เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี สมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลาออกจากรัฐมนตรี แล้วย้ายกลับไปเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่า ขณะนี้ในสังคมโซเชียลฯ กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั้งสองคน โดยเฉพาะ สุริยะ ที่เคยประกาศจะไม่รับตำแหน่งใดๆ หลังเลือกตั้ง 2562 แต่สุดท้าย ก็กลับคำรับตำแหน่งรัฐมนตรี
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการทำงานรัฐบาลร่วมกัน ตนให้ความนับถือและชื่นชมทั้งสองท่าน แต่พอได้เห็นทั้งสองย้ายค่าย แล้วอ้างว่าไปอยู่ในค่ายประชาธิปไตย ตนว่าประชาธิปไตยในร่างเผด็จการธุรกิจการเมืองมากกว่า และยิ่งมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งๆ ที่ 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองก็ร่วมในรัฐบาล ร่วมบริหารประเทศชาติด้วย ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะบริหารผิดพลาด ทั้งสองก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลย
“แต่พอกลับเข้าคอกของนายโทนี่ กลับตาลปัตรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แสดงว่า 4 ปีที่ผ่านมา ที่ทั้งสองเป็นรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ได้คิดช่วยกันทำอะไรให้บ้านเมืองเลย จึงได้กล่าวหารัฐบาลมีปัญหาในการแก้ไขเศรษฐกิจ บริหารบ้านเมืองล้มเหลว ทั้งที่ทั้งสองก็รู้เป็นอย่างดีว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ได้แก้ไขปัญหาวิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และอีกหลายๆ เรื่องจนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก” เสกสกล ระบุ
เสกสกล ระบุอีกว่า กระทรวงยุติธรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เสนออะไรเข้า ครม. นายกฯ ก็ให้ความเห็นชอบ และให้ไปดำเนินการตามโครงการที่เสนอเข้า ครม. ร้อยละ 99.99 ผ่านเกือบทุกโครงการ ดังนั้น การใช้วาทะเพียงเพื่อย้ายค่ายแล้วโจมตีรัฐบาล โจมตีนายกฯ บริหารบ้านเมืองล้มเหลวนั้น ถือว่าเป็นการป้ายสี บิดเบือนข้อเท็จจริง พฤติกรรมแบบนี้ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะรับไม่ได้ จึงอยากฝากเตือนสติทั้งสองท่านให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้
“อย่าทำให้การเมืองน้ำเน่าลงไปมากกว่าเดิมอีกเลย และอย่าให้ประชาชนกล่าวขานขนานนามว่า เป็นพวกเขี้ยวลากดิน หรือพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี ตนไม่อยากให้ใครเรียกพวกท่านเช่นนั้นเลยครับ” เสกสกล ระบุ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการทำงานรัฐบาลร่วมกัน ตนให้ความนับถือและชื่นชมทั้งสองท่าน แต่พอได้เห็นทั้งสองย้ายค่าย แล้วอ้างว่าไปอยู่ในค่ายประชาธิปไตย ตนว่าประชาธิปไตยในร่างเผด็จการธุรกิจการเมืองมากกว่า และยิ่งมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งๆ ที่ 4 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองก็ร่วมในรัฐบาล ร่วมบริหารประเทศชาติด้วย ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะบริหารผิดพลาด ทั้งสองก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้เลย
“แต่พอกลับเข้าคอกของนายโทนี่ กลับตาลปัตรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แสดงว่า 4 ปีที่ผ่านมา ที่ทั้งสองเป็นรัฐมนตรีนั้น ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ได้คิดช่วยกันทำอะไรให้บ้านเมืองเลย จึงได้กล่าวหารัฐบาลมีปัญหาในการแก้ไขเศรษฐกิจ บริหารบ้านเมืองล้มเหลว ทั้งที่ทั้งสองก็รู้เป็นอย่างดีว่ารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ได้แก้ไขปัญหาวิกฤตโควิด-19 วิกฤตเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และอีกหลายๆ เรื่องจนได้รับการยอมรับจากทั่วโลก” เสกสกล ระบุ
เสกสกล ระบุอีกว่า กระทรวงยุติธรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เสนออะไรเข้า ครม. นายกฯ ก็ให้ความเห็นชอบ และให้ไปดำเนินการตามโครงการที่เสนอเข้า ครม. ร้อยละ 99.99 ผ่านเกือบทุกโครงการ ดังนั้น การใช้วาทะเพียงเพื่อย้ายค่ายแล้วโจมตีรัฐบาล โจมตีนายกฯ บริหารบ้านเมืองล้มเหลวนั้น ถือว่าเป็นการป้ายสี บิดเบือนข้อเท็จจริง พฤติกรรมแบบนี้ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะรับไม่ได้ จึงอยากฝากเตือนสติทั้งสองท่านให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้
“อย่าทำให้การเมืองน้ำเน่าลงไปมากกว่าเดิมอีกเลย และอย่าให้ประชาชนกล่าวขานขนานนามว่า เป็นพวกเขี้ยวลากดิน หรือพวกไดโนเสาร์เต่าล้านปี ตนไม่อยากให้ใครเรียกพวกท่านเช่นนั้นเลยครับ” เสกสกล ระบุ



