ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในช่วงกระทู้ถามสดด้วยวาจาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์-แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ของ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ถามนายกรัฐมนตรี แต่ทางนายกฯ มอบหมาย รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มาตอบกระทู้แทน อย่างไรก็ตามทาง รมว.ดีอีเอส ติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ จึงขอเลื่อนกระทู้ออกไปก่อน
รังสิมันต์ ชี้แจงต่อที่ประชุมฯ ว่า ปัญหาดังกล่าวกัดกินสังคมมานานมาก เราเห็นคนฆ่าตัวตาย หมดเนื้อหมดตัวจากเรื่องนี้ หากดูตามข้อมูลสถิติที่เก็บโดยทางการ ความเสียหายมีมากถึง 70,000-80,000 ล้านบาท ไม่รวมถึงคนที่ไม่กล้าออกมาชี้แจงกับสังคม
เอาเข้าจริง ความเสียหายอาจมีมูลค่าสูงถึง 100,000 ล้านบาท และไม่ได้เกิดขึ้นแค่ประชาชนทั่วไปบุคคลสำคัญในบ้านเมือง อย่างเช่นนายกฯ ก็พูดเองว่าเกือบตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ดังนั้น ประชาชนควรรับรู้ว่า ตกลงแล้วรัฐบาลจะแก้ไขปัญหาที่มีความสำคัญนี้อย่างไร
— รังสิมันต์ โรม
รวมถึงปัญหาค้ามนุษย์ ที่ทำลายชื่อเสียงประเทศไทยอย่างรุนแรง เห็นได้จากกรณีของ ‘ซิงซิง’ อดีตดาราจีน จนส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่ยกเลิกทัวร์มาเที่ยวไทย
ผมตั้งใจถามเรื่องนี้ต่อนายกฯ เพราะเกี่ยวพันหลายกระทรวง ผมประสานงานเพื่อตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้มาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา และยังบอกไปถึงว่า หากนายกฯ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ ก็สามารถมอบกระทรวงมหาดไทย ฝ่ายความมั่นคง รัฐมนตรีดีอีเอส หรือรัฐมนตรีต่างประเทศได้ แต่วันนี้กลับไม่มีรัฐมนตรีคนไหนตอบ อาจบอกได้ว่าเลื่อนตอบกระทู้ตามข้อบังคับ เข้าใจว่าการบรรจุกระทู้ของสภาฯ ในแต่ละครั้ง บรรจุได้เต็มที่ไม่เกิน 3 กระทู้ แต่การเลื่อนนัยนี้หมายความว่ากระทู้นี้ของผมมันตกลงไป หมายความสิทธิ์ของสมาชิกจะไม่สามารถใช้งานได้ จากข้อมูลที่ผมเก็บมาตั้งแต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกฯ ฝ่ายค้านยื่นกระทู้ถามไปทั้งสิ้น 20 กระทู้ รัฐบาลมาตอบเพียง 13 กระทู้ คิดเป็น 65 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น
— รังสิมันต์ โรม

รังสิมันต์ ระบุว่า เราอยู่ในยุคสมัยที่การตอบกระทู้ของสมาชิกถูกละเลยความสำคัญ เราบอกล่วงหน้าไปตั้งแต่วันจันทร์ จะเอากระทรวงไหนมาตอบเรายินดี เราบอกกันขนาดนี้ กระทู้สดแทบไม่สดแล้ว ก็ไม่มาใครตอบเราเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เป็นวาระสำคัญขนาดนี้ ทำลายชื่อเสียงประเทศขนาดนี้ ก็ไม่มีใครมาตอบ
ยอมรับว่าเหลืออด จึงหารือกับประธานวิปฝ่ายค้านว่า จากนี้ไปจะไม่บอกล่วงหน้ากันอีกแล้ว เพราะบอกล่วงหน้าไปก็ไม่ให้ความร่วมมืออยู่ดี ถ้าแบบนี้เราจะใช้วิธีการตั้งแต่สภาฯ ชุดที่แล้ว คือไม่บอกล่วงหน้า แต่เรายังได้รับความร่วมมือค่อนข้างมากกว่า เอาเป็นว่า 8 โมงเช้ารู้กัน จะมาตอบหรือไม่ ก็ให้สังคมได้รู้ว่า ให้ความสำคัญกับสภาฯ และความเดือดร้อนของสังคมหรือไม่
— รังสิมันต์ โรม
สถิติมันบอกว่านี่คือวิธีการที่ทำให้ฝ่ายค้านไม่ได้รับคำตอบ และไม่สามารถใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญได้เต็มที่ ถือว่าสิ่งที่กำลังทำเป็นเจตนาที่ไม่สุจริต หลังจากวันนี้ จะนำเรื่องนี้ยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือ ป.ป.ช.
ให้มันรู้กันไปว่าทุกครั้งที่เรายื่นไปแล้วท่านไม่มาตอบ เราก็จะยื่นเข้าสู่ ป.ป.ช.ทุกครั้ง ผมไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร แต่ถือว่าท่านเข้าข่ายละเมิดกฎหมายบ้านเมือง ละเมิดรัฐธรรมนูญ ละเมิดข้อบังคับการประชุม ท่านไม่เคารพสภาฯ และใช้วิธีการนี้ด้อยค่าฝ่ายค้าน ก็ให้มันรู้กันไป
ทางด้าน ภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ชี้แจงว่า ประธานสภาฯ มีดำริและฝากประธานวิปรัฐบาลไปประสานงานคณะรัฐมนตรีในการให้ความสำคัญมาตอบกระทู้สภาฯ วันนี้มีกระทู้ถามสด 3 กระทู้ รัฐมนตรีมาตอบถึง 2 กระทู้
เท่าที่เห็นขณะนี้ถือว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น เห็นการประสานงานของฝ่ายค้านที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนโดยการประสานงานตอบกระทู้ไว้ก่อน ถือเป็นเรื่องที่ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต้องทำงานร่วมกัน

ขณะที่ มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ในฐานะวิปฝ่ายคณะรัฐมนตรี ชี้แจงว่า กระทู้เกี่ยวกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายกฯ มอบหมาย รมว.ดีอีเอส มาตอบกระทู้ แต่ รมว.ดีอีเอส ติดภารกิจตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 18 ม.ค. ขยับเวลามาตอบกระทู้ไม่ได้ เนื่องจากต้องนั่งเป็นประธานการประชุมดิจิทัลภาคพื้นเอเชียตลอด จึงขอให้ รังสิมันต์ ตั้งกระทู้ในคราวต่อไป
พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจในการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ นายกฯ ก็กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการแก้ไขปัญหา

ส่วนทาง ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า จากที่ได้ประสานในทุกสัปดาห์ พบว่าได้รับความร่วมมือจากคณะรัฐมนตรี เทียบกับสภาฯ สมัยที่แล้ว ครั้งนี้ได้รับความร่วมมือน้อยกว่า ทั้งที่ได้ประสานล่วงหน้าแล้ว
หลังจากนี้ก็จะได้รู้กันในช่วง 8 โมงเช้าทีเดียว ก่อนที่จะมีการตอบกระทู้
— ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล




