ใกล้ถึงกำหนดชี้ชะตาเข้าไปทุกขณะสำหรับ ‘คดียุบพรรคก้าวไกล’ ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญยุติการไต่สวนและนัดลงมติพร้อมฟังคำวินิจฉัย ในวันที่ 7 ส.ค.นี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถาม รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถึงความกังวลในคดีนี้ เจ้าตัวก็ระบุว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกลมีจุดยืนมาโดยตลอด คือเราคิดว่าการเปิดไต่สวนจะนำข้อเท็จจริงต่าง ๆ ทั้งพยานหลักฐาน พยานบุคคล เข้าสู่การพิจารณาของศาล ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่การที่จะทำให้คดีนี้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด
วานนี้ (16 ก.ค.) ชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ก็ได้แถลงข่าวว่า มีความไม่ชอบมาพากลอย่างไรในเรื่องพยาน
และเรามีข้อโต้แย้งอย่างไรในปัญหาของพยานหลักฐานที่ได้ตรวจมา ซึ่งเราพบว่า มีกระบวนการในการเร่งรัด และมีความสุ่มเสี่ยงมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งการเร่งรัดนี้ ก็ทำให้พรรคก้าวไกลไม่มีสิทธิ์ในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
จากที่เห็นเอกสารข่าวในวันนี้ คงต้องบอกตรง ๆ ว่า การต่อสู้คดีของเราที่ต้องการจะนำพยานหลักฐานเข้าไปสู่กระบวนการการพิจารณาของศาล คงทำไม่ได้ ยอมรับว่า คงทำให้การต่อสู้คดีของเรายากขึ้น อย่างไรก็ตาม คงไม่สามารถบอกได้ว่าผลของคำวินิจฉัยของศาลในวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะเป็นอย่างไร แต่เราหวังว่า ผลตรงนี้จะสร้างความยุติธรรมให้กับพรรคก้าวไกลด้วยเช่นกัน
— รังสิมันต์ โรม
ส่วนการนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 7 ส.ค. คิดว่าเร็วเกินไปในการเตรียมการหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า คงไม่ได้ไปดูว่าฉุกละหุกหรือไม่ แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือเรื่องของกระบวนการมากกว่า เนื่องจากพยานปากสำคัญของเราอย่าง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมายมหาชน ที่เราต้องการให้ขึ้นเป็นพยานของพรรคก้าวไกล เป็นพยานปากสำคัญมาก เนื่องจากท่านเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)
ผมคิดว่าเนื้อหาสาระแบบนี้ กระบวนการแบบนี้ พยานปากสำคัญแบบนี้ เราไม่สามารถมองข้ามได้เลย เมื่อเป็นเช่นนี้ เราเองก็อยากให้กระบวนการดำเนินไปในลักษณะที่ฟังกันทุกฝ่าย และรับฟังโดยละเอียด แต่แน่นอนว่า เมื่อกระบวนการไม่เป็นไปอย่างที่เราหวัง ก็คงต้องกลับไปคุยกันในพรรค ผมเข้าใจว่าภายในพรรคเองยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ยืนยันว่า พรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นพรรคการเมืองที่ต้องการล้มล้างการปกครอง ไม่ใช่พรรคการเมืองที่ต้องการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย อย่างที่มีการกล่าวหา เราเป็นพรรคการเมืองที่เคารพในระบอบประชาธิปไตย ต้องการเห็นประเทศของเราเป็นประชาธิปไตย ด้วยจุดมุ่งหมายเหล่านี้ เรายืนยันว่า เราไม่ได้ต้องการทำลายการปกครองแน่นอน
— รังสิมันต์ โรม
เมื่อถามถึงนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของพรรคก้าวไกล รังสิมันต์ ยืนยันว่า คำวินิจฉัยของศาลที่ออกมาก่อนหน้านี้ ไม่ได้หมายความว่าจะแก้ไขมาตรา 112 ไม่ได้เลย แต่จะต้องเป็นการแก้ไขที่ถูก ต้องซึ่งก็มีกระบวนการและขั้นตอนของมันอยู่ และคำวินิจฉัยของศาลในรอบที่แล้ว ก็คือสั่งให้ยุติการกระทำ ซึ่งจนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีการกระทำอะไรเพิ่มเติม
เชื่อว่าคำวินิจฉัยในวันที่ 7 ส.ค.นี้ ประชาชนทุกคนคงเฝ้ารอ และต้องดูว่าสุดท้าย จะสอดรับกับเหตุผลที่ยอมรับกันได้มากแค่ไหน
— รังสิมันต์ โรม
ทั้งนี้ กระบวนการของพรรคภายหลังวันที่ 7 ส.ค. ยังไม่มีความชัดเจนอะไร แต่คิดว่าคงจะต้องมีการคุยกัน เชื่อว่าจะมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง




