โครงการเพียบ! ‘ปชน.’ บี้ถามงบฯ ‘สนง.เลขาธิการสภาฯ’

18 ก.ค. 2568 - 16:17

  • ‘ปชน.’ บี้ถามงบฯ ‘สนง.เลขาธิการสภาฯ’ โครงการจัดซื้อเพียบ ‘เรือเจ็ตสกี-ตรวจการ-รับรอง’ กว่า 82 ล้านบาท

  • ‘วิสาร’ ค้านทุ่มกว่า 117 ล้าน เนรมิตรเป็น ‘ห้องประชุม ครม.’

  • ‘เลขาธิการสภาฯ’ รีบแจงปรับตัดออกไปแล้ว

โครงการเพียบ! ‘ปชน.’ บี้ถามงบฯ ‘สนง.เลขาธิการสภาฯ’

ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ในฐานะรองประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม ในช่วงวาระพิจารณางบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

โดย กมธ.ได้มีการซักถามถึงความชัดเจนในการเสนอของบประมาณในหลายโครงการที่พบว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่สมเหตุสมผล รวมถึงมีบางโครงการที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันในงบประมาณของสภาฯ ได้

วิสาร เตชะธีราวัฒน์ กมธ. ซักถามว่า ที่รัฐสภามีห้องประชุมเพื่อรองรับการประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่รัฐสภา แต่ล่าสุดได้ยินว่าจะยุบ 3 ห้องประชุมของ กมธ. เพื่อใช้เป็นห้องประชุม ครม. อีก โดยตั้งงบฯ ไว้ 117 ล้านบาท ซึ่งไม่เห็นด้วย และขอคำชี้แจง

นอกจากนี้ ในการจัดสรรงบประมาณ มีโครงการที่ตั้งไว้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ภายนอกอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นงบฯ ซ่อมอาคารและพื้นที่ ทั้งที่อาคารยังอยู่ในระยะประกัน โดยรายละเอียดระบุว่าเป็นการจ้างงานดูแลระบบวิศวกรรมอาคารรัฐสภาและอาคารประกอบ ซึ่งทราบว่าบริษัทที่จะได้รับงานดังกล่าวเป็นบริษัทที่มีกิจการร่วมค้ากับบริษัทผู้รับเหมารายเดิม และบริษัทที่ได้รับงานไอซีทีของรัฐสภา ซึ่งมองว่าหากอยู่ในระยะประกัน ควรให้บริษัทผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ใช้เงินของสภาฯ ไปดำเนินการ ทั้งนี้ เชื่อว่าเลขาธิการสภาฯ ทราบดีว่าในงานก่อสร้างนั้น ส่วนที่มีผลประโยชน์หรือกำไรมากที่สุดคือ งานส่วนไอซีทีที่มีการบวกมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์

ในช่วง 3–4 เดือนนี้ เลขาธิการสภาฯ อย่าลงนามในสัญญาจ้างใดๆ เพราะแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่คดีที่ถูกยื่นต่อ ป.ป.ช. นั้นตามติดตลอดชีวิต ซึ่งในหลายโครงการของรัฐสภา ผมเชื่อว่าจะมีการคอร์รัปชันอย่างมโหฬาร และหากเป็นไปได้ ผมขอให้ถอนโครงการ เพราะจากงบก่อสร้างรัฐสภา 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้รวมค่าซ่อมด้วยต้องใช้งบร่วม 2 หมื่นล้านบาท

วิสาร เตชะธีราวัฒน์

ขณะที่ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ กมธ. ตั้งคำถามต่อการเสนอของบประมาณของสภาฯ เพื่อใช้ในโครงการจัดซื้อรถนำขบวนของประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ รวม 3 คัน มูลค่ารวม 8 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณเพื่อจัดซื้อเรือ ได้แก่ เจ็ตสกี จำนวน 2 ลำ, เรือตรวจการ จำนวน 2 ลำ มูลค่า 40 ล้านบาท และเรือรับรอง 1 ลำ มูลค่า 40 ล้านบาท รวมงบประมาณซื้อเรือทั้ง 3 ประเภทนั้นมูลค่ากว่า 82 ล้านบาท ซึ่งมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด

