เสกสกล อัตถาวงศ์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะผู้แลพื้นที่ภาคอีสาน เปิดเผยถึงกรณี ผู้สมัคร ส.ส. รวมตัวร้องเรียน อ้างว่าพรรคฯ ไม่ดูแล ไม่รักษาสัญญาเรื่องหาเสียงเลือกตั้ง โดย เสกสกล ยืนยันว่า พรรคฯ ให้เงินผู้สมัครฯ ตามกฎหมายการเลือกตั้ง ไม่ได้ไปรับปากว่าจะให้ใครเท่าไหร่ ซึ่งไม่ทราบว่า ปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร ส.ส.เลย แกนนำร้องเรียน ไปตกลงกับใคร แต่ไม่ใช่ตน และไม่ได้ประสานกันโดยตรง
ส่วนหลังจากนี้ จะเรียกเข้ามาพูดคุยหรือไม่ ถือเป็นเรื่องทางผู้ใหญ่ของพรรค ขณะเดียวกัน คนที่ทำให้พรรคเสียหายหรือมีผลกระทบต่อพรรค ก็ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาตามขั้นตอน ทั้งนี้ คิดว่าไม่เป็นความขัดแย้งภายในพรรค เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว และไม่มีผลกระทบ เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล อย่าเอามาเป็นภาพรวม คนในพรรคส่วนใหญ่ยังเดินหน้า เพื่อสู้ให้ถึงวันเลือกตั้ง เป็นเพียงแค่บางคนที่รู้สึกไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่พอใจ ซึ่งมองว่าเป็นปัญาหาเล็กๆ และทุกพรรคก็มีปัญหากันหมด จึงขอให้กำลังใจทุกคน ทุกอย่างต้องทำตามภายใต้กรอบกฎหมาย
เสกสกล กล่าวด้วยว่า การหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ เน้นเรื่องประชาสัมพันธ์นโยบายและผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ไม่มีนโยบายใช้เงินซื้อเสียงจูงใจให้ประชาชน หรือทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะเสี่ยงใบดำ-ใบแดง
“ดังนั้น เมื่อเห็นร่วมกันว่าเสียสละเป็นนักรบแล้ว สู้ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ เราต้องสู้ มีกำลัง-มีงบฯ เท่าไรก็แค่นั้น ทำตามกติกา ไม่ออกมาโวยวายเรียกร้องสร้างความเสียหายให้กับพรรค เหตุการณ์นี้มองว่าไม่น่ามีผลอะไร เพราะคนก็เข้าใจดีในภาคอีสานสมัคร 133 เขต ทุกคนต่างดีใจภูมิใจได้อยู่บ้านหลังเดียวกันและช่วยงานกับพล.อ.ประยุทธ์ และในฐานะเป็น 1 ผู้ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ยืนยันผู้สมัครได้รับงบทุกคนภายใต้กรอบของกฎหมาย” เสกสกล กล่าว
ส่วนจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งหรือไม่นั้น เสกสกล กล่าว่วา ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำได้ประโยชน์อะไร เคยบอกแล้ว อย่าไปทำอะไรที่กระทบภาพลักษณ์ต่อพรรค เพราะเราพร้อมที่จะออกมาสู้ช่วยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ สู้ตามกติกาขอคะแนนด้วยความบริสุทธิ์จากเสียงสวรรค์ คือประชาชน จึงมองว่าผู้สมัครฯ บางคน อาจจะคิดว่าสู้ด้วยวิธีการเหมือนพรรคอื่นทำ แต่พรรคเราไม่ทำ และยังเชื่อมั่นว่า ประชาชนให้การตอบรับลงคะแนนให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ บ้านเมืองกำลังแบ่งกันเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่กำลังคิดเปลี่ยนแปลงคิดร้ายต่อบ้านเมือง โดยอ้างประชาธิปไตย ซึ่งมองว่าเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม อีกฝ่ายที่เลือก 'ลุงตู่' กำลังสร้างความมั่นคง ปกป้องสถาบันหลักของชาติ
