รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุถึงกรณีที่วันนี้ (25 ก.พ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีวาระประชุมพิจารณาว่าจะรับคดีฮั้วเลือกตั้ง สว.67 เป็นคดีพิเศษหรือไม่ว่า ต้องถามว่าทำไมถึงต้องเพิ่งมาทำคดีตอนนี้ เพราะเรื่องฮั้ว สว. เราเห็นมานานแล้ว มันไม่ใช่เรื่องปกติที่เราเห็นภาพ สว. แบบนี้ มองว่าการดีเอสไอเริ่มขยับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี และควรตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าดีเอสไอมีข้อมูลเรื่องนี้แล้ว
แต่ที่ต้องถามต่อคือ เหตุใด กกต. ที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้โดยตรงถึงปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น และไม่มีทีท่าว่าจะขยับเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
“ผมสนับสนุนให้ดีเอสไอตั้งคดีนี้เป็นคดีพิเศษ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อตั้งคดีแล้วอย่าให้มันเป็นการฟอกขาว อย่าให้มันจบลงโดยไม่มีใครรับผิดอะไรเลย ผมก็คาดหวังว่าดีเอสไอจะเป็นองค์กรที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา”
ส่วนที่มีการเชื่อมโยงว่ามีพรรคการเมืองเกี่ยวข้องกับคดีนี้ด้วย รังสิมันต์ มองว่า การที่เรื่องนี้มันเชื่อมกับนักการเมือง มันมีความเป็นไปได้อยู่แล้ว แต่ว่ามันไม่สำคัญว่าเชื่อมกับใคร สำคัญคือต้องมีการจัดการเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด เพราะในอนาคตเราไม่รู้ว่าระบบการเลือก สว. มันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ ซึ่งถ้าไม่เปลี่ยนเราต้องอยู่กับระบบแบบนี้ต่อไป
“หมายความว่าถ้ามันไม่มีใครต้องถูกดำเนินคดีหรืออะไรเลย กระบวนการแบบนี้ที่มันมีนักคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง มีการฮั้วอะไรต่างๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. มันก็จะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ และสุดท้ายมันไม่จบ สุดท้ายกลายเป็นว่าทุกคนก็ไปพยายามชิงกันในการแข่งขัน สว. เพราะทุกคนรู้ว่าถ้าคุณคุม สว. ได้ คุณก็คุมองค์กรอิสระได้ ถ้าคุณคุมองค์กรอิสระได้จะพรรคการเมือง หรือรัฐบาลก็มีโอกาสรอด ลอยนอลจากการพ้นผิดจากคดีความต่างๆ ที่ถูกองค์กรอิสระเหล่านี้ตรวจสอบ”
รังสิมันต์ มองว่า ต่อให้ไม่มีเรื่องนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลก็สั่นคลอนอยู่แล้ว มันมีปัญหากันในทุกๆ เรื่อง เช่น เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่เรื่อง เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ที่ไม่มีการหาเสียงอย่างเป็นทางการ กลับดูได้รับการสนับสนุนมากกว่าด้วยซ้ำ
“ ต้องยอมรับว่ารัฐบาลบริหารงาน หลายๆ นโยบายก็ไม่ได้มีการขับเคลื่อนมาก จนผมงงว่าคุณร่วมรัฐบาลกันได้ยังไง ราวกับอยู่กันคนละขั้วด้วยซ้ำ หลายๆ อย่างมันไม่มีการขยับ”




