‘รังสิมันต์’ ยกเคส ‘เกาหลีใต้’ ลั่นประเทศที่เจริญแล้ว ‘กองทัพ’ ต้องอยู่ใต้ ‘พลเรือน’

4 ธ.ค. 2567 - 14:58

  • ‘รังสิมันต์’ มองเคส ‘เกาหลีใต้’ ประกาศกฎอัยการศึก

  • แนะใช้ทบทวนกลไกภายในของไทย-ปรับปรุงกฎหมายโบราณ

  • ลั่นประเทศที่เจริญแล้ว ‘กองทัพ’ ต้องอยู่ใต้ ‘พลเรือน’

Rangsiman_gave_opinion_on_South_Korea_declaration_of_martial_law_SPACEBAR_Hero_d82bb24395.jpg

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ในเกาหลีใต้ ที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ว่า คงไม่ลงรายละเอียดสถานการณ์ทั้งหมด ต้องรอให้ข้อมูลสะเด็ดน้ำกว่านี้ แต่ในขณะที่มีการประกาศกฎอัยการศึก เชื่อว่าทุกคนแปลกใจ ว่าสถานการณ์ร้ายแรงถึงขนาดที่ต้องประกาศกฎอัยการศึกหรือไม่

แต่เราก็รับรู้ภายหลังว่า สถานการณ์การเมืองเกาหลีใต้ อาจมีความขัดแย้งกันพอสมควร และมีความเป็นไปได้ว่า การใช้อำนาจนี้อาจเป็นที่ถกเถียงกันว่า อาจจะชอบหรือไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้ ซึ่งก็เป็นเรื่องภายในของเขา

แต่ในความกังวลของคนภายนอกแบบพวกเรา รวมไปถึงนักสังเกตการณ์ต่างๆ ทุกคนกังวลไปในทิศทางเดียวกันว่า สุดท้ายเราจะเห็นการรัฐประหาร ยึดอำนาจตัวเอง ของเกาหลีใต้หรือไม่ ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะทันทีที่เกิดขึ้น หากมีการรัฐประหารหรืออะไรตามที่ทุกฝ่ายกังวล ก็อาจทำให้เกาหลีใต้ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ อาจจะทำให้สถานการณ์ของโลกเลวร้ายลงไปอีก

รังสิมันต์ โรม

ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นนักการเมืองอยู่ในระบบของสภาประเทศไทย ก็มีเจตจำนงในการสนับสนุนประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็แล้ว ซึ่งกรณีนี้ของเกาหลีใต้ ตนก็สนับสนุนอยากให้มีประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง เพื่อจะได้เป็นหลักเป็นฐานให้กับประเทศอื่นต่อไป

พร้อมย้ำว่า การพูดเรื่องนี้ไม่ใช่การแทรกแซงกิจการภายในของประเทศใด แต่เชื่อว่าหากกระบวนการประชาธิปไตยมีความเข้มแข็ง จะส่งผลต่อประเทศอื่นๆที่ต้องการสร้างประชาธิปไตยให้มีความเข้มแข็งเช่นเดียวกัน

เมื่อสภาเกาหลีใต้ มีการโหวตคว่ำกฎอัยการศึก ของการใช้อำนาจของประธานาธิบดี สุดท้ายประธานาธิบดีต้องประกาศยุติการใช้กฎอัยการศึก ก็เป็นทิศทางที่ดี ในขณะเดียวกันก็มาย้อนมองตัวเรา ว่าอยากเห็นบรรยากาศแบบนี้

