ที่รัฐสภา รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ ไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับการนำเงินของผู้ช่วย สส.มาจ่ายค่าสมาชิกพรรคว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลใหม่ แต่มีความพยายามโจมตีพรรคประชาชนจากเพจหนึ่ง ไม่ได้กังวลอะไร เพราะมีความพยายามในการดิสเครดิตการทำงานของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน
พร้อมยืนยันว่าการสมัครสมาชิกพรรคประชาชนมีขั้นตอน 4 ข้อ คือต้องถ่ายรูปพร้อมกับบัตรประชาชนลงสมัครระบบออนไลน์ และมีการยืนยันด้วยระบบOTP จากนั้นจะมีการสุ่มตรวจ หากมีการร้องเรียนก็จะตรวจทุกคน โดยยอมรับว่าการสมัครสมาชิกพรรคที่ผ่านมามีปัญหาบ้าง แต่มีกระบวนการสำหรับการตรวจสอบ 1,400 ชื่อรอตรวจสอบ มีการตรวจสอบอย่างเข้มข้น ย้ำว่ากระบวนการสมัครสมาชิกพรรคประชาชนมีมาตรฐานที่สูง พร้อมย้อนให้ไปถามการสมัครสมาชิกพรรคกล้าธรรม ทำอย่างไร มีหัวคะแนนไปเกณฑ์รายชื่อมาหรือไม่
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่านำเงินเดือนผู้ช่วยสส.ไปจ่ายค่าสมาชิก รังสิมันต์ ยืนยันว่า ไม่สามารถทำได้ และผิดกฎหมาย และพรรคประชาชนไม่เคยมีคำสั่ง หรือมีแนวนโยบายให้ทำเช่นนั้น และพร้อมที่จะเอาผิดหากพบกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น
“ไม่ได้เป็นคำสั่งของพรรค สมมติหากเป็นการกระทำของบางคน ผมพร้อมดำเนินการตามกฏหมาย ไม่ได้มีปัญหาอะไรในการที่จะตรวจสอบ และยืนยันว่าในส่วนของพรรคประชาชนมีคนพร้อมตรวจสอบเราเยอะ หน่วยงานองค์กรอิสระต่างๆพร้อมตรวจสอบเรา ดังนั้นเราไม่มีความกังวลในเรื่องนี้”
— รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ยังมองว่า วันนี้มีความพยายามที่จะเบี่ยงเบนประเด็น ทำให้เรื่องสแกมเมอร์เป็นเรื่องเฉพาะตัว เป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือผลประโยชน์ทางการเมือง และยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้มีความโกรธ เกลียด ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีแล้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นการส่วนตัว และไม่เคยโกรธเกลียด ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส. สงขลา พรรคกล้ามธรรม หรือไม่ได้รู้จัก เบน สมิธ หรือ ยิม เลียกเป็นการส่วนตัว
รังสิมันต์ ชี้ว่าการดำเนินการของผมทำให้ได้รับภาระทั้งคดีความ หรือบางคนก็เป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัยในชีวิต และยืนยันว่าการทำทั้งหมดไม่ได้เงินอะไรเพิ่ม แต่ที่พยายามทำหน้าที่ตรงนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของชาติ เมื่อมาอยู่ตรงนี้ก็ต้องพยายามทำหน้าที่ให้ถึงที่สุด เพราะไม่รู้จะยืนอยู่จุดนี้ได้นานแค่ไหน และเน้นย้ำว่าภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย หรือ อริราชศัตรู ในราชอาณาจักรไทยที่ใหญ่ที่สุด คือสิ่งที่เรียกว่า ทุนสีเทา ที่กำลังจะยึดประเทศไทย หากไม่เข้าใจในเรื่องนี้และนำประเด็นยิบย่อยมาเบี่ยงประเด็น เป็นเรื่องการตีกันของคนไม่กี่คน มองว่าประเทศไทยเราจบ
“วันนี้เราต้องตระหนักว่าทุนสีเทากำลังยึดประเทศไทยทั่วทุกแห่ง ของภูมิภาคไม่ใช่แค่กรุงเทพ ในแต่ละจังหวัดจะเห็นร่องรอยของทุนสีเทาทั้งสิ้น”
— รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ยังกล่าวว่า ไผ่ ลิกค์ ไม่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการฟอกเงินและบัญชีม้า ซึ่งบัญชีม้าเป็นกรณีที่ให้บุคคลอื่นควบคุมบัญชีไม่ใช่เจ้าของบัญชี และการฟอกเงิน ต้องเริ่มที่เงินผิดกฎหมายไม่ใช่เงินถูกกฎหมาย ในพรรคประชาชนไม่เคยมีนโยบายให้ผู้ช่วย สส.นอนอยู่เฉยๆ นอนกระดิกเท้าหายใจไปวันๆ ทุกคนจะต้องทำงาน เพราะพรรคประชาชนเป็นพรรคที่มีทรัพยากรจำกัด ดังนั้นทุกคนต้องมีภารกิจมีงานที่ต้องทำ ดังนั้น ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อกล่าวหาที่เลื่อนลอย
- ‘อัจฉริยะ’ ดับเครื่องชน ‘ธมน.’ หอบหลักฐาน-โชว์แผนผังเส้นเงินบัญชีม้า โยง ‘เว็บพนัน-สแกมเมอร์’ ปูดปลายทางเข้าถัง ‘ตร.ไซเบอร์’
นอกจากนี้ ที่รัฐสภา อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยังได้ยื่นเรื่องให้ รังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทยฯ สภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบ ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม กับพวกที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ และเส้นเงินยาเสพติด และการรับสินบนของตำรวจและข้าราชการท้องถิ่นและการเมืองมูลค่า 2,500 ล้านบาท และการล้มคดีเว็บพนันออนไลน์

โดย รังสิมันต์ กล่าวว่า ขอบคุณอัจฉริยะ ที่เข้ามายื่นหนังสือเรื่องที่เกี่ยวกับนักการเมืองคนหนึ่ง คือ ชนนพัฒฐ์ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไปเกี่ยวพันในเว็บพนัน ซึ่งเว็บพนันกับสแกมเมอร์ก็เป็นเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมาเซิร์ฟเวอร์บัญชีม้าอาจจะเป็นแหล่งเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่เราติดตามอย่างใกล้ชิดถือว่ามีความสำคัญกับชาติบ้านเมือง เพราะนายกรัฐมนตรีก็ประกาศว่าปัญหาสแกมเมอร์เป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่แค่ปัญหาอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในประเทศแต่เป็นปัญหาอาชญากรรมที่เป็นวาระใหญ่ของโลกถือว่าเป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องช่วยกันแก้ปัญหา ซึ่งเรื่องที่ได้ยื่นมาวันนี้คงไม่ช้าแน่นอน ในฐานะกรรมาธิการนอกจะเอาข้อมูลมาพิจารณาแล้วก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เท่าที่ดูเบื้องต้นมีนักการเมืองหลายคนถูกเชื่อมอยู่บางคนเป็น สส. ในปัจจุบันด้วยฉะนั้นเมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องเรื่องนี้ จึงต้องให้ความเป็นธรรมในการชี้แจง และคาดหวังว่าหน่วยงานที่เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ต้องสร้างความกระจ่างในเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะเมื่อเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ ก็เป็นห่วงว่าจะมีการล้มคดีหรือไม่กระบวนการยุติธรรมแทนที่จะเอาคนไม่ดีเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดมาดำเนินคดี กลับเป็นการฟอกขาวให้กับคนเหล่านี้ซึ่งเป็นเรื่องที่จะทำลายหลักนิติรัฐหลักการเชิงกฎหมายและทำลาย ความเชื่อมั่น ของประชาชนอย่างยิ่ง ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงปิดสมัยประชุม สส. จึงไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองหรือสิทธิพิเศษใด ๆ จึงเป็นโอกาสดีที่ต้องเร่งสร้างความกระจ่างไม่ว่าจะผิดหรือไม่ผิด อย่างน้อยก็จะได้จบภายในเดือนพ.ย.นี้
เมื่อถามว่าการติดตามเรื่องสแกมเมอร์ในกรรมาธิการเคยมีชื่อของ ชนนพัฒฐ์ เข้ามาหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่าบางทีเว็บพนันกับสแกมเมอร์ก็แยกออกจากกันยาก หนึ่งในกระบวนการของสแกมเมอร์ไม่ใช่แค่โทรมาหลอกให้โอนเงินแต่มีหลากหลายรูปแบบ หลอกให้ลงทุนหลอกให้รัก หรือหลอกให้เล่นการพนัน ดังนั้นการที่บอกว่าไม่ได้ทำสแกมเมอร์แต่ทำเว็บพนันมันคือสิ่งเดียวกัน
มีโอกาสที่จะเรียกชนนพัฒฐ์มาชี้แจง เราต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกคนแต่ ไม่รู้ว่าชนนพัฒฐ์จะเดินตามรอย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือไม่ เพราะ ร.อ.ธรรมนัส เป็นหนึ่งในคนที่ไม่เคยมาชี้แจงในชั้นกรรมาธิการเลย แต่อย่างไรก็ตามต้องให้โอกาสทุกคนไม่ใช่แค่ว่าเห็นข้อมูลนี้แล้วต้องเชื่อทันที
— รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ กล่าวว่า ข้อมูลที่อัจฉริยะนำมาเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้ได้เลยในทางกระบวนการไม่ต้องใช้เวลานาน เมื่อข้อมูลชัดเจนขนาดนี้แม้จะต้องให้ความเป็นธรรมแต่ข้อมูลก็เพราะมากในการดำเนินการขั้นตอนต่อไป คาดหวังว่าจะไม่ชักช้า
เมื่อถามว่าจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่เพราะขณะนี้พรรคกล้าธรรมกับพรรคประชาชนกำลังมีปัญหากันอยู่ รังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน พรรคประชาชนอยู่ในฐานะฝ่ายค้านตนก็อยู่ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงฯ ก็ต้องตรวจสอบรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่การทำงานของรัฐบาลแต่ในกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่เรื่องที่จะชี้หน้าว่าพรรคการเมืองใดการเมืองหนึ่ง หรือใครคนใดคนหนึ่ง แล้วมาบอกว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน
แต่ต้องว่ากันด้วยพยานหลักฐานตำรวจหรือ DSI ไม่ได้ขึ้นกับฝ่ายค้านแต่ขึ้นกับฝ่ายรัฐบาลที่ต้องทำให้องค์กรเหล่านี้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด พร้อมตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและหน่วยงานรัฐอย่าง DSI ว่าทำงานถึงไหนแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน แต่กลับคิดว่าความพยายาม
“ที่จะบอกว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนกรรมาธิการไม่เป็นกลางต้องพูดตรง ๆ ว่า ในกรรมาธิการมีทุกพรรค พรรคกล้าธรรมก็อยู่ในนี้การที่บอกไม่เป็นกลางคงไม่ใช่ รวมไปถึงเป็นความพยายามเบี่ยงประเด็น โดยเอาเรื่องทางการเมืองแบบนี้มาดิสเครดิตกัน ไม่ได้สนใจมองในเรื่องรายละเอียดพยานหลักฐาน ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานถ้าเอาผิดได้ ก็ว่าไปตามกระบวนการสิ่งที่เรียกร้องสูงสุดคือต้องการกระบวนการยุติธรรมที่เป็นปกติสำหรับทุกคน ไม่ได้ต้องการรังแกใคร ผมเป็นฝ่ายค้านยืนยันว่าไม่สามารถไปสั่งการอะไรใครได้”
— รังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีกลไกอื่นเพื่อเชิญรัฐมนตรีมาชี้แจงอีกหรือไม่เพราะที่ผ่านมาไม่มีใครมา นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อยู่ในช่วงหารือในช่วงเป็นสมัยประชุมคงไม่ง่าย แต่การไม่มาชี้แจงอาจส่งผลเสียกับผู้ที่ไม่มาชี้แจงเอง ดังนั้นการตรวจสอบของเรายังคงเดินหน้าต่อไป บางคนอย่าง สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อดีตปลัดคลัง ได้รับการยืนยันว่าจะมาชี้แจงก็จะได้เห็นเป็นตัวอย่างว่าการมาชี้แจง มันดีต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องสแกมเมอร์และดีต่อตัวผู้ชี้แจงยังไง
เมื่อถามว่าฝั่งรัฐบาลออกมาชี้แจงว่าไม่พบนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ รังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็น คือ
1.รัฐบาลมี 7 รายชื่อแล้วใช่หรือไม่
2.ที่ตรวจสอบว่าไม่พบก็ต้องตั้งคำถาม เพราะหากย้อนไป 5 ปีที่แล้วก็ไม่พบชื่อ ‘ก๊กอาน’ และก่อนหน้านี้ถ้าไปตรวจสอบก็ไม่พบชื่อ ‘ลี ยงพัด’ แต่วันนี้กลับเจอ ดังนั้นปัญหา คือหน่วยงานราชการที่ผ่านมาแค่เช็คในเรื่องของเคสไอดีซึ่งแน่นอนว่าคงไม่เจอ ยังไม่ได้ตั้งต้นยังไม่เริ่มนับหนึ่งแต่วันนี้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เข้ามาส่อไปว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่เช่นนั้นกระบวนการทางกฎหมายต่าง ๆ จะเดินได้ใช้อย่างไร ซึ่งข้อมูลของนายอัจฉริยะที่มายื่นหากนับรวมกันอาจเกิน 7 คน และเชื่อว่าหากไล่กันมากกว่านี้ อาจมีชื่อมากกว่าที่ปรากฏอยู่ในแผนผังของนายอัจฉริยะ ดังนั้นการที่รัฐบาลบอกว่ายังไม่เจอเป็นการรีบสรุปเกินไป การรีบสรุปแบบนี้แล้วออกมาพูดแบบนี้ต้องการอะไร
เมื่อถามว่ามองการจัดการเรื่องนี้ของรัฐบาลอย่างไรเมื่อเทียบกับสิงคโปร์ที่มีการแก้ไขกฎหมาย รังสิมันต์ กล่าวว่าประเทศไทยได้รับความเสียหายกับเรื่องนี้ค่อนข้างมาก ไม่ใช่แค่เรื่องเงินยังมีเรื่องค้ามนุษย์ตามมาด้วย ความเชื่อมั่นด้านการเงินกับประเทศต่าง ๆ ก็เสียหาย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมฝ่ายค้านและตนที่เป็นกรรมาธิการถึงได้เรียกร้องเรื่องนี้นี่คือวาระสำคัญ
จริง ๆ ก็มีสัญญาณบวกว่านายกก็ดูเหมือนมีท่าทีจะเอาจริงมากขึ้นอย่างน้อยทางการพูด แต่สิ่งที่เราต้องการเห็นคือรูปธรรม วันนี้รูปธรรมยังไม่มี แผนงานที่ชัดเจนยังไม่มีการสร้างความเชื่อมั่นยังไม่มี ประเด็นคือประเทศไทยเมื่อได้รับผลกระทบขณะนี้ใกล้กับแหล่งสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ ประเทศไทยต้องเป็นผู้นำและจะต้องเป็นคนที่สร้างรูปธรรมให้เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ยังไม่เกิด ในฐานะที่ติดตามเรื่องเหล่านี้รู้สึกผิดหวัง เพราะประเทศอื่นที่อยู่ไกลกว่าเรา ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์เกาหลีใต้หรือสหรัฐอเมริกา ทำไมมีความคืบหน้ามากกว่าผมยืนยันว่าในแง่ของข้อมูลเรามีไม่แพ้ชาติอื่น แต่ปัญหาที่ทำให้เราไม่มีความคืบหน้าในเรื่องนี้คือการเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่รัฐบกพร่องไป
— รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาเรื่องสแกมเมอร์ยาก ซึ่งเรื่องนี้ที่ยากเพราะติดอยู่กับปัญหาภายในประเทศและยากเมื่อมีการยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินต่าง ๆ ทำให้การยึดอายัดต่อไปในอนาคตยากลำบากมาก ดังนั้นการทำหน้าที่ของเราจะต้องนำไปสู่การสร้างแรงกระตุ้นเหมือนคนกำลังจะตายต้องมีไฟฟ้าช่วยกระตุ้น เพื่อให้หน่วยงานต่างๆ ปฏิบัติหน้าที่ การประชุมกรรมาธิการแต่ละครั้งก็เหมือนการหาข้อมูลเพิ่มเติม และยืนยันว่าหน่วยงานรัฐมีข้อมูลแต่ปัญหาคือมีข้อมูลแล้วจะดำเนินการอะไรหรือไม่ เท่าที่เห็นหน่วยงานที่เริ่มนับหนึ่งมีแค่ กลต. แต่หน่วยงานอื่นยังไม่เห็นความคืบหน้า
