราชการ” พบหลักฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่น่าจะเกี่ยวข้องในช่วงเวลานั้นก็ออกมาปฏิเสธ ล่าสุดมีคลิปเสียงที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย หากจะยึดคำที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าไม่เกี่ยวกับฝ่ายการเมือง แต่หากไม่มีฝ่ายการเมืองรู้เห็นเป็นใจ
เรื่องนี้มันไม่อึดอัดขนาดนั้นหรอก งานที่เป็นการเฉพาะหน้าท่านต้องสืบหาคนผิดเอามาลงโทษ ก็ว่ากันไป จะสาวไปได้ไกลแค่ไหน มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้องแค่ไหน ดิฉันคิดว่าวันนี้ สิ่งที่รัฐบาลต้องพิสูจน์กับประชาชน คือการแสดงความกล้าหาญทางการเมืองของอนุทินให้ได้
— ภคมน หนุนอนันต์
ภคมน กล่าวด้วยว่า “ท่านคิดเรื่องนี้ไปข้างหน้าอย่างไรบ้าง ท่านคิดว่าการทุจริตครั้งนี้สะท้อนอะไรเกี่ยวกับระบบราชการไทย ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย เราได้เห็นการจัดการโครงสร้างการเมืองของราชการอุปถัมภ์ขนาดใหญ่นี้อย่างไร”
ต่อไปเด็กรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ อยากเป็นข้าราชการ ทำงานเพื่อประเทศ ใครเขาอยากเข้ามาในระบบที่ถูกตีตราไว้เน่าเฟะแบบนี้ วันนี้ราชการก็ระแวงกันเอง ฉันสอบ เธอซื้อหรือไม่ จะกอบกู้ศักดิ์ศรีของกระทรวงมหาดไทย ระบบราชการไทยให้กลับมาเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างไร
— ภคมน หนุนอนันต์
ทำให้ วรศิษฎ์ ชี้แจงว่า ที่บอกว่าการทุจริตการสอบมีฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นจะไม่ใช่กระบวนการใหญ่ขนาดนี้ มีทั้งความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เราเจอในปี 2567 ได้ข้อมูลมาว่าการสอบคัดเลือกท้องถิ่นมีข่าวที่ไม่ดี ขณะนั้นนายกรัฐมนตรีเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ จึงตั้งหน่วยงานตรวจสอบขึ้นมาประกอบด้วย 5 หน่วย คือ ป.ป.ช., ป.ป.ป., ป.ป.ท., กรมส่งเสริมฯ และ กสถ. เพื่อจับตากระบวนการสอบที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด และมีการให้นโยบายเรื่องกระบวนการสอบว่าต้องรัดกุม นี่จึงเป็นที่มาว่าใน TOR ก็ระบุไว้ ซึ่ง TOR ปัจจุบันและตัวก่อนมีความแตกต่างกันในเรื่องมาตรฐานการป้องกัน รวมไปถึงการตรวจสอบย้อนหลัง
เราให้ความสำคัญกับเรื่องการป้องกันนี้มาตั้งแต่แรก ถ้าจะบอกว่างานนี้มีกลุ่มผู้มากบารมีมาซัพพอร์ต (support) เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เห็นอยู่แล้วว่าไม่ได้ผล ไม่เช่นนั้นเหตุการณ์นี้ก็คงไม่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องเกิดขึ้นหลังจากนี้ เราจำเป็นต้องทำงานให้ละเอียดและรวดเร็วที่สุด ตอนนี้ทั้ง ป.ป.ช. กระทรวง และตำรวจ คณะกรรมการกองกลางก็มีมติให้ตรวจข้อสอบใหม่
— วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์
วรศิษฎ์ ยังกล่าวว่า วันนี้คนที่สอบเข้ามาได้มี 2 กลุ่ม คือ เข้ามาได้ด้วยความสามารถของตัวเอง และสอบมาได้ด้วยการทุจริต สิ่งที่เราต้องรักษาไว้คือความยุติธรรมของคนที่ใช้ความสามารถของตัวเอง หลังจากที่เข้าสู่กระบวนการ หากเสร็จแล้วใครถูกหรือผิดก็สามารถบอกได้ว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายชัดเจนว่าไม่ละเว้น ถ้าเจอตอก็จะขุด
นอกจากนี้จะแก้ปัญหานี้ในอนาคตอย่างไร ในสมัยการประชุมสภาชุดที่แล้ว ได้มีการเสนอแก้กฎหมายในการสอบคัดเลือกท้องถิ่น ให้ปรับรูปแบบเป็นท้องถิ่นจัดสอบเอง โดยอ้างอิงจาก ก.พ. ที่ไม่เคยมีข่าวเรื่องการทุจริตเลย ซึ่งปัจจุบันกฎหมายฉบับนี้อยู่ในวาระการประชุมของ สว. เมื่อเสร็จแล้วเราก็จะไม่ปวดหัวกับเรื่องแบบนี้อีก
ภคมน จึงกล่าวว่า “ดิฉันไม่ได้บอกว่ามี ‘ผู้มีบารมี’ มาเกี่ยวข้อง ดิฉันบอกว่าเรื่องนี้ควรสาวให้ถึงว่ามี ‘ฝ่ายการเมือง’ เข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นการพิสูจน์ความกล้าหาญทางการเมือง น่าเสียดายที่ไม่ได้คำตอบ ดิฉันเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบุคคล แต่เป็นปัญหาของโครงสร้าง ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่าให้เป็นแค่ ‘แอ็กชัน’ เรื่องตรงหน้า”
รัฐบาลต้องมองให้ขาดว่า ปัญหานี้คือกระจกบานใหญ่ที่จะสะท้อนว่า “คนในตำแหน่งสูงที่พร้อมจะหากินกับประชาชน” การซื้อตำแหน่งในสังคมไทย คือภาพสะท้อนของ “สังคมที่ปิดตายและกดทับ” รัฐไม่สามารถให้ความมั่นคง–โอกาสกับคนธรรมดา ว่าเขาจะเท่าเทียมกับทุกคนในสังคมได้
— ภคมน หนุนอนันต์
ด้าน วรศิษฎ์ ชี้แจงเน้นย้ำว่า “ต้องจัดการให้สิ้นซาก, สิ่งที่ ภคมน คิดและแลกเปลี่ยนมาถือเป็นสิ่งที่เราคิดและมองเหมือนกัน และต้องหาผู้กระทำความผิดให้ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นในการทุจริตครั้งนี้เป็นกลุ่มที่มีคนร่วมเยอะ มีความซับซ้อนของการทำงาน ต้องให้เวลาทีมทำงาน ถ้าพูดถึงเรื่องความตั้งใจก็ชัดเจนอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ให้หน่วยงานเหล่านี้เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ขอเวลาให้ได้ทำงาน และมั่นใจว่ายังไงก็เจอตัว ถ้าเจอต่อก็ต้องขุด ไม่มีละเว้น”
สุดท้ายขอให้มั่นใจและสบายใจว่า พี่น้องข้าราชการที่สอบ โดยที่ไม่ได้ทุจริต และสอบโดยใช้ความสามารถ ใช้ความพยายามของตัวเอง จะต้องไม่กระทบสิทธิ์ของท่าน แต่สำหรับคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง อันนี้รับสภาพ ยังไงก็ต้องโดน
— วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์