ทางด้าน ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ. อภิปรายท้วงติงต่อการโอนงบประมาณที่เสนอขอในปี 2568 ไปทำโครงการอื่น เช่น งบพัฒนาเยาวชน 19 ล้านบาท ไปเป็นค่าคุรุภัณฑ์เพื่อปรับปรุงห้องจัดเลี้ยงชั้น B1 และ B2, ย้ายงบ 11 ล้านบาทไปทำไฟส่องสว่างริมแม่น้ำ, ย้ายงบเกี่ยวกับกล้องซีซีทีวีของสภาฯ 10 ล้านบาท ไปเป็นเรื่องของจอแอลอีดี นอกจากนี้ยังพบว่ามีการโอนงบประมาณเพื่อพัฒนาเยาวชนเกี่ยวกับประชาธิปไตย จำนวน 35 ล้านบาท เพื่อนำไปปรับปรุงภูมิทัศน์ คือ น้ำพุ

กรณีลักไก่แบบนี้ ทำไม่ได้ ต้องตัดทิ้ง อย่างการย้ายห้องสมุดมาอยู่ชั้น 1 พบว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองมาออกแบบแล้ว ตามที่ประธานสภาฯ ดำริไว้ ซึ่งเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว

ภัณฑิล น่วมเจิม

จากนั้น ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงว่า ประเด็นการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณนั้น เพราะมีการพิจารณาว่าควรแก้ปัญหาด้านต่างๆ สำนักงานเลขาธิการสภาฯ จึงขอเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ในส่วนของการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ วงเงิน 200 ล้านบาทเป็นงบผูกพัน โดยจะมีพื้นที่ MB1 และชั้น 11 ยังอยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่าเดือนมีนาคม 2569 จะได้ข้อสรุป ซึ่งในส่วนดังกล่าวจะมีค่าควบคุมงาน 6–7 ล้านบาท

ส่วนห้องสมุดที่ขอของบประมาณจัดสร้างใหม่นั้น ข้อเท็จจริงคือห้องสมุดที่อยู่บริเวณชั้น 9 ไม่ได้ยกเลิก แต่จะสร้างเพิ่มเติมที่ชั้น 1 ซึ่งมีแบบที่ขอความอนุเคราะห์ไว้แล้ว แต่ยังไม่มีงบดำเนินการ ขณะที่ประเด็นเรือตรวจการและเรือรับรองนั้น ได้ปรับตัดออกไปแล้ว ส่วนอาคารจอดรถนั้นได้ยกเลิกอีบิดดิ้ง (e-Bidding) แล้ว ส่วนอนาคตจะมีอีกหรือไม่ ต้องให้เป็นหน้าที่ของเลขาธิการสภาฯ คนใหม่พิจารณาตามนโยบายของประธานสภาฯ

เลขาธิการสภาฯ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ห้องประชุม ครม.นั้น จะใช้พื้นที่ห้องริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณชั้น 2 ติดกับห้องของ สส. โดยจะปรับปรุงพื้นที่เพื่อใช้พักรอระหว่างการพิจารณาของสภาฯ และส่วนที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีองค์ประชุมใกล้เคียงกัน ซึ่งไม่ได้เบียดบังห้อง กมธ. แต่อย่างใด

ขณะที่โครงการปรับปรุงศาลาแก้ว เพิ่มไว้รองรับผู้มาวางพวงมาลาและพานพุ่มในวันสำคัญ แต่เมื่อพื้นที่ต้องปรับปรุงลานราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 และต้องมีพระราชพิธี จึงต้องเตรียมความพร้อมของสถานที่ ส่วนงบประมาณจะมีเท่าไรที่เหมาะสม ต้องพิจารณาอีกครั้ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์