ราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ต้องยอมรับว่าจะประเมินลึกไปในรายละเอียดคงยาก เหตุเพราะรัฐบาลยังตั้งต้นทำงานไม่ได้ เพราะนโยบายหลักๆ ของพรรคเพื่อไทย ที่ขับเคลื่อนผ่านการทำงานโดยรัฐบาลและนายกรัฐมนตรียังตั้งหลักไม่ได้ การประเมินได้ที่ชัดเจนคือ มีแต่ผักชีที่โรยหน้า ไม่มีอะไรที่จะบ่งชี้ว่าดีหรือไม่ การที่แกนนำพรรคเพื่อไทยในรัฐบาลได้สื่อสารว่า คิดครบ ทำได้นั้น เห็นว่าสวนทางกับความเป็นจริง
โครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นผลผลิตที่ฉาบฉวยจากพรรคเพื่อไทย ที่ไม่มีการคิดให้ละเอียดรอบด้าน ไม่คิดถึงความยั่งยืนของประเทศ ตั้งต้นไม่ได้ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทั้งที่มาของเงิน วันหนึ่งไม่กู้ อีกวันหนึ่งกู้ วิธีการรับเงิน จ่ายเงิน และจะมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรแน่นอน ประกาศขึ้นเงินเดือนข้าราชการ อีกวันหนึ่งบอกต้องศึกษาก่อน สร้างความสับสนให้ประชาชนตลอด กระบวนการในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญก็จะเห็นว่ายังไม่มีความชัดเจนใดๆ สิ้นปีนี้การตั้งฉายาของสื่อ คำที่น่าสนใจยิ่งคือ รัฐบาลสับปลับ ปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
ราเมศ กล่าวอีกว่า สิ่งเดียวที่รัฐบาลนี้ทำสำเร็จ คือการทำลายหลักนิติธรรม เลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย เรื่องการคุมขังนักโทษ ให้เชื่อหลักธรรมชาติว่า ความลับไม่มีในโลก ทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาลต้องร่วมกันรับผิดชอบในเรื่องนี้ในวันข้างหน้า และเรื่องนี้ถือว่ารัฐบาลประสบผลสำเร็จ และถือได้ว่าเป็น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ที่ดีที่สุดของรัฐบาล
ถ้าซอฟต์พาวเวอร์ ประกอบด้วยวัฒนธรรมและค่านิยม เชื่อว่าประชาชนไม่อยากให้มีการสร้างวัฒนธรรมและค่านิยมแหกคุกโดยรัฐบาล ซึ่งความเสียหายจะเกิดขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม ถ้ารัฐบาลไม่เห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้ ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า คุกมีไว้ขังคนจน ก็ควรตอบเรื่องนี้ให้กระจ่าง