ขณะที่ อัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่มายื่นเป็นเรื่องของ ชนนพัฒฐ์ ซึ่งเกี่ยวข้องในส่วนของเส้นเงินยาเสพติดและการทำเว็บพนันออนไลน์ เป็นข้อมูลจริงที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ สิ่งที่เราทำในวันนี้อยากให้เป็นมาตรฐาน การนำเงินจากเว็บพนันก็ดี ยาเสพติดก็ดี จากเด็กเดินโพย แล้วมาลงสมัคร สส. จนได้เป็น สส. โดยใช้เงินพวกนี้มาทำการเลือกตั้งถือว่าเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้เห็น ว่าประเทศไทยอยู่ในยุค ที่ย้อนกลับในสมัย 2499 อันธพาลครองเมือง ที่นำเงินผิดกฎหมายมาใช้ในการเลือกตั้ง สร้างตัวตน ถ้าสภาอันทรงเกียรติจะมีสส.แบบนี้อีกจำนวนมาก ตนคิดว่าจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้
อัจฉริยะ กล่าวต่อว่า คนที่มีส่วนในการรับเงินพวกนี้ มีทั้งตำรวจ ข้าราชการและสส. ทั่วพื้นที่ประเทศไทย โดยกระจายผ่านบัญชีม้า ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนยังไม่เห็นภาพชัดเจน ตนได้เดินทางไปพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงนายกรัฐมนตรี แต่ก็ยังไม่เห็นถึงการเอาจริงเอาจัง อยากเห็นการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น วันนี้เราเห็นนายกรัฐมนตรีแถลงข่าวปราบสแกมเมอร์ แต่ตำรวจรอบกายท่าน บางคนไปรับเงินจากสแกมเมอร์ ธุรกิจสีเทามา เราสามารถชี้ได้เลยว่าคนไหน เกี่ยวข้องกับการรับเงินจากธุรกิจผิดกฎหมาย คอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ ถ้ายังมีคนเหล่านี้อยู่ จะปราบได้อย่างไร การแต่งตั้งก็เอาคนที่รับสินบน มีการล้มคดีเกิดขึ้น เวลาจะปล่อยอายัดบัญชี ก็ต้องมีเปอร์เซ็นต์ ให้คนในกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ สิ่งต่างๆเหล่านี้มันพัวพันไปถึงการ รับเงินเว็บพนัน แล้วมาลงถังกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ รวมถึงหน่วยงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกหลายหน่วยงาน
อัจฉริยะ ยังโชว์แผนผัง เส้นเงินบัญชีม้า พร้อมระบุว่าตำรวจแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย แค่นำข้อมูลข่าวสาร มาเปิดเผย วันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยตั้งเลขสืบสวนคดีของ ชนนพัฒฐ์ ให้มีการดำเนินการแล้ว ตนอยากเห็นมิติการตรวจสอบนี้ ไม่ใช่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาเหตุ นำตนไปดำเนินคดี ตนยังไม่เห็นความหวังที่นายกรัฐมนตรี จะทำความจริงให้ปรากฏ ท่านบอกว่ายึดทรัพย์ 35,000,000,000 มีข้อมูลหมด ไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อ แต่ตนคิดว่าโลกได้วิวัฒนาการไปแล้ว เราเปิดชื่อได้หมด
มันเป็นผู้กระทำความผิดทางกฎหมาย คดีหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา คุ้มครองมาตรา 329 ให้กับผู้บริสุทธิ์ ในการเปิดข้อมูลให้ประโยชน์ตกต่อสาธารณะ แต่หากจะฟ้องร้องผม ผมไม่ได้แคร์ ผมไม่ได้สนใจ เพราะเป็นคนกล้าท้าชน ต่อให้เป็นคุณธรรมนัส ฟ้องผม ผมก็พร้อม จะให้ไปพะเยาผมก็พร้อม
— อัจฉริยะ กล่าว




