'รังสิมันต์ โรม' สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศแถลงผลการประชุมกมธ.ฯว่า กรณีความเชื่อมโยง BIC กรุ๊ป BIC แบงก์ และ 'ยิม เลียก' โดยภาพรวมเราเริ่มเห็นความคืบหน้า จากการที่เราใช้เวลาประชุมมาหลายครั้ง
สำหรับกรณีของ 'เบน สมิธ' ในเรื่องขอการขอสัญชาติ เราได้ข้อมูลมาว่ามีหลายสัญชาติ และขั้นตอนของการขอสัญชาติได้สิ้นสุดลงแล้ว ได้มีการส่งคำร้องกลับไปยังผู้ขอเนื่องจากมีความพยายามตกแต่งบัญชีการยื่นภาษีทำให้ไม่สามารถขอสัญชาติได้ ซึ่งเราไม่ทราบว่าจะมีการดำเนินการต่อไปหรือไม่ เราพบหลักฐานบางประการที่สามารถดำเนินคดีเพิ่มเติมได้อีก
ส่วนกรณี 'ก๊ก อาน' ซึ่งจริงๆ ไม่ได้เป็นคนที่มีสัญชาติไทย แต่มีที่อยู่ถาวรคือประเทศไทยโดยใน กมธ.มีการพูดคุยกันว่าหลังจากนี้จะมีการถอนถิ่นที่อยู่ถาวร รวมถึงนายก๊กอานก็ถูกออกหมายแดงในอินเตอร์โพลถึง 3 หมาย สิ่งที่เราต้องมีการพูดคุยต่อจากนี้คือนายกรัฐมนตรีจะมีการประสานกับกัมพูชาเพื่อให้ส่งตัวก๊กอาน มาดำเนินคดีที่ประเทศไทยอย่างไรต่อไป
ขณะที่ 'ลี ยงพัด' ที่ปัจจุบันได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่ามีการถอนสัญชาติ แต่อยู่ในระหว่างการยึดทรัพย์สินต่อไป ด้าน 'ยิม เลียก' ทาง ปปง. มีแค่ข้อมูลเก่าว่ามีการยึดอายัดทรัพย์ไปแล้ว แต่เบื้องต้นจะมีการดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ เท่าที่ตนฟังทั้งหมด ปปง. พูดมาว่าไม่สามารถริเริ่มดำเนินการอะไรได้ด้วยตนเอง ต้องมีการดำเนินการให้มีคดีมูลฐานก่อน วันนี้ชัดเจนแล้วว่า ปปง.เริ่มนับหนึ่งและอยู่ในขั้นตอนการประสานงาน
รังสิมันต์ กล่าวว่า หลังจากนี้ กมธ.จะมีการทำหนังสือรายชื่อบุคคลต่างๆ รวมกัน 43 คน ที่เราแบ่งเป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งเรามีข้อมูลและจะส่งไปให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจสอบและจัดทำเป็นแบล็กลิสต์ว่าเป็นบุคคลที่อาจไม่สามารถเข้าประเทศไทยได้ รวมถึงอาจต้องมีการตรวจสอบความเกี่ยวพันกับแก๊งสแกมเมอร์มากน้อยแค่ไหน ในส่วนของปริ๊นซ์ กรุ๊ป ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการตรวจสอบไม่มีความคืบหน้าอะไร นอกจากนี้ผู้ต้องสงสัยเป็นชาวไต้หวัน แต่ความคืบหน้าในเชิงรายละเอียดยังไม่มี และต้องยอมรับว่าหน่วยงานต่างๆ ยังไม่ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เท่าที่ควรจะเป็น แต่เราคาดหวังว่าเราควรที่จะเห็นความก้าวหน้ากว่านี้เพราะปัญหาต่างๆ มีความร้ายแรง
อย่างไรก็ตามในส่วนของ BIC กรุ๊ป และ BIC แบงก์ ที่เราได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ข้อมูล เช่น 'สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์' อดีต สว.และ 'วรภัค ธันยาวงษ์' อดีต รมช.คลังเข้าให้ข้อมูลนั้น เบื้องต้นเราได้รับความร่วมมือที่ดีเพียงคนเดียวคือนายสถิต ที่เข้าให้ข้อมูล ส่วนที่วรภัค ไม่ได้เข้าชี้แจง แต่ได้ทำหนังสือแจ้งมาว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับทาง BIC เช่นเดียวกับ 'อารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม' ที่ทำหนังสือชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกันและข้อมูลที่เราได้มานั้นจริงๆ เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์แต่ไม่สามารถเปิดเผยตรงนี้ได้ เพราะยังต้องนำไปใช้ในการตรวจสอบหลังจากนี้ต่อไป แต่เบื้องต้นสถิตได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาเป็นจำนวนมาก
เมื่อถามว่าสัปดาห์หน้าจะมีการเชิญใครเข้ามาชี้แจงบ้าง รังสิมันต์ กล่าวว่า จะมีการสรุปและทำหนังสือแจ้งไปอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น 'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี และ 'ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า' รองนายกฯ และรมว.เกษตรฯ ที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ส่วนในอนาคตจะมีการเรียก 'ยิม เลียก' และ 'แคทลียา บีเวอร์' ภรรยาของ 'เบน สมิธ' (ภรรยาของนายยิม เลียก) มาชี้แจงหรือไม่นั้น เราก็ไม่ได้มีการปิดกั้น