ถ้ายังจำกันได้ตอนที่มีการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2557 ก็เริ่มต้นจากการใช้กฎอัยการศึก ดังนั้น ก็หวังว่าประเทศไทยจะมีการจัดการ และดำเนินการในการสร้างความเข้มแข็งทางประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการแก้รัฐธรรมนูญที่ทำให้รัฐธรรมนูญมีความเข้มแข็ง และสะท้อนถึงเจตจำนงของประชาชน รวมถึงมีวิธีตอบโต้เมื่อมีความพยายามในการใช้อำนาจบางอย่างที่จะนำไปสู่การรัฐประหาร รวมถึงการปรับปรุงกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก ที่เป็นกฎหมายโบราณ ให้อำนาจฝ่ายทหารระดับสูง ซึ่งจำเป็นต้องมีการทบทวน ปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ รวมไปถึง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีการใช้มาตั้งแต่ปี 2548 ก็ต้องยอมรับว่าการใช้อำนาจพิเศษแบบนี้ไม่ต้องผ่านสภาฯ

รังสิมันต์ โรม

รังสิมันต์ ระบุว่า ได้มีการยื่นร่าง พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ค้างอยู่ในสภาฯ ซึ่งตอนนี้ลำดับอยู่ต้นๆแล้ว โดยร่างกฎหมายนี้เราพยายามทำให้สภาฯ มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เมื่อสถานการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น จะมีขั้นตอนต่างๆ มากมาย ดังนั้น เราจึงให้อำนาจฝ่ายบริหาร ในการประกาศได้ 7 วัน แต่ถ้าจะมากกว่า 7 วัน ก็ต้องขอสภาฯ พร้อมบอกแผน-วิธีการต่อสภาฯ

ซึ่งวิธีการแบบนี้ ประเทศที่เป็นประชาธิปไตยใช้กัน โดยสภาฯ ต้องมีอำนาจในการพิจารณา ถ้าสภาฯ ไม่อนุมัติก็ตกไป ซึ่งกระบวนการแบบนี้ เป็นกระบวนการปกติที่เราจะเห็นได้ว่า อำนาจพิเศษไม่ได้อยู่กับฝ่ายบริหารโดยแท้ 100% แต่ต้องมีขั้นตอนทางกฎหมายที่ต้องขอความยินยอม หรือทำให้สภาฯ สามารถตรวจสอบ หรือดำเนินการบางอย่างได้

เกาหลีใต้ ได้ทำให้ทั่วโลกเห็นแล้วว่า สภาฯ สามารถที่จะยุติการใช้อำนาจของประธานาธิบดีได้ แต่อาจจะไม่ทั้งหมด เพราะสุดท้ายเมื่อสภาฯ คว่ำ ประธานาธิบดีก็ต้องรับลูกและประกาศต่อไป เราก็จะเห็นบทบาทของสภาฯ มีความเข้มแข็งอย่างมาก เรื่องนี้เป็นโอกาสดีที่จะเอามาทบทวนกลไกภายในของไทย และต้องยอมรับว่า ไทยมีการรัฐประหารบ่อยครั้ง ก็ไม่รู้ว่าครั้งต่อไปจะมีหรือไม่ ซึ่งผมก็หวังว่าจะไม่มี ดังนั้น ก็ควรใช้โอกาสนี้ทบทวนตัวเอง

รังสิมันต์ โรม

ส่วนกรณีที่มีนักวิเคราะห์หยิบยกสถานการณ์ของเกาหลีใต้ มาเทียบกับประเทศไทย บริบทต่างกันหรือไม่นั้น รังสิมันต์ บอกว่า ไม่อยากไปเทียบตรงๆ เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องของเกาหลีใต้ แต่มีความหวั่นใจว่า การใช้กฎอัยการศึกของเกาหลีใต้ที่เกิดขึ้น ก็ดูคลับคล้ายกับประเทศไทยที่เกิดขึ้นเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ที่มีการประกาศกฎอัยการศึกก่อน

แต่จะเห็นความแตกต่าง ซึ่งมีข้อมูลแต่ไม่ทราบว่าจริงเท็จแค่ไหน แต่ดูเหมือนทางทหารของเกาหลีใต้ มีความยั้งๆ อยู่ แล้วจะเห็นว่าภาคประชาชนของเกาหลีใต้ ก็มีความกระตือรือร้นในการออกมาปกป้องประชาธิปไตยในระดับที่สูงมาก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ มีความสำคัญที่จะทำให้ประชาธิปไตยในเกาหลีใต้เดินหน้า

