‘โรม’ มอง กกต. ลุยสอบ ‘พิธา’ ม.151 เตะตัดขาตั้ง รบ.!

10 มิ.ย. 2566 - 17:38

  • ‘รังสิมันต์ โรม’ มอง กกต. ลุยสอบ ‘พิธา’ ม.151

  • เป็นการเตะตัดขาตั้งรัฐบาล

  • ยัน ‘ก้าวไกล’ พร้อมสู้ตามกระบวนการเต็มที่

Rangsiman_looks_at_the_ECT_to_test_Pita_Section_151_to_block_the_establishment_of_a_government_SPACEBAR_Thumbnail_c888c1043b.jpeg
รังสิมันต์ โรม ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายรชื่อ และโฆษกพรรคกัาวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่รับคําร้องกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ก.ก. มีคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญในการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.จากการถือหุ้นบริษัท ไอทีวี แต่ให้รับเรื่องไว้พิจารณาเป็นความปรากฏ และตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวน ว่า นายพิธา เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากมีลักษณะต้องห้าม แต่กลับสมัครรับเลือกตั้ง เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 42 (3) และมาตรา 151 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.  
 
โฆษกพรรค ก.ก. กล่าวว่า พรรคไม่กังวลในเรื่องนี้ เราพร้อมต่อสู้คดี เรื่องดังกล่าวเป็นกระบวนการที่ชัดเจนว่าพยายามจะเตะตัดขาไม่ให้มีรัฐบาลพรรค ก.ก. สกัดกั้นไม่ให้ นายพิธา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่อย่างไรก็ตามเราก็พร้อมสู้ตามกระบวนการกฎหมายเต็มที่ และเราก็เชื่อมั่นในฉันทามติของประชาชนที่ได้มอบผ่านการเลือกตั้ง ว่าต้องการที่เห็น นายพิธา เป็นนายกฯ และจัดตั้งรัฐบาลได้ 
 
รังสิมันต์ กล่าวว่า ตนอยากจะพูดไปถึงคนที่พยายามทำกระบวนการเหล่านี้ทั้งหมดว่า สุดท้ายประชาชนทุกคนก็รู้ว่าที่ทำไปทั้งหมดเป็นเรื่องทางการเมือง ฉะนั้นอย่าคิดว่าผลลัพธ์ทั้งหมดที่ทําเอาไว้จะจบแบบเดิม และเราเล็งเห็นว่ากระบวนการนี้คงต้องใช้เวลา ซึ่งมั่นใจว่า นายพิธา คงจะได้รับเลือกเป็นนายกฯ ก่อน หลังจากนั้นคงต้องสู้คดีกันต่อไป ใช้เวลาในการพิสูจน์หลักฐาน 
 
“กระบวนการเหล่านี้เป็นคนละส่วนกับการเลือกนายกรัฐมนตรี อย่าเอามาใช้เป็นข้ออ้าง เรื่องนั้นเมื่อถึงที่สุด ตามรัฐธรรมนูญเราก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ นั่นหมายความว่า ต่อให้ นายพิธา ถูกดำเนินการในเรื่องนี้ ก็ต้องสันนิษฐานไว้ว่า นายพิธาเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นจะต้องไม่เอามาปะปนกับการเลือกนายกรัฐมนตรี สิ่งที่เราอยากให้มันเกิดขึ้นมากที่สุดคือ ทุกฝ่ายในสังคมตอนนี้ต้องเคารพต่อมติมหาชน ตามที่ได้ใช้สิทธิใช้เสียงผ่านการเลือกตั้ง แล้วอย่ามาใช้กระบวนการใดๆ ในทางการเมืองเพื่อทำลายมติมหาชนนี้” รังสิมันต์ กล่าว 
 
ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลว่า ส.ว.จะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างในการไม่โหวตให้นายพิธาหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่ใช่ ส.ว.ทุกคนที่จะคิดแบบเดียวกัน อาจจะมีบางคนที่พยายามสร้างกระบวนการแบบนี้ แต่ต้องเรียนตามตรงว่าถึงที่สุดเรื่องคดีก็ต้องว่ากันไป แต่ ณ ตอนนี้ นายพิธา คือผู้บริสุทธิ์ ก็ต้องว่ากันไปตามหลักการที่ว่า บุคคลที่ถูกดำเนินคดีในทางอาญาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันเป็นที่สุด 
 
เมื่อถามว่า กรณีนี้จะเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่ผิดเพี้ยนหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า ถึงที่สุดเราก็ต้องสู้บรรทัดฐานในมุมของเราเหมือนกัน เรื่องนี้เรายืนยันในความบริสุทธิ์ ยืนยันว่าสิ่งที่เราทำทั้งหมดเป็นสิ่งที่ถูกต้อง “หากยังจำกันได้ กรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แม้จะโดนคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญต่างๆ แต่ถึงที่สุด อัยการก็มีคำสั่งไม่ฟ้อง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องสู้กันในกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งต้องใช้เวลา และต้องไม่เอามาเกี่ยวพันกับการเลือกนายกฯ ที่จะเกิดขึ้นต่อไป” 
 
เมื่อถามว่า ทางทีมกฎหมายของพรรค ก.ก. ได้เตรียมรับมือเรื่องนี้อย่างไร รังสิมันต์ กล่าวว่า เตรียมตัวในการต่อสู้คดีตามพยานหลักฐานที่เรามี ซึ่งคงต้องใช้เวลา

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์