รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคก้าวไกล ระบุว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่ คริส โปตระนันท์ อดีตว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. และผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่และมูลนิธิเส้นด้าย ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล ซึ่งส่งผลให้ในพื้นที่สนาม กทม. เขตพญาไท จตุจักร ราชเทวี ที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของพรรคก้าวไกล เว้นว่างไป อย่างไรก็ตาม ต้องเดินหน้าต่อ โดยหาคนมาแทน และตั้งใจจะเอาชนะในพื้นที่ดังกล่าวให้ได้
“การที่มีคนลาออก อยากให้มองว่าเป็นเรื่องปกติ ที่อาจมีคนไม่พอใจอะไรหลายอย่าง ซึ่งนายคริส ก็ได้ระบุถึงความไม่พอใจหลายเรื่อง บางเรื่องเราก็ต้องน้อมรับเพื่อไปปรับปรุงให้ดีขึ้น ถือเป็นเสียงสะท้อนต่อพรรคก้าวไกล แต่บางเรื่อง เช่น การขอมาเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เราต้องพิจารณาคำนึงถึงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของสังคม เช่น กลุ่ม LGBTQ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น ดังนั้น เรื่องนี้อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นายคริส เลือกเดินเส้นทางการเมืองของตัวเอง ความพยายามของเรา อาจถูกใจคนบางกลุ่มบ้าง ไม่ถูกใจคนบ้างกลุ่มบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกัน” รังสิมันต์ ระบุ
ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงพรรคก้าวไกล เป็นพรรคในลักษณะ ‘โปลิตบูโร’ (Politburo: คณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมือง หรือคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง) รังสิมันต์ อ้างว่า คนที่เห็นไม่ตรงกัน อาจมีมุมมองส่วนตัว แต่สิ่งที่เราทำได้คือทำทุกอย่างบนพื้นฐานกติกา
“แน่นอนว่าในการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในขั้นตอนสุดท้ายคณะกรรมการบริหารพรรคต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญ การจะไปบอกว่ามันมีคนนอก ไม่น่าเป็นไปได้ สุดท้ายอาจเป็นเรื่องที่มีความเห็นไม่ตรงกัน” รังสิมันต์ ระบุ
ส่วนที่อีกฝ่ายลาออกพร้อมนำทีม ส.ก. จะกระทบฐานเสียงของพรรคก้าวไกล หรือไม่นั้น รังสิมันต์ อ้างไม่แน่ใจว่ามี ส.ก.ที่จะลาออกไปพร้อมอีกฝ่ายกี่ราย แต่ยืนยันว่าประชาชนให้ความสำคัญกับพรรคมากกว่าตัวบุคคล ทั้งนี้ มั่นใจกระแสความนิยมของพรรคก้าวไกล ในพื้นที่ กทม. ไม่เป็นรองใคร และเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญที่พยายามชนะเลือกตั้งให้มากที่สุด โดยนโยบายต่างๆ จะโดนใจประชาชน
ก่อนหน้านี้ คริส โปตระนันท์ ได้โพสต์ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล เพื่อไปก่อตั้งพรรคใหม่ โดยให้เหตุผลสำคัญถึงการลาออกไว้ในทำนองว่า ความเป็นประชาธิปไตยของพรรคยังห่างจากที่โฆษณาไว้มาก อีกทั้งการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ก็มาจากตัดสินใจของคนกลุ่มเล็กๆ หรือ ‘โปลิตบูโร’ แถมเปรียบเปรยด้วยว่า นโยบายยังหล่นมาจากห้องแอร์
“การที่มีคนลาออก อยากให้มองว่าเป็นเรื่องปกติ ที่อาจมีคนไม่พอใจอะไรหลายอย่าง ซึ่งนายคริส ก็ได้ระบุถึงความไม่พอใจหลายเรื่อง บางเรื่องเราก็ต้องน้อมรับเพื่อไปปรับปรุงให้ดีขึ้น ถือเป็นเสียงสะท้อนต่อพรรคก้าวไกล แต่บางเรื่อง เช่น การขอมาเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เราต้องพิจารณาคำนึงถึงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของสังคม เช่น กลุ่ม LGBTQ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ เป็นต้น ดังนั้น เรื่องนี้อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นายคริส เลือกเดินเส้นทางการเมืองของตัวเอง ความพยายามของเรา อาจถูกใจคนบางกลุ่มบ้าง ไม่ถูกใจคนบ้างกลุ่มบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา ที่อาจมีความเห็นไม่ตรงกัน” รังสิมันต์ ระบุ
ส่วนกรณีที่มีการพาดพิงพรรคก้าวไกล เป็นพรรคในลักษณะ ‘โปลิตบูโร’ (Politburo: คณะกรรมการถาวรประจำกรมการเมือง หรือคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง) รังสิมันต์ อ้างว่า คนที่เห็นไม่ตรงกัน อาจมีมุมมองส่วนตัว แต่สิ่งที่เราทำได้คือทำทุกอย่างบนพื้นฐานกติกา
“แน่นอนว่าในการคัดเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ในขั้นตอนสุดท้ายคณะกรรมการบริหารพรรคต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญ การจะไปบอกว่ามันมีคนนอก ไม่น่าเป็นไปได้ สุดท้ายอาจเป็นเรื่องที่มีความเห็นไม่ตรงกัน” รังสิมันต์ ระบุ
ส่วนที่อีกฝ่ายลาออกพร้อมนำทีม ส.ก. จะกระทบฐานเสียงของพรรคก้าวไกล หรือไม่นั้น รังสิมันต์ อ้างไม่แน่ใจว่ามี ส.ก.ที่จะลาออกไปพร้อมอีกฝ่ายกี่ราย แต่ยืนยันว่าประชาชนให้ความสำคัญกับพรรคมากกว่าตัวบุคคล ทั้งนี้ มั่นใจกระแสความนิยมของพรรคก้าวไกล ในพื้นที่ กทม. ไม่เป็นรองใคร และเป็นพื้นที่เป้าหมายสำคัญที่พยายามชนะเลือกตั้งให้มากที่สุด โดยนโยบายต่างๆ จะโดนใจประชาชน
ก่อนหน้านี้ คริส โปตระนันท์ ได้โพสต์ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล เพื่อไปก่อตั้งพรรคใหม่ โดยให้เหตุผลสำคัญถึงการลาออกไว้ในทำนองว่า ความเป็นประชาธิปไตยของพรรคยังห่างจากที่โฆษณาไว้มาก อีกทั้งการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ก็มาจากตัดสินใจของคนกลุ่มเล็กๆ หรือ ‘โปลิตบูโร’ แถมเปรียบเปรยด้วยว่า นโยบายยังหล่นมาจากห้องแอร์





