รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า สส.พรรคประชาชน 70 คน จะไม่ไปต่อกับพรรคในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่า เรื่องนี้เป็นจินตนาการของผู้ที่อาจจะพยายามปลุกปั่น คิดว่า ในพรรคไม่ได้มีการพูดคุยหรือมีแนวทางที่ออกมาลักษณะแบบที่ปรากฎในข่าว ยิ่งดูรายชื่อแล้ว ไม่น่าเป็นไปได้ ดังนั้นต้องยอมรับตรงไปตรงมาว่า คงเป็นความพยายามปลุกปั่น เพื่อให้เกิดข้อที่จะทำให้ไม่ไว้วางใจกันในพรรค เป็นเรื่องหวังผลทางการเมืองมากกว่าเป็นเรื่องข้อเท็จจริง
รังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่อยากเดาว่าข่าวที่ออกมานั้นมาจากทางไหน เพราะไม่สนใจ เนื่องจากเป็นเฟกนิวส์ ไม่มีเรื่องที่ทำให้เราต้องมานั่งคิดวิเคราะห์อะไรมากมาย อีกทั้งมองว่าเป็นการปลุกปั่น ยุแยงให้เกิดความแตกแยกกัน คงไม่มีอะไรมากไปกว่าเฟกนิวส์
เมื่อถามย้ำว่า จะมีการให้สส.ในพรรคยืนยันว่าจะอยู่กับพรรคต่อหรือไม่ รังสิมันต์ กล่าวว่า เราอย่าพึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว เพราะไม่มีอะไร เป็นการนั่งเทียนแล้วเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง กลายเป็นว่าข้อมูลนี้รู้ดีกว่าคนในพรรคอีก คิดว่า ไม่น่าใช่ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ยืนยันว่า ข้อมูลนี้ไม่ใช่ข้อมูลจริงและไม่ใช่เป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ
ทั้งนี้ ยืนยันหรือไม่ว่า สส.ของพรรคประชาชนจะไปต่อในการเลือกตั้งครั้งหน้า ในฐานะผู้สมัครสส. รังสิมันต์ กล่าวว่า ในพรรคมีกลไก ไม่ว่าจะสนับสนุน สส.ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ให้คำแนะนำที่สำคัญ คือ เรารู้ว่า การเป็นสส.ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ทรัพยากรเยอะ และคนที่เข้ามาอยู่ในการเมือง เมื่อวันเวลาผ่านไป การที่เขามาอยู่ตรงนี้แล้วสั่งสมประสบการณ์ความเข้าใจ ดังนั้น สส.มีคุณค่าแน่นอน ไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินใจในทันทีว่า คนนี้ไม่ได้ไปต่อหรือคนนั้นต้องออกไปจากพรรค ไม่ใช่แบบนั้น แต่ในพรรคประชาชน พยายามสร้างบรรยากาศของการทำงานที่มุ่งเน้นการทำงานและประสิทธิภาพ เราเชื่อว่าสส. ถ้าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพไม่น่ามีปัญหาอะไร ในเรื่องของการสมัครรับเลือกตั้ง จึงไม่มีอะไรต้องกังวล
รังสิมันต์ กล่าวว่า ยอมรับว่า มีความพยายามให้คนสนใจเรื่องการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งภายในประเทศ ต้องบอกว่า เวลามีปัญหาเรื่องเหล่านี้ใครได้ประโยชน์ คงต้องไปดู เพราะต้องยอมรับว่าคนไทยให้ความสำคัญกับความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา และเป็นเรื่องที่แก้ไม่จบ ดังนั้น เมื่อมีเรื่องของสส.พรรคประชาชน อาจดึงความสนใจไม่ว่าจะคนในพรรคหรือประชาชนทั่วไปได้ แต่เชื่อว่า เมื่อทำการเมืองถึงขนาดนี้ ฐานะพรรคการเมือง เชื่อว่า ประชาชนรับมือกับเฟกนิวส์มาเยอะ เรามีภูมิต้านทานเฟกนิวส์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม รายชื่อที่ออกมาไม่มีใครถามรังสิมันต์ ซึ่งค่อนข้างมั่นใจคนในพรรคทุกคนรู้ว่า เป็นเฟกนิวส์
