เอาสิทธิประชาชนกลับคืนมา! ‘ราเมศ’ ย้ำจุดยืน ‘ประชาธิปัตย์’ แก้ รธน.สู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

10 ธ.ค. 2565 - 17:25

  • ‘ราเมศ’ เผยจุดยืน ‘ประชาธิปัตย์’ แก้รัฐธรรมนูญสู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์

  • แซะฉบับปี 60 อวดอ้างสรรพคุณมากมาย แต่ความเป็นจริงกลับสวนทาง

  • ย้ำต้องเอาสิทธิประชาชนกลับคืนมา

Rames_Democrat_Party_support_amending_constitution_for_complete_democracy_SPACEBAR_Hero_6d8f1dfcde.jpeg
ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ โดยพรรคประชาธิปัตย์ ขอร่วมระลึกถึงการมีรัฐธรรมนูญ ฉบับถาวรฉบับแรก ของประเทศไทย เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชนชาวไทย เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 ดังนั้น ในวันที่ 10 ธันวาคมของทุกปี ถือว่ามีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ 

ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ยังไม่มีความเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง และมีความจำเป็นต้องแสวงหาความเห็นพ้องต้องกันจากหลายๆฝ่าย แต่อุปสรรคในการขอแก้รัฐธรรมนูญยังมีอยู่ จึงทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จสู่เป้าหมายได้ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ มีเจตนารมณ์อย่างชัดเจนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ  

ซึ่งหัวใจสำคัญของการนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คือการแก้มาตรา 256 เพื่อให้สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ง่ายขึ้น โดยตัดสัดส่วนของ ส.ว. ให้เหมาะสม แล้วใช้เสียงส่วนใหญ่จากสภาฯ เพราะหากกำหนดให้ ส.ว. เห็นชอบด้วย ในวาระที่ 1 และที่ 3 เป็นจำนวน 1 ใน 3 ทำให้ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นจำนวนมากถึง 84 คน จึงเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญในสาระสำคัญได้ ดังนั้น การแก้มาตรา 256 จึงมีความสำคัญมากและในส่วนของพรรค ก็จะยังคงตั้งมั่นที่จะแก้ไขเพิ่มเติมในส่วนนี้ต่อไปในวันข้างหน้า 

ราเมศ อ้างว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีการอวดอ้างสรรพคุณไว้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกล่าวว่า ประชาชนมีสิทธิมากขึ้น มีอำนาจมากขึ้น เป็นรัฐธรรมนูญที่ปราบโกง ป้องกันการโกงได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งหมดนั้นล้วนสวนทางกับเนื้อหาสาระในรัฐธรรมนูญ เพราะนอกจากสิทธิของประชาชนลดน้อยถอยลงแล้ว ยังไม่ได้เป็นการป้องกันการโกงแต่อย่างใด ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มองเห็นถึงปัญหาเหล่านี้มานาน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญยังไม่มีผลบังคับใช้ จึงไม่ได้รับรัฐธรรมนูญฉบับปี 60 แต่เมื่อผ่านการลงประชามติและบังคับใช้ ก็ยอมรับกติกา พร้อมหวังว่าจะมีการแก้ไขในวันข้างหน้า จนมาถึงในปี 2564 พรรคประชาธิปัตย์จึงเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จำนวน 6 ร่าง ประกอบด้วย 

ร่างฉบับที่ 1 เป็นการเพิ่มสิทธิเสรีภาพของประชาชน สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค สิทธิในที่ดินทำกิน ซึ่งต้องยอมรับว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันลดน้อยถอยลงไปอย่างน่าใจหาย  

ร่างฉบับที่ 2 ตัดอำนาจ ส.ว.ในการแก้รัฐธรรมนูญ 

ร่างฉบับที่ 3 เพิ่มความเข้มข้นในกระบวนการตรวจสอบการทุจริต  

ร่างฉบับที่ 4 แก้ไขที่มาของนายกรัฐมนตรี และยกเลิกอำนาจ สว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี 

ร่างฉบับที่ 5 เรื่องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ที่เป็นพรรคการเมืองแรกที่ให้ความสำคัญ เพื่อทำให้ท้องถิ่นดีขึ้น 

ร่างฉบับที่ 6 แก้ไขระบบเลือกตั้ง คือ ปรับเปลี่ยน ส.ส.เขตเป็น 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ 

ในท้ายที่สุด ร่างแก้ไขที่พรรคประชาธิปัตย์ เสนอ ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาเพียงฉบับเดียวคือ ฉบับที่ 6  

ราเมศ กล่าวด้วยว่า ในเรื่องสิทธิของประชาชน สิทธิชุมชน สิทธิผู้บริโภค สิทธิในกระบวนการยุติธรรม สิทธิในที่ดินทำกิน การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การป้องกันและปราบปรามทุจริต จะต้องมีกระบวนการที่ป้องกันการทุจริตจริงๆ ไม่ใช่เปิดช่องให้สมยอมกัน รวมถึงประเด็นอำนาจ ส.ว. ด้วย ซึ่งทุกเรื่อง ล้วนเป็นสาระสำคัญที่จะเป็นนโยบายหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่สมบูรณ์อย่างแท้จริง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์