‘รังสิมันต์’ ลุยไฟ! ได้ข้อมูลเพิ่ม 48 หน้าโยง ‘เบน สมิธ’ ด้าน ‘ธรรมนัส’ ส่งทีมกฎหมาย แจง กมธ.ความมั่นคงฯ

7 ต.ค. 2568 - 18:04

  • ‘รังสิมันต์’ เผยได้ข้อมูลเพิ่ม 48 หน้า โยง ‘เบน สมิธ’

  • ชี้ ‘ธรรมนัส’ เล่นใหญ่! แต่กลับตัว 360 องศา ไม่ฟ้องคดี

  • กังขายังเป็นบุคคลน่าเชื่อถือหรือไม่-ติงพูดไปเรื่อย

‘รังสิมันต์’ ลุยไฟ! ได้ข้อมูลเพิ่ม 48 หน้าโยง ‘เบน สมิธ’ ด้าน ‘ธรรมนัส’ ส่งทีมกฎหมาย แจง กมธ.ความมั่นคงฯ

กลายเป็นมหากาพย์ที่ต้องจับตาสำหรับประเด็นร้อนของ ‘เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์’ หรือ ‘เบน สมิธ’ นักธุรกิจชาวต่างชาติและยังปรากฏชื่อเป็นที่ปรึกษาของ สมเด็จฯ ฮุน เซน ซึ่งกำลังถูกขุดคุ้ยในขณะนี้

ส่วนความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับปมร้อนดังกล่าวในวันนี้ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรมว.เกษตรและสหกรณ์ ประกาศพร้อมให้ข้อมูลกับกรรมาธิการความมั่นคงฯ เรื่องที่รู้จักกับ ‘เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์’ หรือ ‘เบน สมิธ’ ว่า “เราเชิญไปตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วหลังประชุมเสร็จ ก็ได้มีการออกหนังสือต่อ ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ 3 ต.ค. ผ่านมาน่าจะส่งถึงเรียบร้อย ดังนั้นหากจะบอกว่าหนังสือยังไม่ถึงคงเป็นไปไม่ได้ ตนเชิญมาเวลา 11.30 น. คงพิจารณาไม่เกิน 12.30 น. เราไม่ได้เชิญแค่ร.อ.ธรรมนัส แต่เราเชิญ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ด้วย เนื่องจากเกี่ยวข้องกับ เบน สมิธ นอกจากนี้ยังมี ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในประเด็นสินบน 40 ล้านบาท”

ยืนยันว่า การเรียกทั้งหมดไม่ได้ตั้งอยู่บนความเกลียดชัง มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือการแกล้งใคร อย่างเรื่อง ไชยชนก ถ้ามีมูลจริงๆ ก็ถือว่ามีความผิดในการปฎิบัติหน้าที่มิชอบ หรือถ้าอยู่ๆ ไม่เป็นความจริง แล้วพูดขึ้นมาก็อาจจะมีความผิดบางประการได้ เราทำเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้ครอบคลุมทุกมิติ

รังสิมันต์ โรม

รังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า “ผมไม่ได้มีความเกลียดชังใครส่วนตัวทั้ง ร.อ.ธรรมนัส และที่ปรึกษาของสมเด็จฮุน เซน ผมปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใครเกี่ยวพันอะไร อย่างไร ก็ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ยอมรับว่าการดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินไม่ใช่เรื่องง่าย ตำรวจบางนายทำคดีออกมาอย่างดีเยี่ยม แต่บางครั้งแนวการตีความของศาลอาจไม่เป็นคุณ ในเรื่องการปราบปรามการฟอกเงินขนาดนั้น จึงอาจมีปัญหาแบบนี้ได้ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องหยุดหรือปล่อยผ่าน ทำให้สถานการณ์เลวร้ายไปอีก ดังนั้นจึงไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นการทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติ เราในฐานะที่เป็นนักการเมือง เป็น สส. รวมถึงเป็นประธานกรรมาธิการ ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด”

อย่ามาอาศัยว่าคุณฟ้องผมแล้ว มันเป็นคดีแล้ว แล้วถ้าทำหน้าที่ต่อเป็นประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพราะเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นประมาท ประทานโทษต่อไปนี้ไม่ต้องมี สส. คนไหนทำงานแล้ว เพราะออกมาเปิดโปงเรื่องอะไร สักพักก็มีคนไปฟ้อง แล้วอย่างไรเขาต้องหยุด ถ้าใช้เทคนิคกันแบบนี้มันก็ทำลายกระบวนการยุติธรรม

รังสิมันต์ โรม

เมื่อถามว่าตอนนี้ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ฟ้องแล้ว มีเพียง เบน สมิธ เท่านั้นที่เดินหน้าฟ้อง? รังสิมันต์ กล่าวว่า “ร.อ.ธรรมนัส พยายามที่จะเล่นใหญ่กับเรื่องนี้มาก แล้วอยู่ๆ ก็กลับตัว 360 องศา ไม่ดำเนินคดี ต้องบอกแบบนี้ก่อนว่า ผมไม่ได้อยากถูกฟ้อง แต่แค่แปลกใจ และตั้งคำถาม ว่า ร.อ.ธรรมนัสยังเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถืออยู่หรือไม่”

