ชี้เป้า ‘พล.ต.ต.’ บิ๊กแม่สอด มีเอี่ยวถือหุ้น ‘เมียวดีคอมเพล็กซ์’

30 ม.ค. 2568 - 16:25

  • ‘โรม’ แฉมีคำขอต่อไฟจากเมียนมาไป ‘ชเวโกะโก-เคเคปาร์ค’ อีกครั้ง

  • จี้ ‘รัฐบาลไทย’ รีบปฏิเสธทันที อย่าปล่อยเรื่องเงียบ

  • ฟาด ‘อนุทิน’ มัวรอแต่คำสั่งตัดไฟ ยันมีอำนาจ-ทำได้เลย

  • ชี้เป้า ‘พล.ต.ต. ตอ.เต่า’ บิ๊กแม่สอด มีเอี่ยวถือหุ้น ‘เมียวดีคอมเพล็กซ์’

  • กระตุก ‘ผบ.ตร.’ ล้างบางจัดการ

Rangsiman_Rom_on_case_electricity_sales_on_Thai_Myanmar_border_and_callcenter_gangs_SPACEBAR_Hero_1aee65de17.jpg

รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยข้อมูลที่ได้รับเพิ่มเติมจากกรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า พื้นที่บริเวณชเวโกะโก (จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง) และเคเคปาร์ค ในประเทศเมียนมา ได้มีการตัดไฟแล้ว แต่ได้เห็นหนังสือของหน่วยงานหนึ่งเป็นหนังสือจากรัฐบาลเมียนมา เพื่อขอให้ต่อไฟไปยัง 2 จุดดังกล่าวอีกครั้ง

ประเทศไทยยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะต่อไฟไปให้หรือไม่ แต่หากมีการต่อสัญญา ก็คือการต่อไฟฟ้าสายตรงเข้าสู่แก๊งสแกมเมอร์ ขณะนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนว่าจะรออะไรทำไม? ทางการไทยถึงไม่ปฏิเสธทันที

รังสิมันต์ โรม

นอกจากนี้ ยังมีที่บริเวณเมืองพญาตองซู ในเมียนมา ได้รับข้อมูลว่ามีการขยายพื้นที่ใหญ่โตอย่างมาก บริเวณนั้นเป็นหนึ่งจุดสำคัญ ที่มีการขายไฟฟ้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสุดท้ายก็พึ่งพาสาธารณูปโภคพื้นฐานและไฟฟ้าจากประเทศไทย 

มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่า อาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง นี่คือโอกาสสำคัญที่ไทยต้องใช้โอกาสนี้ในการจัดการ ไม่สามารถปล่อยให้เรื่องเงียบได้อีกต่อไป

ผมคาดหวังมาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ช่วยทำหน้าที่ของตัวเอง วันนี้ไม่ต้องถามลิงที่ไหน ถ้าท่านมีตาอ่านข่าวเห็นข้อมูลจากหลายส่วน ผมคิดว่าเราสามารถตัดไฟได้เลย ไม่ต้องโยนไปให้ใครเป็นอำนาจของท่านที่สามารถดำเนินการได้เลย แต่หากท่านยังยืนยันว่าต้องมีคนมาสั่งท่าน นายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้บังคับบัญชา ก็ช่วยสั่งการนายอนุทินหน่อย ผมยังไม่เข้าใจว่านายอนุทิน จะรอให้ใครสั่งทำไม แต่ถ้าจะต้องการคนสั่งขนาดนี้ ก็ช่วยสั่งเขาไปหน่อย

รังสิมันต์ โรม

เมื่อถามถึงกรณีที่ รมว.มหาดไทย อ้างว่าไม่มีอำนาจในการตัดไฟ? รังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่มีอำนาจนี้กำหนดไว้ในกฎหมาย อำนาจต่ำที่สุดในการจัดการเรื่องนี้ อยู่ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หากการไฟฟ้าฯ ไม่ดำเนินการ อนุทิน ในฐานะเจ้ากระทรวง ก็สามารถดำเนินการได้ เพราะดูแล กฟภ.โดยตรง แต่จริงๆ แล้วมีการสั่งผ่านมติ ครม.ในสมัย เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว

ผมเลยงงว่า ติดอะไร หากตัดไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามีอำนาจ แต่เพราะผลประโยชน์เยอะใช่หรือไม่ คงต้องถามกันดังๆ นายอนุทิน ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนก็ควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

รังสิมันต์ โรม

เมื่อถามถึงกรณีที่ อนุทิน ระบุต้องมีการส่งหนังสือจาก กฟภ.มาก่อน เนื่องจากติดเรื่องคู่สัญญานั้น? รังสิมันต์ กล่าวว่า กฟภ.ต้องรู้จักลูกค้าซึ่งเป็นคู่สัญญาของตัวเอง มิเช่นนั้นจะกลายเป็นปัญหาฟอกเงินต่อไป แต่เมื่อตอนแรกจะบอกว่าไม่รู้ก็ได้ แต่เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลแล้วว่า บริษัทดังกล่าวเคยถูกกล่าวหาสมคบค้ายา ซึ่งการไฟฟ้าก็เชื่อคนง่าย หากหน่วยงานเสนอชื่อมา มีความน่าเชื่อถือว่าบริษัทนี้อาจเป็นบริษัทนอมินีของใครก็ไม่รู้ ไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย

ทั้งนี้ เรื่องการเสนอตัดไฟปรากฏอยู่ในหนังสือสัญญาอยู่แล้ว เพราะถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อความมั่นคง เกี่ยวข้องอย่างกรณีแม่สาย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดชัดเจน ก็ไม่ยอมตัด ขณะที่บริเวณเมียวดีและพญาตองซู ขอตั้งคำถามง่ายๆ ว่าการที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์เติบใหญ่ได้ขนาดนี้ มีหรือจะไม่ใช้ไฟของไทย?

เมื่อถามถึงกรณีที่มีนายตำรวจยศถึง ‘พล.ต.ต.’ มีส่วนเกี่ยวข้อง รังสิมันต์ กล่าวว่า “เรื่องนี้เป็นที่รู้กันในวงการตำรวจดี พล.ต.ต.ชื่อย่อ ‘ต.เต่า’ คนนี้เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่บริเวณแม่สอด และเป็นถึงเจ้าของเมียวดีคอมเพล็กซ์ หนึ่งในผู้ถือหุ้นสำคัญ”

หากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) บอกว่า ไม่ทราบว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ผมก็ขอชี้เป้าให้เริ่มต้นตรวจสอบ ‘พล.ต.ต.’ คนนี้ก่อนได้เลย

รังสิมันต์ โรม

ส่วนกรณีที่ผู้ช่วยรัฐมนตรีของประเทศจีน ลงพื้นที่บริเวณแม่สอด จ.ตาก เพื่อไปดูแหล่งของสแกมเมอร์ และอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะทำให้ไทยได้รับผลกระทบหรือไม่?

เรื่องนี้ ปิยะรัฐ จงเทพ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ.ฯ กล่าวว่า การมาในนามของรัฐบาลจีน เพื่อดูแลเรื่องนี้โดยตรง ซึ่งทราบว่าต้องการกระบวนการสืบสวนสอบสวนไปพร้อมๆ กัน และทางการไทยโดยเฉพาะ ผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ส่งคนไปเข้าร่วมในครั้งนี้

ดังนั้น ประเด็นสำคัญ คือ การทำงานของรัฐบาลจีนจะเป็นอิสระและมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานความมั่นคงไทยได้มากน้อยเพียงใด หากทั้ง 2 ฝ่าย เปิดเผยได้อย่างเต็มที่ ต้องมาดูว่าการสั่งการโดยคณะทำงานชุดนี้จะมีผลต่อรัฐบาลไทยอย่างไร ไม่ใช่ออกเป็นรายงานอย่างเดียวแล้วรัฐบาลไทยไม่ตอบรับ ก็ไม่มีประโยชน์

ปิยะรัฐ จงเทพ

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลเมียนมาและไทย ก็ต้องดูว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เนื่องจากการเข้ามาของจีน อาจจะกระทบความสัมพันธ์กับรัฐบาลไทยในอนาคต

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์