‘ราเมศ รัตนะเชวง’ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่ ‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในปี 2553 โดยพาดพิง ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า
- 1.ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2553 คดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ที่เกี่ยวข้องกับอภิสิทธิ์ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรมทุกขั้นตอนและถึงที่สุดแล้ว มีการพิสูจน์จนสิ้นกระแสความ
- 2.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา มีคำพิพากษาศาลฎีกา มีคำวินิจฉัยของ ปปช. มีผลการพิจารณาของรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อปรองดองแห่งชาติ หรือ คอป. ทุกองค์กรมีเหตุผลในการรองรับชัดเจน
- 3.กระบวนการยุติธรรม ศาลชี้ชัดว่าการชุมนุมเป็นการชุมนุมโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มีอาวุธ มีกลุ่มชายชุดดำเข้ามาก่อความไม่สงบ มีการยุยงจากแกนนำให้มีการเผาบ้านเผาเมือง จนศาลฏีกามีคำตัดสินให้แกนนำมีความผิดต้องชดใช้ค่าเสียหาย
- 4.มีเจ้าหน้าที่กลั่นแกล้งตั้งข้อหาอภิสิทธิ์ ฐานฆ่าผู้อื่น เจ้าหน้าที่คนนั้นชื่อ ‘ธาริต เพ็งดิษฐ์’ ภูมิลำเนาปัจจุบันคือเรือนจำ
- 5.มีคนใส่ร้ายอภิสิทธิ์ ในทำนองเป็นฆาตกรสั่งฆ่าประชาชนระหว่างการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง คดีนี้ศาลฎีกาตัดสินแล้ว คนใส่ร้ายถูกจำคุกโดยไม่รอลงอาญา จำเลยที่ใส่ร้ายคือ ‘จตุพร พรหมพันธุ์’ คดีผ่านมาหลายปีแล้ว
- 6.แกนนำที่ปราศรัยบนเวที ยุยงให้ผู้ชุมนุมเผาอาคารบ้านเรือนในกรุงเทพมหานคร ศาลฎีกาได้ตัดสินให้แกนนำมีความผิดในทางแพ่งต้องชดใช้ค่าเสียหาย ณัฐวุฒิคือหนึ่งในจำเลย อยากถามว่าไปชดใช้ค่าเสียหายหรือยัง
‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ ทราบข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ดี จะให้องค์กรไหนตรวจสอบอีก ในเมื่อกระบวนการยุติธรรมได้ตรวจสอบแล้วยุติว่านายอภิสิทธิ์ไม่มีความผิด ไม่ได้มีคำสั่งให้ฆ่าประชาชน ไม่อยากให้ใช้วาทกรรมเพื่อทำลายกันในทางการเมือง สิ่งที่สำคัญทุกคนต้องยอมรับกระบวนการยุติธรรม การนำข้อมูลไปบิดเบือนเพียงเพื่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายตนมันเป็นแนวคิดที่ล้าหลังไป