ท่านเป็นรองนายกรัฐมนตรี ท่านพูดว่าจะดำเนินคดีกับผม ทนายของท่านออกมาพูด 2 ประเด็น ประเด็นแรกเรื่องที่ท่านพูดว่าจะฟ้องผม เป็นประเด็นที่บางมาก แล้วทำไมลูกน้องยังมองว่าที่ท่านธรรมนัส พูดไม่มีน้ำหนักเลย ประเด็นที่สองได้มีการพูดผ่านรายการ ว่าท่านธรรมนัส ไม่มีต้นทุนทางสังคมเท่าผม ทั้งที่ตัวท่านเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่า ร.อ.ธรรมนัส ต้องทบทวนตัวเอง ว่า การให้ข่าวที่มีลักษณะข่มขู่ ทุกคนรู้ว่าเป็นการข่มขู่ เป็นการทำให้ผมมีภาระในการเดินทางที่จะต้องไปพะเยา ไปนราธิวาส ทุกคนรู้ว่าการฟ้องแบบนี้สร้างภาระให้กับคนที่ถูกดำเนินคดีแน่นอน แต่ทำไมอยู่ๆ ท่านสามารถพูดไปเรื่อยได้แบบนี้

รังสิมันต์ โรม

รังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า “ร.อ.ธรรมนัส ต้องมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ มากไปกว่านั้น สิ่งที่คิดว่าแย่มากสำหรับคนที่เป็นรองนายกฯ คือ คุณไปฟ้องร้องดำเนินคดีกับสื่อ คุณอาจจะบอกว่าใช้สิทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม แต่คุณเป็นรองนายกฯ อยู่แล้ว คุณสามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว เป็นบุคคลที่สังคมให้ความสนใจอยู่แล้ว ก็ดำเนินการไป แล้วที่ไปดำเนินคดี 200-300 กรณี ตนคิดว่าตำรวจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ต้องตอบคำถามกับสังคมว่าคุณเป็นลูกไม้ลูกมือให้ ร.อ.ธรรมนัสหรือไม่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องสนใจ ถ้าตำรวจเข้าไปเป็นลูกไม้ลูกมือ เพื่อให้เกิดการฟ้องปิดปาก ตนคิดว่าเป็นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”

“หลังจากที่ผมเปิดเรื่องที่ปรึกษาสมเด็จฮุน เซน อาจมีความเกี่ยวพันกับเส้นเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และหากดูสิ่งที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปราย มันค่อนข้างชัดเจนว่าเงินดำที่เป็นที่ต้องสงสัยว่าเป็นของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา ซึ่งกำลังจะมายึดประเทศเรา เราควรที่จะให้ความสำคัญและใส่ใจมากกว่านี้ คนระดับรองนายกรัฐมนตรีควรตรวจสอบเรื่องนี้ ไม่ใช่มาดำเนินการทางกฎหมายแล้วมาปิดปากผม ไม่รู้ว่าจุดยืนของร.อ.ธรรมนัสในเรื่องนี้คืออะไร แต่จุดยืนแบบ ร.อ.ธรรมนัสเป็นจุดยืนที่น่ากังวลจริงๆ”

หลังจากที่ผมเปิดเรื่องนี้ ก็มีคนส่งข้อมูลมาเยอะ เมื่อวานเพิ่งได้ข้อมูลมา 48 หน้า เกี่ยวกับที่ปรึกษาสมเด็จฮุน เซน และมีแถมมาว่าให้ไปถามข้อมูลจาก ร.อ.ธรรมนัส เรื่องจีนเทา ท่านน่าจะมีข้อมูลเหล่านี้อยู่เยอะ คงได้มีการดำเนินการต่อไป

รังสิมันต์ โรม

ไม่ว่าง! ‘ธรรมนัส’ ส่งทีมกฎหมาย แจง กมธ.ความมั่นคงฯ

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ รังสิมันต์ โรม ในฐานะประธาน กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ เชิญไปชี้แจ้งต่อกรรมาธิการฯ กรณีความเกี่ยวข้องกับการรู้จัก เบน สมิธ ว่า “ผมเป็นผู้แทนราษฎร และผมก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อช่องหนึ่งไปหมดแล้วในเรื่องนี้”

เมื่อถามถึงกรณีที่ กมธ. ส่งหนังสือถึง ร.อ.ธรรมนัส เพื่อให้เข้าไปชี้แจงเรื่องนี้? ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “พรุ่งนี้ผมมีประชุมสภาฯ จากนั้นก็จะลงพื้นที่ไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.ตาก ซึ่งผมได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเข้าไปชี้แจงแทน”

ส่วนจะมีโอกาสที่จะเข้าไปชี้แจงต่อ กมธ. ด้วยตัวเองหรือไม่? ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “ไม่ต้องชี้แจง เพราะสิ่งที่ทุกคนอยากรู้ตนได้แถลงข่าวกับสำนักข่าวแห่งหนึ่งไปหมดแล้ว และสิ่งสำคัญที่สุด ณ เวลานี้ ปัญหาคือที่ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปให้ข่าวผิดแล้วไปพูดตาม รังสิมันต์ คุณต้องรับผิดชอบคำพูดของคุณด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์