รังสิมันต์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ยังได้กล่าวถึงกรณีการจัดเซื้อเรือดำน้ำล่าสุดว่า เรื่องเรือดำน้ำเป็นมหากาพย์ เข้าใจว่าในสถานการณ์ที่มีวิกฤตของประเทศแบบนี้ เรามีความจำเป็นที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ หากเกิดการขัดกันทางอาวุธ เราจำเป็นจะต้องมีอย่างเพียงพอในการปกป้องประเทศและปกป้องคนไทย เราไม่ได้ต้องการที่จะรุกรานชาติอื่น ดังนั้นเมื่อเราพิจารณาจากกรอบนี้ ความสำคัญอันดับแรกมาจากยุทธศาสตร์ แต่เมื่อพูดถึงยุทธศาสตร์ก็ต้องพูดกันตรงไปตรงมาว่าคนที่อยู่ในกองทัพเรืออาจไม่แฮปปี้ก็ได้
“ขอเรียนตามตรงว่าจากการที่ผมพูดคุยกับบุคลากรในกองทัพเรือ รวมถึงการที่เคยไปพูดคุยกับกองทัพเรือ ผมคิดว่า สิ่งหนึ่งที่กองทัพเรือขาดแคลนจริงๆ และน่ากังวลคือเรือฟริเกต เท่าที่ผมทราบมีการอนุมัติประมาณ 1 ลำ จากเดิมที่ขอ2 ลำ ซึ่งจริงๆ แล้วกองทัพเรืออาจจะต้องการมากกว่านั้น ดังนั้น ในเรื่องเรือฟริเกตมีความสำคัญในการรักษาอำนาจอธิปไตยโดยเฉพาะในน่านน้ำไทย แต่ปัญหาคือ เมื่อเราไปโฟกัสเรือดำน้ำ ก็ต้องถามไปว่า ตอบสนองยุทธศาสตร์หรือไม่ ผมทราบดีว่า องค์ความรู้เรื่องเรือดำน้ำมีความสำคัญแต่ต้องพิจารณาจัดลำดับความสำคัญให้ดี ” รังสิมันต์ กล่าว
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการทำสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำในขณะนี้สัญญาควรเป็นสัญญา เราตกลงกับจีนว่า จะซื้อเรือดำน้ำและเครื่องยนต์เยอรมันนี แต่เท่าที่ทราบในการตกลงที่จะจ่ายเงินเป็นงวดๆ โดยหลักการทางบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการทำเรือดำน้ำ เคยบอกกับประเทศไทยว่า เขาสามารถจัดซื้อเครื่องยนต์จากเยอรมันได้แน่นนอน แต่ถึงเวลาเมื่อประเทศไทยจ่ายเงินไปแล้ว ปรากฎว่า ไม่สามารถจัดหาเครื่องยนต์จากเยอรมันได้ แต่ประเทศไทยก็ยังตกลงยอมรับกันอีก แสดงให้เห็นว่า การที่ฝ่ายจีนผิดสัญญาฝ่ายไทยเป็นผู้ถูกละเมิด แต่ฝ่ายไทยกลับต้องจำยอมใช้เครื่องยนต์ตัวอื่น ที่แม้กระทั่งจีนยังไม่เคยใช้ จึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลทั้งความปลอดภัย ศักยภาพ และคุณภาพที่จะเกิดขึ้น การที่เราต้องไปจำยอมแบบนี้ ยอมให้มีการแแก้ไขสัญญาซึ่งเราเสียเปรียบ ไม่สามารถเข้าใจได้เลย
“ที่ผ่านมา เราต้องยอมรับว่า เรือดำน้ำจีน มีข้อครหาในเรื่องของการทุจริตมาโดยตลอด ผมเป็นห่วงจริงๆ ว่า เหตุผลที่เราไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้ เบื้องหลังของมันอาจเป็นเรื่องคอร์รัปชัน และผมทราบว่า มีนายคนหนึ่ง ตัวย่อ บ. ซึ่งเป็นพลเรือน ที่เป็นคีย์แมนสำคัญ อาจจะมีเรื่องเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชัน ดังนั้น เหตุผลที่เรายอมรับเรือดำน้ำจีนที่มีเครื่องยนต์จีน อาจจะไม่ใช่เหตุผลด้านยุทธศาตร์ความมั่นคงของชาติ แต่อาจเป็นเหตุผลความมั่นคงของใครบางคนที่จ่าย กิน รับทรัพย์กันไปหมดแล้ว จึงทำให้เรายกเลิกสัญญาไม่ได้ ซึ่งการจัดซื้ออาวุธของประเทศไทยไม่ควรจะมีประเด็นเรื่องคอร์รัปชัน เพราะการคอร์รัปชันจะทำให้การจัดซื้ออาวุธผิดพลาด ทำให้กองทัพอ่อนแอ ซึ่งพรรคประชาชนเห็นด้วยกับการซื้ออาวุธอย่างมียุทธศาสตร์ ไม่ใช่ซื้ออะไรก็ได้และคอร์รัปชันอย่างไรก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่มีทางยอมรับให้เกิดขึ้นได้” รังสิมันต์ กล่าว




