ผู้สื่อข่าวรายงานวันที่ 30 กรกฎาคม 2566 รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองทีมีการกดดันเรื่องโหวตนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ไม่เอาพรรค ก.ก. ท้ายที่สุดสูตรการเมืองของพรรครัฐบาลที่ไม่มีพรรค ก.ก. มีความเป็นไปได้หรือไม่
รังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าสูตรนี้ไม่ได้อยู่ที่ สว. ไม่ได้อยู่ที่พรรคขั้วรัฐบาลเดิม แต่อยู่ที่ 8 พรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือด้วยกัน 312 เสียง ซึ่งตัวแปรสำคัญจะอยู่ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ด้วย เพราะพรรค พท. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในตอนนี้ ซึ่งหากเราทั้ง 8 พรรคร่วม จับมือกันแน่น ตัวแปรไม่ได้อยู่ที่คนอื่น แต่อยู่ที่เราที่จะสามารถกำหนดเอง
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากทั้ง 8 พรรคร่วม จับมือกันแน่น การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะจะถูกสอยโดยกลไกสภาแน่นอน ซึ่งดำเนินต่อไม่ได้เพราะขัดต่อเจตจำนงของประชาชน ดังนั้นเหตุการณ์ในวันนี้จะไม่ยากถ้าหาก 8 พรรคร่วมมือกันอย่างหนักแน่น สิ่งที่เราต้องประกาศให้ชัด คือเราต้องไม่ให้ความหวังกับพรรคการเมืองอื่นที่อยู่นอกเหนือ 8 พรรค รวมถึง สว. ถ้าฝ่ายตรงข้ามยังมีความหวังว่าสามารถทำให้ 8 พรรคร่วมแตกคอกันได้ เราก็จะไม่สามารถตั้งรัฐบาลที่เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนได้ง่าย
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับกระแสข่าวลือว่าจะให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วพรรค พท.รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะไปร่วมรัฐบาล โดยไม่มีพรรค ก.ก. รังสิมันต์ กล่าวว่า ภท. ไม่ได้อยู่ในกลุ่มพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ ในแง่ความชอบธรรม การที่ ภท. จะเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะต้องเป็นภาคพิสดารจริงๆ ที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นได้ ซึ่งในระบบปกติ ภท. ไม่สามารถเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ รวมถึงการเข้ามาเป็น 1 ในพรรคร่วมยังยาก
“อยู่ที่ว่า เราจะคุยการเมืองแบบปกติหรือไม่ ถ้าเราคุยการเมืองอย่างที่ควรจะเป็น ตั้งอยู่บนพื้นฐานความต้องการของประชาชน ภท. จะเข้ามาไม่ได้เลย แต่ถ้าเราคุยกันในแง่ความเชื่อว่ามี กระบวนการบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่อยู่เหนือสิ่งที่ผมจะคาดคะเนได้ เพราะไม่ได้เล่นไปตามกลไกปกติ” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคิดว่าสูตรนี้ไม่ได้อยู่ที่ สว. ไม่ได้อยู่ที่พรรคขั้วรัฐบาลเดิม แต่อยู่ที่ 8 พรรคร่วมรัฐบาลที่จับมือด้วยกัน 312 เสียง ซึ่งตัวแปรสำคัญจะอยู่ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) ด้วย เพราะพรรค พท. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในตอนนี้ ซึ่งหากเราทั้ง 8 พรรคร่วม จับมือกันแน่น ตัวแปรไม่ได้อยู่ที่คนอื่น แต่อยู่ที่เราที่จะสามารถกำหนดเอง
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากทั้ง 8 พรรคร่วม จับมือกันแน่น การจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะจะถูกสอยโดยกลไกสภาแน่นอน ซึ่งดำเนินต่อไม่ได้เพราะขัดต่อเจตจำนงของประชาชน ดังนั้นเหตุการณ์ในวันนี้จะไม่ยากถ้าหาก 8 พรรคร่วมมือกันอย่างหนักแน่น สิ่งที่เราต้องประกาศให้ชัด คือเราต้องไม่ให้ความหวังกับพรรคการเมืองอื่นที่อยู่นอกเหนือ 8 พรรค รวมถึง สว. ถ้าฝ่ายตรงข้ามยังมีความหวังว่าสามารถทำให้ 8 พรรคร่วมแตกคอกันได้ เราก็จะไม่สามารถตั้งรัฐบาลที่เป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนได้ง่าย
เมื่อถามว่า มองอย่างไรกับกระแสข่าวลือว่าจะให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วพรรค พท.รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะไปร่วมรัฐบาล โดยไม่มีพรรค ก.ก. รังสิมันต์ กล่าวว่า ภท. ไม่ได้อยู่ในกลุ่มพรรคการเมืองที่ได้รับเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ ในแง่ความชอบธรรม การที่ ภท. จะเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะต้องเป็นภาคพิสดารจริงๆ ที่จะทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นได้ ซึ่งในระบบปกติ ภท. ไม่สามารถเข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ รวมถึงการเข้ามาเป็น 1 ในพรรคร่วมยังยาก
“อยู่ที่ว่า เราจะคุยการเมืองแบบปกติหรือไม่ ถ้าเราคุยการเมืองอย่างที่ควรจะเป็น ตั้งอยู่บนพื้นฐานความต้องการของประชาชน ภท. จะเข้ามาไม่ได้เลย แต่ถ้าเราคุยกันในแง่ความเชื่อว่ามี กระบวนการบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกิดขึ้น นั่นเป็นสิ่งที่อยู่เหนือสิ่งที่ผมจะคาดคะเนได้ เพราะไม่ได้เล่นไปตามกลไกปกติ” รังสิมันต์ กล่าว



