รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกระแสข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจรีดไถนักท่องเที่ยวชาวไต้หวัน โดยชี้ให้เห็นว่า ในวงการตำรวจส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาการรีดไถ การทุจริต ทำให้เกิดความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในวงการตำรวจไม่ใช่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนเดียว แต่ยังรวมไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
“คำถามคือ วันนี้รัฐบาลทำอะไร ทำไมถึงปล่อยให้มันเกิดปัญหาการทุจริตรายวัน การรีดไถรายวัน ในวงการตำรวจ และเมื่อเกิดกรณีการรีดไถดาราสาวชาวไต้หวันเรื่องนี้ยิ่งเรื่องใหญ่ มันไม่ใช่แค่การทุจริตธรรมดา แต่มันคือการทำลายการท่องเที่ยวของประเทศเรา” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ยังชี้ให้เห็นถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหลายเรื่อง แต่กลับไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจาก ผบ.ตร. และรัฐบาล ในการแก้ปัญหาทุจริต รีดไถ หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“ส่วนตัวอยากจะขอแสดงความเสียใจ ขอโทษแทนพี่น้องประชาชนชาวไทย ที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับดาราสาวชาวไต้หวัน ที่มีการถูกรีดไถ และอาจจะรวมไปถึงนักท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้มีโอกาสพูด หรือไม่มีโอกาสโพสต์ในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือโพสต์ไปแล้วอาจจะไม่ได้รับความสนใจ เราในฐานะที่เป็นเหมือนกับคนที่เป็นเจ้าของบ้าน เมื่อมีแขกมาเที่ยวประเทศ เราไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ผมยังเชื่อว่าพี่น้องคนไทยเป็นคนที่ตั้งใจทำงานอย่างสุจริต ยังมีอีกเยอะ ยังมีคนที่อยู่ในวงการการท่องเที่ยวให้การท่องเที่ยวในไทยเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ บอกด้วยว่า พรรคก้าวไกลกำลังเก็บข้อมูลและตรวจสอบกรณีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกลุ่มทุนจีน ที่อยู่แถวห้วยขวาง ซึ่งอาจเรียกว่า ‘จีนเทา ไทยเทา’ พร้อมย้ำ หากอยากให้บ้านของเราสะอาด เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ปกปิดกันเอาไว้ นอกจากนี้ ได้ตั้งกระทู้ถามสดไปถึงนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เรื่องความเชื่อมโยงในเรื่องของการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ ‘ตู้ห่าว’ และหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงกรณีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่สุดท้ายถูกย้าย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้มาตอบคำถาม
“เราในฐานะประชาชน ในฐานะผู้แทนของประชาชน เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าท่านกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ อย่างที่ตนเรียนให้ทราบว่า วันนี้เราอยู่ในสภาพที่รู้ดีว่าสภาผู้แทนราษฏรล่มบ่อย เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และสิ่งที่เกิดขึ้นร้ายแรงไม่ต่างกัน คือเรามีคณะรัฐมนตรีที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า มีหลักฐานที่จะสามารถดำเนินการเอาผิดกับหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เมื่อถามว่า เป็นข้อมูลที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มอบให้ใช่หรือไม่ รังสิมันต์ ตอบว่า “เดี๋ยวได้เห็นกัน ขอตอบด้วยรอยยิ้มก่อน”
“คำถามคือ วันนี้รัฐบาลทำอะไร ทำไมถึงปล่อยให้มันเกิดปัญหาการทุจริตรายวัน การรีดไถรายวัน ในวงการตำรวจ และเมื่อเกิดกรณีการรีดไถดาราสาวชาวไต้หวันเรื่องนี้ยิ่งเรื่องใหญ่ มันไม่ใช่แค่การทุจริตธรรมดา แต่มันคือการทำลายการท่องเที่ยวของประเทศเรา” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ยังชี้ให้เห็นถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหลายเรื่อง แต่กลับไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมชัดเจนจาก ผบ.ตร. และรัฐบาล ในการแก้ปัญหาทุจริต รีดไถ หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
“ส่วนตัวอยากจะขอแสดงความเสียใจ ขอโทษแทนพี่น้องประชาชนชาวไทย ที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับดาราสาวชาวไต้หวัน ที่มีการถูกรีดไถ และอาจจะรวมไปถึงนักท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อาจจะไม่ได้มีโอกาสพูด หรือไม่มีโอกาสโพสต์ในสื่อโซเชียลมีเดีย หรือโพสต์ไปแล้วอาจจะไม่ได้รับความสนใจ เราในฐานะที่เป็นเหมือนกับคนที่เป็นเจ้าของบ้าน เมื่อมีแขกมาเที่ยวประเทศ เราไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น ผมยังเชื่อว่าพี่น้องคนไทยเป็นคนที่ตั้งใจทำงานอย่างสุจริต ยังมีอีกเยอะ ยังมีคนที่อยู่ในวงการการท่องเที่ยวให้การท่องเที่ยวในไทยเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ บอกด้วยว่า พรรคก้าวไกลกำลังเก็บข้อมูลและตรวจสอบกรณีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของพรรคก้าวไกล เปิดเผยถึงกลุ่มทุนจีน ที่อยู่แถวห้วยขวาง ซึ่งอาจเรียกว่า ‘จีนเทา ไทยเทา’ พร้อมย้ำ หากอยากให้บ้านของเราสะอาด เราต้องเอาความจริงมาพูดกัน ไม่ใช่ปกปิดกันเอาไว้ นอกจากนี้ ได้ตั้งกระทู้ถามสดไปถึงนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่เรื่องความเชื่อมโยงในเรื่องของการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับ ‘ตู้ห่าว’ และหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ รวมถึงกรณีตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม แต่สุดท้ายถูกย้าย ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่ได้มาตอบคำถาม
“เราในฐานะประชาชน ในฐานะผู้แทนของประชาชน เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าท่านกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ อย่างที่ตนเรียนให้ทราบว่า วันนี้เราอยู่ในสภาพที่รู้ดีว่าสภาผู้แทนราษฏรล่มบ่อย เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และสิ่งที่เกิดขึ้นร้ายแรงไม่ต่างกัน คือเรามีคณะรัฐมนตรีที่ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ ยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า มีหลักฐานที่จะสามารถดำเนินการเอาผิดกับหลานของ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เมื่อถามว่า เป็นข้อมูลที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มอบให้ใช่หรือไม่ รังสิมันต์ ตอบว่า “เดี๋ยวได้เห็นกัน ขอตอบด้วยรอยยิ้มก่อน”



