เสกสกล อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ชี้กรณี แพทองธาร ชินวัตร หรือ ‘อุ๊งอิ๊ง’ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และบุตรสาว ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหนีคดีทุจริต ที่ประกาศ ว่า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส. 300 ที่นั่ง เป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียวนั้น ถือเป็นเรื่องปกติทางการเมือง เพราะเมื่อถึงการเลือกตั้ง แต่ละพรรคการเมืองก็ล้วนมีความคาดหวัง มีการตั้งเป้าหมายจำนวนผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. เข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ หรือคาดหวังจะจัดตั้งกันเป็นรัฐบาลกันทุกพรรคอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังและการตั้งเป้าหมายนั้น ต้องยืนอยู่บนตรรกะเหตุผล และข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของพรรค - นโยบายของพรรค พอที่จะสามารถดึงดูดพี่น้องประชาชนให้ตัดสินใจเลือก ส.ส. และพรรคการเมืองนั้นๆ หรือไม่ พร้อมมองว่า พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ ต่างจากพรรคไทยรักไทย ในอดีต ที่เคยชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2548 แบบแลนด์สไลด์ ได้ ส.ส. 377 ที่นั่ง
“แต่นั่นก็ทั้งกวาดทั้งต้อน ทั้งดูดทั้งต้อน ใช้อำนาจรัฐสารพัดรูปแบบเพื่อเอา ส.ส. จากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าไปไว้ในคอก ดูดกันแบบยกคอกยกพรรคกันเลยทีเดียว จนชนะถล่มทลาย ตามประสงค์ของเจ้าของคอกขณะนั้น แต่สภาพของพรรคเพื่อไทย วันนี้ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง บรรดาผู้ที่เคยถูกกวาดต้อนเข้าคอกไทยรักไทย มาพลังประชาชน วันนี้ตาสว่าง รู้เช่นเห็นชาติเจ้าของคอกกันดี หลายกลุ่มหลายก๊ก เลิกถูกจูงจมูก ปลดแอกออกมาตั่งพรรค ออกมาสังกัดพรรคต่างๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้น การที่พรรคเพื่อไทย ตั้งเป้าหมายจะกวาด ส.ส. สูงถึง 310 ที่นั่ง จึงเป็นไปไม่ได้เลย” เสกสกล ระบุ
เสกสกล ยังกล่าวถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย ว่าแทบจะมองไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หรือเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ที่จะสามารถดึงดูดพี่น้องประชาชนไปลงคะแนนเลือกตั้งให้ เท่าที่เห็น ก็มีแค่จะเอาพ่อกลับบ้าน หรือเอ่ยอ้างเอาความสำเร็จบางนโยบายในอดีต มาอวดอ้างขายฝัน ทั้งที่บริบทสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากแล้ว ขณะที่บางนโยบายที่ล้มเหลว ทุจริต คอร์รัปชัน สร้างความพินาศย่อยยับให้กับประเทศชาติบ้านเมือง อย่างจำนำข้าว พี่น้องชาวนา เกษตรกร คนรากหญ้าเซ่นสังเวยชีวิตหลายต่อหลายคน กลับไม่ยอมรับความผิดพลาดแต่ประการใด
“ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย วันนี้ เผยโฉมให้เห็น 2 คน คนแรกคือ นางสาวแพทองธาร นอกจากเป็นลูกสาวอดีตนายกผู้หนีคุกหนีคดีแล้ว อยากถามว่า ตลอดชีวิต 35 ปีกว่าๆ อะไรคือความสามารถที่ประสบความสำเร็จในชีวิต และได้เคยรู้ทุกข์ รู้สุข ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนยาก คนจน สักกี่มากน้อย” เสกสกล ระบุ
เสกสกล กล่าวด้วยว่า อีกคนคือ เศรษฐา ทวีสิน นั้นยอมรับว่ามีความสามารถ ประสบความสำเร็จ ในการประกอบธุรกิจโดยเฉพาะการขายบ้าน แต่นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่หมู่บ้านจัดสรร ซึ่งมีความแตกต่างกัน เพราะต้องทำให้ไม่ใช่ทำเอา ฉะนั้นจึงไม่ง่าย ที่คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จในธุรกิจจะประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศชาติบ้านเมือง