“ค่าใช้จ่าย ค่าป้าย ค่าหาเสียง เราก็ดูแลทุกคน ขอให้เชื่อมั่น ไม่ต้องเก็บมาคิดว่าจะกระทบอะไร เพราะความนิยมในกระแสลุงตู่ ในภาคอีสาน ยิ่งดีวันดีคืน พรรคมีความนิยมมากขึ้น อยากให้ผู้สมัครทุกคนตั้งใจเดินหาเสียงขอคะแนน ช่วยเสนอผลงานและนโยบายของพรรค อย่าห่วงเรื่องอื่น พรรคเราไม่มีอะไรทำผิดกฎหมาย” เสกสกล กล่าว
ส่วนหลังจากนี้ จะเรียกเข้ามาพูดคุยหรือไม่ ถือเป็นเรื่องทางผู้ใหญ่ของพรรค ขณะเดียวกัน คนที่ทำให้พรรคเสียหายหรือมีผลกระทบต่อพรรค ก็ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาตามขั้นตอน ทั้งนี้ คิดว่าไม่เป็นความขัดแย้งภายในพรรค เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว และไม่มีผลกระทบ เป็นความรู้สึกส่วนบุคคล อย่าเอามาเป็นภาพรวม คนในพรรคส่วนใหญ่ยังเดินหน้า เพื่อสู้ให้ถึงวันเลือกตั้ง เป็นเพียงแค่บางคนที่รู้สึกไม่ได้ดั่งใจ หรือไม่พอใจ ซึ่งมองว่าเป็นปัญาหาเล็กๆ และทุกพรรคก็มีปัญหากันหมด จึงขอให้กำลังใจทุกคน ทุกอย่างต้องทำตามภายใต้กรอบกฎหมาย
เสกสกล กล่าวด้วยว่า การหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ เน้นเรื่องประชาสัมพันธ์นโยบายและผลงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ไม่มีนโยบายใช้เงินซื้อเสียงจูงใจให้ประชาชน หรือทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะเสี่ยงใบดำ-ใบแดง
“ดังนั้น เมื่อเห็นร่วมกันว่าเสียสละเป็นนักรบแล้ว สู้ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ เราต้องสู้ มีกำลัง-มีงบฯ เท่าไรก็แค่นั้น ทำตามกติกา ไม่ออกมาโวยวายเรียกร้องสร้างความเสียหายให้กับพรรค เหตุการณ์นี้มองว่าไม่น่ามีผลอะไร เพราะคนก็เข้าใจดีในภาคอีสานสมัคร 133 เขต ทุกคนต่างดีใจภูมิใจได้อยู่บ้านหลังเดียวกันและช่วยงานกับพล.อ.ประยุทธ์ และในฐานะเป็น 1 ผู้ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ยืนยันผู้สมัครได้รับงบทุกคนภายใต้กรอบของกฎหมาย” เสกสกล กล่าว
ส่วนจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งหรือไม่นั้น เสกสกล กล่าว่วา ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำได้ประโยชน์อะไร เคยบอกแล้ว อย่าไปทำอะไรที่กระทบภาพลักษณ์ต่อพรรค เพราะเราพร้อมที่จะออกมาสู้ช่วยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ สู้ตามกติกาขอคะแนนด้วยความบริสุทธิ์จากเสียงสวรรค์ คือประชาชน จึงมองว่าผู้สมัครฯ บางคน อาจจะคิดว่าสู้ด้วยวิธีการเหมือนพรรคอื่นทำ แต่พรรคเราไม่ทำ และยังเชื่อมั่นว่า ประชาชนให้การตอบรับลงคะแนนให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้ บ้านเมืองกำลังแบ่งกันเป็น 2 ฝ่าย คือฝ่ายที่กำลังคิดเปลี่ยนแปลงคิดร้ายต่อบ้านเมือง โดยอ้างประชาธิปไตย ซึ่งมองว่าเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม อีกฝ่ายที่เลือก 'ลุงตู่' กำลังสร้างความมั่นคง ปกป้องสถาบันหลักของชาติ
“ค่าใช้จ่าย ค่าป้าย ค่าหาเสียง เราก็ดูแลทุกคน ขอให้เชื่อมั่น ไม่ต้องเก็บมาคิดว่าจะกระทบอะไร เพราะความนิยมในกระแสลุงตู่ ในภาคอีสาน ยิ่งดีวันดีคืน พรรคมีความนิยมมากขึ้น อยากให้ผู้สมัครทุกคนตั้งใจเดินหาเสียงขอคะแนน ช่วยเสนอผลงานและนโยบายของพรรค อย่าห่วงเรื่องอื่น พรรคเราไม่มีอะไรทำผิดกฎหมาย” เสกสกล กล่าว