รังสิมันต์ โรม

แต่ต้องยอมรับว่าการรัฐประหารปี 2557 ของไทย ความเข้มแข็งของฝ่ายการเมือง การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่รัฐ ดูเหมือนจะพร้อมใจปฏิบัติและเชื่อฟังในสิ่งที่คณะรัฐประหารกำหนด ถ้าเป็นแบบนี้ โอกาสที่เราจะเห็นรัฐประหารครั้งสุดท้าย คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นคงเป็นบทเรียนสำคัญที่เราเรียนจากเพื่อนบ้าน และเรียนจากตัวเราเองเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557

เรารู้แล้ว การรัฐประหารไม่ใช่สิ่งที่ควรจะยอมรับ และก่อวิกฤติปัญหาจำนวนมาก ซึ่งเราจะเห็นว่าสภาต้องเสนอร่างกฎหมายในการยกเลิกคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ใช้เวลาและงบประมาณเยอะมาก เพราะฉะนั้น ต้องระลึกได้แล้วว่าปัญหาการรัฐประหารแบบนี้ การที่ฝ่ายกองทัพจะมาอยู่เหนืออำนาจประชาชนควรจะพอได้แล้ว และหลักการสำคัญของทั่วโลก ถ้าไปประเทศที่เจริญแล้ว คือกองทัพต้องอยู่ใต้พลเรือน ซึ่งก็หวังว่าเราจะใช้โอกาสนี้ทำให้ประเทศไทยมีระบบกฎหมายที่เข้มแข็ง และทำให้กองทัพอยู่ใต้พลเรือนอย่างแท้จริง

รังสิมันต์ โรม

โวยถูก ‘รอง ปธ.สภาฯ คนที่ 2’ แทรกคิวแถลงข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตามกำหนดการที่ รังสิมันต์ จะรับหนังสือต่อประชาชนชาวประมง จ.พังงา ในเรื่องความเดือดร้อนที่เรือประมงของประเทศไทย ถูกเรือรบของประเทศเมียนมา ยิงนั้น เมื่อ รังสิมันต์ มาตามเวลานัดปรากฏว่า ภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภา คนที่ 2 กำลังแถลงอยู่ สร้างความไม่พอใจให้กับ รังสิมันต์ และทันทีที่ ภราดรแถลงเสร็จ รังสิมันต์จึงได้เดินไปสอบถาม

รังสิมันต์ เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีคิวแถลงข่าว ผมก็มีเช่นกัน แต่ก็ต้องเลื่อนออกไป ซึ่งเข้าใจได้ว่าคิวเต็ม ไม่ควรแซง แต่วันนี้กลับมีการแทรกคิวของผม จึงเกิดเป็นคำถามในใจ ไม่ว่าจะเป็นประธานสภาฯ รองประธานสภาฯ ในพื้นฐานเราเท่ากัน เป็นสมาชิกเหมือนกัน แทรกคิวได้หรือไม่ ตอนแรกผมนัดแถลง 13.30 น. แต่คิวชนกัน จึงเลื่อนเวลามาเป็นเวลา 11.30 น. ซึ่งทุกคนที่เกี่ยวข้องก็ต้องตื่นเช้าขึ้น เกือบมาไม่ทันเพื่อมาแถลงข่าว

แบบนี้ไม่ได้ คนที่มีตำแหน่งเกือบสูงสุด ควรมีพฤติกรรมที่น่าเคารพ หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก เจ้าหน้าที่ควรแจ้งว่า จะโดนสมาชิกท่านอื่นตำหนิ ผมคนหนึ่งที่ไม่ยอม

รังสิมันต์ โรม

ทั้งนี้ คิดว่า ภราดรทราบอยู่แล้วว่าผมจะมาแถลง จะบอกว่าไม่ทราบเรื่องไม่ได้ เพราะสุดท้าย ภราดรก็เป็นผู้แถลงจะต้องรับผิดรับชอบ หากยังทำแบบนี้อีกจะมีใครเคารพ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์