“ฉะนั้นแล้ว ทั้งสภาพพรรคเพื่อไทย ที่ไม่เหมือนในอดีต ทั้งนโยบายที่ไร้รูปธรรม เน้นพาพ่อกลับบ้าน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยที่เปิดตัวออกมาดังกล่าวนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พรรคเพื่อไทยจะกวาด ส.ส. เข้าสภาฯ สูงถึง 310 ที่นั่ง อาจจะเป็นจริงก็แค่ในความฝัน แต่พอสะดุ้งตื่นขึ้นมารู้ตัวอีกที ระวังจะกระอักเลือดกันทั้งคอกและเจ้าของคอก” เสกสกล ระบุ
อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังและการตั้งเป้าหมายนั้น ต้องยืนอยู่บนตรรกะเหตุผล และข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของพรรค - นโยบายของพรรค พอที่จะสามารถดึงดูดพี่น้องประชาชนให้ตัดสินใจเลือก ส.ส. และพรรคการเมืองนั้นๆ หรือไม่ พร้อมมองว่า พรรคเพื่อไทย ในวันนี้ ต่างจากพรรคไทยรักไทย ในอดีต ที่เคยชนะเลือกตั้งเมื่อปี 2548 แบบแลนด์สไลด์ ได้ ส.ส. 377 ที่นั่ง
“แต่นั่นก็ทั้งกวาดทั้งต้อน ทั้งดูดทั้งต้อน ใช้อำนาจรัฐสารพัดรูปแบบเพื่อเอา ส.ส. จากพรรคการเมืองต่างๆ เข้าไปไว้ในคอก ดูดกันแบบยกคอกยกพรรคกันเลยทีเดียว จนชนะถล่มทลาย ตามประสงค์ของเจ้าของคอกขณะนั้น แต่สภาพของพรรคเพื่อไทย วันนี้ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง บรรดาผู้ที่เคยถูกกวาดต้อนเข้าคอกไทยรักไทย มาพลังประชาชน วันนี้ตาสว่าง รู้เช่นเห็นชาติเจ้าของคอกกันดี หลายกลุ่มหลายก๊ก เลิกถูกจูงจมูก ปลดแอกออกมาตั่งพรรค ออกมาสังกัดพรรคต่างๆ เป็นจำนวนมาก ดังนั้น การที่พรรคเพื่อไทย ตั้งเป้าหมายจะกวาด ส.ส. สูงถึง 310 ที่นั่ง จึงเป็นไปไม่ได้เลย” เสกสกล ระบุ
เสกสกล ยังกล่าวถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทย ว่าแทบจะมองไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หรือเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ที่จะสามารถดึงดูดพี่น้องประชาชนไปลงคะแนนเลือกตั้งให้ เท่าที่เห็น ก็มีแค่จะเอาพ่อกลับบ้าน หรือเอ่ยอ้างเอาความสำเร็จบางนโยบายในอดีต มาอวดอ้างขายฝัน ทั้งที่บริบทสังคมได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมากแล้ว ขณะที่บางนโยบายที่ล้มเหลว ทุจริต คอร์รัปชัน สร้างความพินาศย่อยยับให้กับประเทศชาติบ้านเมือง อย่างจำนำข้าว พี่น้องชาวนา เกษตรกร คนรากหญ้าเซ่นสังเวยชีวิตหลายต่อหลายคน กลับไม่ยอมรับความผิดพลาดแต่ประการใด
“ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย วันนี้ เผยโฉมให้เห็น 2 คน คนแรกคือ นางสาวแพทองธาร นอกจากเป็นลูกสาวอดีตนายกผู้หนีคุกหนีคดีแล้ว อยากถามว่า ตลอดชีวิต 35 ปีกว่าๆ อะไรคือความสามารถที่ประสบความสำเร็จในชีวิต และได้เคยรู้ทุกข์ รู้สุข ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนยาก คนจน สักกี่มากน้อย” เสกสกล ระบุ
เสกสกล กล่าวด้วยว่า อีกคนคือ เศรษฐา ทวีสิน นั้นยอมรับว่ามีความสามารถ ประสบความสำเร็จ ในการประกอบธุรกิจโดยเฉพาะการขายบ้าน แต่นี่คือประเทศไทย ไม่ใช่หมู่บ้านจัดสรร ซึ่งมีความแตกต่างกัน เพราะต้องทำให้ไม่ใช่ทำเอา ฉะนั้นจึงไม่ง่าย ที่คนคนหนึ่งประสบความสำเร็จในธุรกิจจะประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศชาติบ้านเมือง
“ฉะนั้นแล้ว ทั้งสภาพพรรคเพื่อไทย ที่ไม่เหมือนในอดีต ทั้งนโยบายที่ไร้รูปธรรม เน้นพาพ่อกลับบ้าน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยที่เปิดตัวออกมาดังกล่าวนั้น จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่พรรคเพื่อไทยจะกวาด ส.ส. เข้าสภาฯ สูงถึง 310 ที่นั่ง อาจจะเป็นจริงก็แค่ในความฝัน แต่พอสะดุ้งตื่นขึ้นมารู้ตัวอีกที ระวังจะกระอักเลือดกันทั้งคอกและเจ้าของคอก” เสกสกล ระบุ



