ราเมศ รัตนะเชวง อดีต สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะเลขานุการนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อและอดีตหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ปราศรัยหาเสียงช่วยการเลือกตั้งนายก อบจ. เชียงราย ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568
ราเมศ กล่าวว่า การปราศรัยของนายทักษิณ ประชาชนฟังเนื้อหาแล้ว มองว่าคือ นายกรัฐมนตรีตัวจริง มีตอนหนึ่งพาดพิงนายชวน โดยยกผลการเลือกตั้งว่า “ที่นายชวนแค้นเพราะแพ้การเลือกตั้งนายทักษิณ แก่แล้วยังลงเลือกตั้งอยู่” นั้น ตนเองเคยบอกบ่อยครั้งว่า ที่นายชวนต่อสู้นั้น ไม่ใช่เพราะความแค้นส่วนตัวกับนายทักษิณ แต่เป็นการต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ถูกต้องที่นายทักษิณอ้างประชาธิปไตยเข้าสู่อำนาจ แล้วใช้อำนาจแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบ ความจริงชี้ชัดคือคำพิพากษาคดีที่ถึงที่สุดแล้ว ทั้งการทุจริตเอื้อประโยชน์พวกพ้องและครอบครัว มีผลประโยชน์ทับซ้อน เลือกปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนชาวปักษ์ใต้ ส่วนผลการเลือกตั้งที่มีการแพ้การชนะ นายชวนแพ้เพราะไม่ซื้อเสียง ไม่โกงเลือกตั้ง มีเกียรติยศศักดิ์ศรีมากกว่าคนที่ทะนงตนว่าชนะ ที่มาจากการซื้อเสียง
“ถ้าชนะเพราะซื้อเสียงนายชวนก็ไม่เอา ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วต้องมาโกงบ้านโกงเมืองก็ไม่เอา ในทางการเมืองมีความชัดเจนที่ตั้งใจเข้ามาเป็นนักการเมืองเพื่อเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชนไม่ใช่มาเพื่อหาประโยชน์”
ราเมศ กล่าวต่อว่า นายชวนเป็นคนที่ยึดหลักประชาธิปไตย ยึดหลักสุจริตยังเป็นเสาหลักให้กับบ้านเมือง เป็น สส.ที่ได้รับเลือกตั้งมากครั้งที่สุด และยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย แต่ไม่เคยถูกตราหน้าว่า โกงมากที่สุด ไม่เคยถูกดำเนินคดีทุจริต
ที่นายทักษิณบอกว่า พอแล้วไม่อยากอะไรแล้ว ก็เพราะไม่สามารถดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้แล้ว เนื่องจากเคยมีคดีทุจริต และห้ามดำรงตำแหน่งการเมืองใดตามรัฐธรรมนูญ ที่นายทักษิณ ระบุว่าไม่อยากอะไรแล้ว แต่ที่ปราศรัยออกมาคือความอยากทั้งสิ้น อยากชนะ อบจ.ในนามพรรคเพื่อไทย อยากให้สมัยหน้ามี สส.พรรคเพื่อไทยยกจังหวัด
“การเคลื่อนไหวทุกคนรู้ว่า อยากเป็นนายกรัฐมนตรีตัวจริง มีความไม่อยากเรื่องเดียวที่ประชาชนเชื่อคือ นายทักษิณไม่อยากติดคุกแม้แต่วันเดียว และเรื่องนี้ก็จะเป็นความไม่อยาก ที่จะทำให้นายทักษิณไม่อยากอีกครั้งคือ ไม่อยากหนีไปต่างประเทศอีกรอบ”




