เสกสกล อัตถาวงศ์ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐบาล ที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นว่า ช่วงเกิดสถานการณ์โควิด-19 และสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยและทั่วโลกเป็นอย่างมาก แต่นายกฯ ยังสามารถแก้ไขปัญหาและคับประคองจนประเทศสามารถเดินหน้าไปได้ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ประชาชนมีรายได้ โดยเชื่อว่าจากนี้ไปเศรษฐกิจไทยจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งปัจจุบัน พบว่าสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ในยุคการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ GDP ปัจจุบันมีมูลค่าราว 16 ล้านล้านบาท และเติบโตอันดับ 24 ของโลก และเม็ดเงินในคลัง 9 ล้านล้านบาท เติบโตเป็นอันดับ 12 ของโลก จากที่ช่วงก่อนทำรัฐประหาร แทบไม่มีเม็ดเงินเหลือเลย เหตุจากนโยบายเกี่ยวกับการจำนำข้าว ขณะเดียวกัน รัฐบาลปัจจุบันยังทำการซื้อทองคำ เพื่อเป็นหลักทรัพย์ของประเทศ และเป็นการลดความผันผวนของค่าเงินบาท รวม 90 ตัน โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังเป็นอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อทองคำเป็นที่ค้ำประกันค่าเงินมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาอีกหลายโครงการ อาทิ ถนน และโครงข่ายรถไฟฟ้า รวมทั้งถูกจัดอันดับต้นๆ ของโลกที่ได้รับรางวัลเนลสันฯ ด้านการสาธารณสุขที่ดีที่สุด
มีการกระจายความเจริญไปยังภูมิภาค เซาท์เทิร์นซีบอร์ด โครงการ EEC โครงการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีนที่ภาคเหนือ ส่วนภาคอีสานดำเนินนโยบายพัฒนาร่วมกับประเทศลุ่มน้ำโขง และมีงบพัฒนาด้านการเกษตร จนภาคอีสานของไทย เป็นภาคที่อุดมสมบูรณ์ติดลำดับในภูมิภาคอาเซียนในปัจจุบัน
“ขอยืนยันว่านายกฯ ประยุทธ์ ไม่มีรอยแปดเปื้อน มีแต่ผลงานที่ใสสะอาด ที่สร้างผลงานมากมายกว่าทุกยุค ไม่มีประวัติด่างพร้อยเหมือนผู้นำบางคนที่หนีคดีโกงไปเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศ ขณะเดียวกันนายกฯ จะยังไม่หยุดแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ ไปจนกว่าจะไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นตนเองขอให้ประชาชนมั่นใจในตัวของนายกฯ ประยุทธ์ ว่าจะไม่มีวันทำให้เสียชื่อเสียงหรือมีตำหนิในตัวเอง จะยึดมั่น ทุ่มเทและตั้งใจแก้ไขปัญหา และไม่มีวันทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน” เสกสกล กล่าว
ซึ่งปัจจุบัน พบว่าสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ในยุคการบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ GDP ปัจจุบันมีมูลค่าราว 16 ล้านล้านบาท และเติบโตอันดับ 24 ของโลก และเม็ดเงินในคลัง 9 ล้านล้านบาท เติบโตเป็นอันดับ 12 ของโลก จากที่ช่วงก่อนทำรัฐประหาร แทบไม่มีเม็ดเงินเหลือเลย เหตุจากนโยบายเกี่ยวกับการจำนำข้าว ขณะเดียวกัน รัฐบาลปัจจุบันยังทำการซื้อทองคำ เพื่อเป็นหลักทรัพย์ของประเทศ และเป็นการลดความผันผวนของค่าเงินบาท รวม 90 ตัน โดยในปี 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยยังเป็นอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อทองคำเป็นที่ค้ำประกันค่าเงินมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาอีกหลายโครงการ อาทิ ถนน และโครงข่ายรถไฟฟ้า รวมทั้งถูกจัดอันดับต้นๆ ของโลกที่ได้รับรางวัลเนลสันฯ ด้านการสาธารณสุขที่ดีที่สุด
มีการกระจายความเจริญไปยังภูมิภาค เซาท์เทิร์นซีบอร์ด โครงการ EEC โครงการเชื่อมโยงรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีนที่ภาคเหนือ ส่วนภาคอีสานดำเนินนโยบายพัฒนาร่วมกับประเทศลุ่มน้ำโขง และมีงบพัฒนาด้านการเกษตร จนภาคอีสานของไทย เป็นภาคที่อุดมสมบูรณ์ติดลำดับในภูมิภาคอาเซียนในปัจจุบัน
“ขอยืนยันว่านายกฯ ประยุทธ์ ไม่มีรอยแปดเปื้อน มีแต่ผลงานที่ใสสะอาด ที่สร้างผลงานมากมายกว่าทุกยุค ไม่มีประวัติด่างพร้อยเหมือนผู้นำบางคนที่หนีคดีโกงไปเร่ร่อนอยู่ต่างประเทศ ขณะเดียวกันนายกฯ จะยังไม่หยุดแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศ ไปจนกว่าจะไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นตนเองขอให้ประชาชนมั่นใจในตัวของนายกฯ ประยุทธ์ ว่าจะไม่มีวันทำให้เสียชื่อเสียงหรือมีตำหนิในตัวเอง จะยึดมั่น ทุ่มเทและตั้งใจแก้ไขปัญหา และไม่มีวันทอดทิ้งประชาชนอย่างแน่นอน” เสกสกล กล่าว




