ราเมศ รัตนะเชวง เลขานุการ ชวน หลีกภัยสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ ดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงในอดีตสมัยที่เกิดปัญหาเศรษฐกิจวิกฤตต้มยำกุ้ง รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้นนำโดย ชวน และ ศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ก็เคยเชิญ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้ช่วยเหลือรัฐบาลในการเจรจาทางการค้ากับประเทศออสเตรเลียมาแล้วนั้น ว่า
คำพูดของโฆษกพรรคเพื่อไทย ล้วนแล้วแต่เป็นความเท็จทั้งสิ้น โกหกพี่น้องประชาชน พยายามปั้นข้อเท็จจริงมารองรับการกระทำของเจ้านาย เพราะตามข้อเท็จจริงแล้ว ในสมัยรัฐบาลชวน ไม่เคยเชิญทักษิณ มาเพื่อขอความช่วยเหลือรัฐบาลในการเจรจาทางการค้ากับประเทศออสเตรเลีย
ราเมศ กล่าวว่า ในช่วงนั้นทั้งตัวนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เป็นทีมเศรษฐกิจ เรียกว่าเป็น ครม.ดรีมทีม เช่น ศุภชัย , ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ , พิสิฐ ลี้อาธรรม , โพธิพงษ์ ลำซำ ทุกคนล้วนมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์ ทำงานยึดหลักความสุจริตต่อบ้านเมือง ยึดหลักธรรมาภิบาล ทุกคนที่ร่วมกันทำงาน ไม่ได้เข้ามาทำงานโดยยึดหลักธุรกิจการเมือง ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทำให้การแก้ไขปัญหาประสบความสำเร็จ จนนำไปสู่การให้ความเชื่อมั่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
“ดังนั้นการที่รัฐบาลขณะนี้ได้เชิญทักษิณ มาร่วมให้คำปรึกษา ทำงานกับรัฐบาล ทุกคนไม่ค่อยแปลกใจเพราะทักษิณคือนายกรัฐมนตรีตัวจริง แม้จะพูดอยู่เสมอว่าเขาไม่ได้ครอบงำรัฐบาล แต่เขาครอบครองรัฐบาล ถือว่ามีความหมายชัดเจนในตัวเอง
รวมถึงพฤติกรรมที่บอกว่าเรื่องนี้ตนได้สั่งการแล้วให้ไปจัดการ จึงต้องถามว่าทำไปในฐานะอะไร และที่น่าละอายใจจนทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัย คือตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจกลับไม่มีสติปัญญาไม่มีความรู้ความสามารถถึงขนาดนั้นเลยหรือ เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็ควรลาออกไปเพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารประเทศจะดีกว่า” ราเมศ กล่าว
ราเมศ กล่าวว่า ประเด็นเหล่านี้องค์กรที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาเช่นกันว่าการกระทำของทักษิณมีความผิดตามกฎหมายหรือไม่ รัฐบาลมาจากพรรคการเมือง ซึ่งมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนหลักในการดำเนินการทางการเมือง และนโยบายหลักคิดในการบริหารบ้านเมืองก็ล้วนมาจากพรรคแกนนำด้วย
การที่ยอมให้บุคคลอื่นคือทักษิณมาครอบงำ ชี้นำการบริหารกิจการของบ้านเมือง โดยขาดความอิสระ ทำให้ประชาชนเห็นความชัดเจนว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎหมาย และโดยหลักการของพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดิน ไม่มีมาตราไหนให้อำนาจบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาบริหารราชการแผ่นดินแทนนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรี ได้
“โฆษกพรรคเพื่อไทยควรสอบถามข้อมูลให้ชัดเจนก่อนออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น เว้นแต่รู้อยู่แล้วว่าไม่เป็นจริงแต่มาแถลงข่าวเพื่อโกหกพี่น้องประชาชนไปรายวัน” ราเมศ กล่าว




